'สู้วัว-วิ่งวัว'
กีฬา, ประเพณี
หรือ ความป่าเถื่อนของอนารยชน
ในโลกยุคศตวรรษที่ ๒๑ ?



เบื้องหลังกีฬาสู้วัวอันยิ่งใหญ่
และเทศกาลวิ่งวัวอันเลื่องชื่อของเสปน

ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี
มีเทศกาลวิ่งวัวที่โด่งดังของเมือง Pamplona ในภาคเหนือของสเปน
ปรากฏให้เห็นบ่อย ๆ ทางภาพข่าวทางโทรทัศน์
ฝูงวัวดุที่วิ่งไปตามถนน ไล่ขวิดเหล่าคนกล้าบ้าบิ่นที่วิ่งนำไปข้างหน้าอย่างท้าทาย
บางครั้งคนก็ถูกขวิดกระเด็น บางครั้งวัวก็ชนกำแพงล้มลุกคลุกคลาน
เป็นที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานยิ่งนัก

เรามักได้ยินชื่อสมญาของประเทศสเปน
ว่าเป็นดินแดนของ "กระทิงดุ"
หรือแม้แต่ใช้เรียกชื่อทีมฟุตบอลตามข่าวกีฬา
แต่แท้จริงแล้ว วัวที่วิ่งไล่ผู้คนไปตามถนน
หรือวัวที่พุ่งเข้าขวิดมาตาดอร์อย่างน่าหวาดเสียวในสนามสู้วัวนั้น
เป็นวัวที่ดุร้าย ก้าวร้าว ร้ายกาจ จริงหรือ?

กีฬาสู้วัว ดูจะเป็นภาพที่ติดตาฝังใจ
เป็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร
เร้าระทึกใจด้วยเสียงโห่ร้องอันกึกก้องของผู้คนบนอัฒจันทร์
เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของสเปน
จนมักจะถูกนำมาใช้ประกอบในฉากภาพยนตร์อยู่เสมอ

 

 


ประเพณีแห่งความโหดร้าย


                 สัตว์น่าทึ่งผู้วิ่งไถลเปะปะไปตามท้องถนนของเมืองแปมโปลน่า (Pamplona) ในภาคเหนือของสเปน ในเทศกาล "วิ่งวัว" ประจำปีนั้น จุดหมายปลายทางของมันจะไปโผล่ที่สนามสู้วัวซึ่งท้ายสุดแล้วก็จะถูกสังหารอย่างป่าเถื่อนภายใต้สิ่งที่เรียกว่า"ประเพณี" ซึ่งว่าที่จริงการทรมานและฆ่าสัตว์ที่ไม่มีทางปกป้องตัวเองนั้น ไม่สมควรที่จะนำมาเชิดชูว่าเป็นประเพณีการเฉลิมฉลองเลย ผู้คนมักพยายามอ้างเอาคำว่าประเพณีมาปิดบังหลายสิ่งที่น่าสยดสยอง เช่นการใช้แรงงานเด็กหรือการมีทาส กระนั้นคำว่า "ประเพณี" ก็ไม่ได้ทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งถูกต้องชอบธรรมขึ้นมาแต่อย่างไร การสู้วัวกระทิงนั้นเป็นกีฬาอันเหี้ยมโหดที่ควรจะพับเก็บไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์เสียแต่นานมาแล้ว ไม่ว่าความเป็นมาของมันจะเป็นเช่นไรก็ตาม การสู้วัวกระทิงนั้นประกอบไปด้วย การทรมาน การทำร้าย และสังหารสัตว์เพียงเพื่อความสนุกบันเทิงใจเท่านั้นเอง

 

 

ประเพณีวิ่งวัว

                 พวกวัวเหล่านี้ถูกขุนเลี้ยงให้โตมาในท้องทุ่ง ไม่คุ้นเคยกับเสียงโห่ร้องอึกทึกหรือถูกห้อมล้อมด้วยฝูงคนจำนวนมาก มันจะถูกนำมาขังเตรียมไว้ในคอกที่มืดและแออัด เมื่อถูกช็อกด้วยไฟฟ้าเพื่อบังคับให้วิ่งเตลิดออกสู่ท้องถนนอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มันจะตาพร่าไปชั่วขณะด้วยแสงจ้าของดวงอาทิตย์ จากนั้นจะถูกโห่ร้องและทุบตีด้วยม้วนหนังสือพิมพ์จากพวกนักวิ่งให้ตกใจกลัว พวกวัวจะถูกบังคับให้วิ่งไปตามเส้นทางต่าง ๆ ที่ปูด้วยหินลื่น ๆและมีหัวโค้งที่หักมุมค่อนข้างแคบ ทำให้มันขาสะดุดหรือไถลไปชนกำแพง บางครั้งกระดูกหักหรือได้รับบาดเจ็บในขณะผู้คนพากันเฮฮาวิ่งนำหน้าเพื่อโอ้อวดความกล้าและความสนุกสนานสะใจ วัวทั้งหมดที่ลื่นไถลล้มลุกคลุกคลานไปตามถนนในเมืองแพมโพลน่าเหล่านี้ท้ายที่สุดก็จะไปโผล่ที่สนามสู้วัวอันนองเลือดและพบความตายอันน่าสยดสยอง

 

กีฬาสู้วัว

                 ในแต่ละปี วัวมากกว่า 40,000 ตัวถูกสังหารอย่างโหดร้ายในสังเวียนสู้วัวของสเปน นักเที่ยวชาวต่างประเทศที่ได้มีโอกาสชมการสู้วัวส่วนใหญ่ไม่ปรารถนาที่จะได้ดูมันอีก พวกเขารู้สึกขยะแขยง รังเกียจ และเศร้าใจ ในภาพความเหี้ยมโหดที่ได้เห็น
                 อันที่จริงแล้ว คำว่า "การสู้วัว" นั้นเป็นการเรียกชื่อที่ผิดข้อเท็จจริงอย่างมาก เพราะมันเป็นการต่อสู้แข่งขันที่มีศักดิ์ศรีความสมน้ำสมเนื้อกันน้อยมาก ระหว่างมาตาดอร์ (ภาษาสเปนหมายถึง "นักฆ่า) ผู้กวัดแกว่งดาบอย่างคล่องแคล่วว่องไวกับวัวที่มึนงง ว้าวุ่น ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกข่มขู่ทรมานจนเสียขวัญ และถูกทอนกำลังจนอ่อนล้าเจียนสิ้นแรงล้มลงอยู่แล้ว
                 ผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของเกมสู้วัวก็คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวและผู้จัดรายการสู้วัวต่างโหมประโคมว่าการสู้วัวนั้นเป็นการต่อสู้ที่สนุกสนานและยุติธรรม แต่สิ่งที่เขาไม่เอ่ยถึงก็คือวัวนั้นไม่เคยมีโอกาสป้องกันตัวเองและยิ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิตไปได้
                 วัวนั้นจะถูกทอนกำลังให้อ่อนล้าก่อนอย่างจงใจด้วยวิธีการหลายแบบ เช่นปล่อยกระสอบทรายหล่นทุบลงบนหลังของมัน ส่วนการใช้ยานั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดามากจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Salamanca ของสเปน พบว่า วัวสำหรับใช้ในการสู้วัวจำนวน 20 เปอร์เซนต์ถูกวางยาก่อนที่จะถูกปล่อยลงสนาม ในการสุ่มตัวอย่างวัว 200 ตัว พบว่าหนึ่งในห้าของจำนวนนี้มีการทายาแก้อักเสบเพื่อช่วยปกปิดบาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดจากการทอนกำลังของมันก่อนหน้านี้
                 อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันโดยปกติคือการ "เล็ม" เขาของวัวโดยการเลื่อยปลายเขาของมันออก 2-3 นิ้ว เขาของวัวก็เช่นเดียวกับหนวดของแมว มันใช้เป็นเครื่องนำทาง การถูกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจะทำให้การทำงานของมันเสียศูนย์ไป การตัดเขานั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นบางครั้งหลังจบการต่อสู้จะมีการตรวจสอบโดยสัตวแพทย์ แต่ในปี 2540 สมาพันธ์นักสู้วัวอาชีพของสเปนรวมทั้งมาตาดอร์ 230 คน ประท้วงต่อต้านมาตรการตรวจสอบของสัตวแพทย์ดังกล่าว


             ขั้นตอนของการสู้วัวโดยทั่วไปนั้น ทันทีที่วัวหลุดเข้ามาสู่สนาม มันก็จะถูกห้อมล้อมจู่โจมด้วยเหล่าปิคาดอร์ (picadors - พวกคนที่ขี่ม้าซึ่งถูกปิดตาเอาไว้ คอยวนเวียนใช้ปฏักทิ่มไปที่หลังและกล้ามเนื้อคอของวัว) การทำเช่นนี้จะตัดกำลังไม่ให้วัวยกหัวของมันขึ้นได้ พวกเขาจะบิดปลายปฏักและแทงเซาะเปิดแผลพื่อให้วัวเสียเลือดให้มากที่สุด จากนั้นพวกบันเดอริลโรที่เดินเท้าจะเข้ายั่วยุหลอกล่อและคอยใช้ท่อนฉมวกสีสันสดใสทิ่มแทงไปบนหลังวัวขณะที่มันไล่ขวิดไปรอบ ๆ เมื่อวัวเริ่มอ่อนแรงลงเพราะเสียเลือดไปมาก พวกบันเดอริลโรก็จะล่อให้วัววิ่งวนหลาย ๆ รอบจนมันเวียนหัวและหยุดไล่ ท้ายที่สุด มาตาดอร์ก็จะปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้อง และหลังจากยั่วให้วัวซึ่งอ่อนแรงใกล้ตายอยู่แล้วพุ่งเข้าใส่ครั้งสองครั้งเขาก็จะพยายามสังหารวัวให้ตายด้วยดาบ แต่ถ้าเขาแทงพลาด ทำได้เพียงทำให้วัวบาดเจ็บเพิ่มขึ้น เพชฌฆาตหรือมือสังหารก็จะถูกเรียกเข้ามาจัดการสัตว์เคราะห์ร้ายที่สิ้นแรงยอมจำนนนั้นให้ตาย โดยใบกริชสังหารจะต้องแทงตัดผ่านสันหลังของวัวทีเดียว แต่กระนั้นก็อาจเกิดการผิดพลาดขึ้นได้ วัวอาจจะเป็นแค่อัมพาตแต่ยังมีความรู้สึกตัวอยู่ขณะที่เขาของมันถูกผูกด้วยโซ่และถูกลากออกไปจากสนาม

                 ถ้าการแสดงของมาตาดอร์ได้รับความชื่นชมสนุกสนานจากฝูงชนมาก เขาก็จะได้รับหูและหางของวัวที่ถูกตัดเฉือนสด ๆ ทั้งที่วัวยังไม่ตายให้เป็นรางวัล แล้วหลังจากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา วัวตัวใหม่ก็ถูกปล่อยเข้าสู่สนาม และวงจรอันน่าสลดใจก็จะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งวนเวียนกันไปเช่นนี้

                 มันเป็นเรื่องของความขี้ขลาดโดยแท้ มาตาดอร์มีโอกาสเลือกในการไปอยู่ที่นั่น
แต่วัวนั้นไม่ได้เลือก และไม่มีทางเลือก และคงไม่อยากที่จะเลือก จากวินาทีที่มันโผล่ออกมาจากซองขังมืด ๆ แคบ ๆ เข้ามาสู่สนาม วัวไม่มีโอกาสใด ๆ เลยที่จะเป็นผู้ชนะ มันอาจอ่อนล้าหมดกำลังเพราะถูกทุบด้วยกระสอบทราย กล้ามเนื้อที่คอถูกตัดเพื่อป้องกันไม่ให้มันยกหัวขึ้นได้ ถูกทำให้อ่อนแรงด้วยยาถ่ายท้อง ถูกตัดเขา หรือถูกโปะตาด้วยวาสลินเพื่อให้การกะระยะของสายตาผิดเพี้ยนไป นี่คือการต่อสู้ที่งดงาม ยุติธรรม สมศักดิ์ศรีจริงหรือ?


                 ปัจจุบันการต่อต้านกีฬาสู้วัว ได้รับการสนับสนุนทั้งในสเปนและที่อื่น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ในเดือนเมษายน 2547 สภาเมืองบาร์เซโลน่าประกาศให้บาร์เซโลน่าเป็นเมืองต่อต้านการสู้วัวเพื่อพยายามที่จะนำไปสู่กฎหมายห้ามไม่ให้มีกีฬาเลือดอันป่าเถื่อนนี้อย่างเด็ดขาดในที่สุด ต่อมาเทศบาลในแคว้นคาตาลันอีก 38 แห่งได้ปฏิบัติตาม และรัฐสภาคาตาโลเนียนได้อภิปรายเพื่อขยายขอบเขตอำนาจกฏหมายห้ามทารุณสัตว์ที่มีอยู่แล้วให้ครอบคลุมถึงกีฬาสู้วัวด้วย จากข้อมูลการสำรวจประชามติในเดือนตุลาคม 2549 ชาวสเปนถึง 72 เปอร์เซนต์ไม่ได้สนใจในกีฬาสู้วัวเลย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจาก 54 เปอร์เซนต์ในช่วงทศวรรษที่ 80 ถ้าสเปนอยากเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและเป็นประเทศที่ยกระดับขึ้น ก็ควรที่จะทำตัวให้ทันยุคและหยุดการฆ่าฟันสัตว์เพื่อความบันเทิงนี้เสีย

ม้าในกีฬาสู้วัว

                 วัวไม่ใช่เป็นเหยื่อเพียงอย่างเดียวในกีฬาสู้วัว ม้าที่ใช้ในกีฬาสู้วัวจะถูกปิดตาเหมือนเป็นม้าตาบอด และบางครั้งใช้จุกกระดาษหนังสือพิมพ์อุดหูเพื่อมิให้ตกใจกลัววัวที่พุ่งเข้าใส่หรือตื่นเสียงโห่ร้องของผู้ชม พวกมันมักจะได้รับบาดเจ็บจากการถูกขวิดของวัวที่ตื่นกลัวพอกันและพยายามปกป้องตัวเอง ในแต่ละปีมีม้าราว 200 ตัวถูกฆ่าตายในกีฬาสู้วัวทั่วโลก

 

กีฬาสู้วัวปอร์ตุเกส "ไร้เลือด"?

                 นอกจากแค่ชื่อเรียกว่า "ไร้เลือด" แล้ว การสู้วัวแบบของปอร์ตุเกสก็ไม่ได้มีอะไรอื่นแตกต่าง มาตาดอร์บนหลังม้าจะแทงวัวด้วยปฏักที่เรียกว่า banderilla ให้เกิดแผลลึกและเสียเลือดจำนวนมาก หลังจากได้รับบาดแผลและอ่อนแรงด้วยปฏักซึ่งยังปักห้อยตามตัวของมันแล้ว จากนั้นวัวก็จะถูกทรมานด้วยกลุ่มของโฟร์คาโด 8 คน โดยเจ็ดคนจะเข้ารุมจับล็อกหัวของมันขณะอีกหนึ่งคนที่เหลือดึงหางของมันจนทำให้วัวที่หมดแรงอยู่แล้วหยุดดิ้นลงได้ในที่สุด จากนั้นวัวก็จะถูกลากออกไปจากสนาม นำไปนอนแช่กองเลือดพะงาบ ๆ รอคนฆ่าสัตว์จะมาจัดการ บางครั้งเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือแม้กระทั่งหลาย ๆ วัน







โรงเรียนสอนมาตาดอร์
โรงเรียนสอนทรมานสัตว์

ภาพโรงเรียนสอนมาตาดอร์ที่พรรณนาไว้
ในนวนิยายของเฮมิงเวย์นั้นดูแสนจะโรแมนติค
แต่วีดีโอสั้น ๆ ที่ท่านจะได้ชมนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า
สถานที่แห่งนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่
เว้นแต่ความโหดเหี้ยมอำมหิต
ที่ท่านสามารถเห็นได้ด้วยตา


DOWNLOAD VIDEO CLIP

เปิดด้วย Window media player classic (download)
หรือ Quicktime Player (download)



หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่
http://www.petatv.com/tvpopup/
video.asp?video=bullfighting-school&Player=wm



การสู้วัวคืออะไร?

การสู้วัวก็คือกิจกรรมการทารุณสัตว์
ที่ไม่มีทางปกป้องตัวเองชนิดที่ร้ายแรงที่สุด
ชมหรือ download video clip จาก SHARK
ที่แสดงรายละเอียดของเหตุการณ์สยดสยอง
คุณใจแข็งพอที่จะทนดูมันหรือไม่

Click Here to Download Video Clip


หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่
http://www.sharkonline.org/?P=0000000390


 


การวิ่งเปลือยของกลุ่มต่อต้านการวิ่งวัวและการสู้วัว

                 การวิ่งเปลือยกายประท้วงไปตามถนนของเมืองแปมโปลน่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากสื่อและเปิดโอกาสให้กว้างขึ้นในการเผยแพร่ข้อมูลถึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานของพวกสัตว์เคราะห์ร้ายในเกมการสู้วัวออกสู่การรับรู้ของชาวโลก และเพื่อเป็นช่องทางติดต่อประชาชนทั่วไปซึ่งอาจไม่ตระหนักถึงความโหดร้ายทารุณที่แฝงอยู่ในประเพณีการวิ่งวัว นักท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าหลังจากนั้นพวกวัวเหล่านี้จะต้องไปจบชีวิตด้วยความตายอย่างช้าๆ ด้วยความเจ็บปวดทรมานในสนามสู้วัว และการวิ่งเปลือยประท้วงนั้นเป็นวิธีการที่สะดุดตาสำหรับส่งข่าวสารออกไปสู่สาธารณชนของนานาประเทศ

                 การวิ่งนี้ก็สร้างความสนุกสนานให้แก่คนเราได้เช่นเดียวกัน เป็นทางเลือกใหม่ที่ปราศจากความโหดร้ายแทนการวิ่งวัวแบบเดิม ประชาชนที่ต้องการจะร่วมฉลองเทศกาลของ นักบุญ San Fermín สามารถเข้าร่วมการวิ่งเปลือยและได้รับความตื่นเต้นในรูปแบบของความเมตตาแทนความสะใจบนความเจ็บปวดทรมานของสัตว์อื่น นอกจากนั้น การวิ่งแข่งแบบนี้ช่วยดึงดูดความสนใจให้มองเห็นถึงชะตากรรมอันน่าสลดของพวกวัวและความป่าเถื่อนต่างๆ ในกีฬาสู้วัว ซึ่งไม่เพียงแค่ในสเปนแต่รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ด้วยในเวลาเดียวกัน

เก็บความจาก
http://www.runningofthenudes.com/bullfighting_facts.asp





CORIA

CÁCERES - EXTREMADURA - SPAIN
JUNE

ตั้งแต่วันที่ 23 -29 ของเดือนมิถุนายน เมืองคอเรีย (Cáceres, Extremadura) จัดงานสัปดาห์ฉลองนักบุญอุปถัมภ์เซนต์จอห์น และเช่นเดียวกับอีกหลายเมืองของสเปน กิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือการทุบตีและฆ่าสัตว์ต่าง ๆ ไม่มากก็น้อย ในคอเรียเราขอพูดถึงวัว แม้ว่าจะไม่มี "corrida"หรือกีฬาสู้วัว แต่ก็ยังมีการวิ่งวัววันละสามรอบ ตั้งแต่รุ่งสาง ตอนเช้า และตอนบ่าย สองสามวันก่อนการฉลองของปี 2549 เราได้ติดต่อขอข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวของเมืองคอเรีย ได้ทราบว่าช่วงที่มีคนร่วมวิ่งมากที่สุดคือวันที่ 27 เพราะ "27's Club" เคยซื้อ "Miura" วัวตัวที่ใหญ่ที่สุดที่จะวิ่งในวันนั้น แต่ในปีดังกล่าวสภาเมืองจะเป็นผู้ซื้อเสียเอง และประชาชนก็เฝ้ารอคอยดูเรื่องนี้ด้วยความหวัง

ขั้นตอนของการวิ่งวัวในคอเรียมีดังนี้ วัวสำหรับพิธีจะออกจากลานพร้อมกับฝูงวัวเชื่อง พวกมันทั่งหมดจะถูกนำไปสู่สังเวียนสู้วัวพร้อมกันโดยให้วิ่งผ่านไปตามถนนสายต่าง ๆ และทันทีที่ไปถึง พวกเขาจะแยกเอาวัวพิธีตัวนั้นไปไว้ในสนามกลางเพื่อให้ผู้คนยิงลูกดอกเข้าใส่ ในสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตรายพวกเขาจะปิดไฟเพื่อให้วัวเกิดสับสน หลังจากนั้นพวกเขาจะเปิดประตูสนามให้วัววิ่งออกมาในเมืองให้คนได้เป่าหรือขว้างลูกดอกใส่ตัววัวอีกเป็นเวลาหลายชั่วโมง จนกระทั่งในขั้นสุดท้ายจึงยิงให้ตาย

ในเว็บไซต์ Tourism in Coria (ภาษาสเปน) ท่านสามารถได้รับทราบข้อมูลต้นฉบับเกี่ยวกับงานฉลองนี้ วิธีการที่เขาใช้ประกาศโฆษณา และดูภาพของวัวที่ถูกฆ่าโดยพลเมืองชาวคอเรียเพื่อถวายแด่นักบุญจอห์นใน "งานสืบสานประเพณีสู้วัว" ปี 2549


ความน่าละอายของเมืองคอเรีย


กิจกรรมประจำปีที่จัดในเมือง Coria พร้อม ๆ กับงาน "El Toro de la Vega" ในTordesillas (Valladolid, Castilla León) หนึ่งในความเหี้ยมโหดอำมหิตครั้งใหญ่ที่สุดและน่าละอายที่สุดของงานฉลองตามประเพณีของสเปน ด้วยการทำทารุณต่อวัวอย่างไร้ความปรานีให้ได้รับความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส ในทั้งสองเมืองนี้ผู้คนมีพฤติกรรมไม่ต่างกันคือเป็นประหนึ่งพวกอนารยชนในยุคกลาง โดยที่ทางการ, แม้กระทั่งฝ่ายวัฒนธรรมของท้องถิ่น ก็ให้ความสนับสนุนส่งเสริมอย่างเต็มที่ในการจัดงาน

ที่เมือง Coria พวกเขาชื่นชมกับการฆ่าฟันเช่นนี้มาก พวกเด็ก ๆ เติบโตขึ้นภายใต้สิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ถูกปลูกฝังเรียนรู้ว่าเป็นสิ่งงดงามและเป็นวัฒนธรรม น่าลำบากใจเพียงใดที่จะพยายามจินตนาการถึงความทุกข์ทนแสนสาหัสของวัวเหล่านี้ ที่ถูกไล่ทุบตี ถูกรุมทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลาหลายชั่วโมงไปตามท้องถนนสายต่าง ๆ ทั่วลำตัวเต็มไปด้วยลูกดอกปักอยู่เต็มไปหมด มันพยายามที่จะหลบหนีไปให้พ้นจากน้ำมือของพวกมนุษย์ ตราบกระทั่งกระสุนนัดสุดท้ายจากฝีมือของ "มาตาดอร์" แห่งเมืองคอเรียเจาะเข้าที่หัวของมัน จึงเป็นของขวัญแท้จริงชิ้นสุดท้ายจากสวรรค์ที่มาช่วยปลดปล่อยมันจากความทรมานนั้นได้


"วัวที่ปล่อยไปจะวิ่งไปจนฟ้าสาง จากนั้น "มาตาดอร์" ผู้เชี่ยวชาญและคล่องหน้าที่จะเยื้องย่างอย่างสง่าเคียงข้างไปกับเจ้าหน้าที่สูงสุดของเมืองพร้อมกับปืนในมือ แหวกทางไปในระหว่างฝูงชน เพื่อให้เข้าใกล้เจ้าสัตว์ตัวนั้นให้มากที่สุดแบบประจันหน้า แล้วยิงเข้าที่กลางแสกหน้าของมัน สองชั่วโมงหลังจากนั้น งานสืบทอดประเพณีสู้วัวนี้จึงเป็นอันจบสิ้นลง"

(ข้อความนี้ เก็บมาจากเว็บไซต์ของสำนักงานท่องเที่ยวแห่งเมืองคอเรีย แสดงถึงตอนจบของ "งานสืบสานประเพณีสู้วัว" ซึ่งขั้นตอนก่อนหน้านี้ดังที่ปรากฏอยู่ในภาพโดย FAACE คงไม่มีให้เห็นในเว็บไซต์ดังกล่าวอย่างแน่นอน รวมทั้งอีกภาพคล้าย ๆ กัน)




" วัวแห่งคอเรีย" (Cáceres) เป็นที่รู้จักกันในนามของ "หมอนปักเข็ม"
ชื่อนี้ได้มาจากประเพณีอันโหดร้ายและรุนแรง มนุษย์ผู้เข้าร่วมงานจะเป่าลูกดอกไปที่วัว
ลูกดอกปลายแหลมประดับกระดาษสีจะปักติดบนหนังทั่วร่างของมัน

ภาพของสัตว์เคราะห์ร้ายที่ทั่วร่างพรุนไปด้วยลูกดอก
จากงาน "สืบสานประเพณีการสู้วัว"
มันปักเข้าไปแม้กระทั่งในลูกตาและจมูก
นี่เป็นหลักฐานพอหรือยังสำหรับคณะเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมของสเปน
ที่เรียกร้องหาหลักฐานความเหี้ยมโหด
ที่พอจะจัดว่า "น่าสนใจ"
และหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังอีกครั้ง




เก็บความจาก
http://www.altarriba.org/2/verguenza/caceres-coria-english.htm

Other links
http://www.faace.co.uk/bfiestas.htm
http://www.peta.org.uk/
http://www.worsleyschool.net/socialarts/bull/fighting.html
http://www.actionagainstpoisoning.com/page13/page47/bullfighthorseabuse.html
http://www.variablevisions.com/pages/courses/IDS3920/veganPaperIDS3920.html
http://forum.greenpeace.org/int/archive/index.php/t-454.html
http://animalliberationfront.com/ALFront/Actions-Spain/WorldwideBullfightProt.htm
http://www.horsetalk.co.nz/features/bullfighting.shtml
http://getactive.peta.org/campaign/bullfighting07
http://www.liberation-mag.org.uk/bullfighting.htm
http://members.tripod.com/~animom/bull.html
http://www.iwab.org/updates.html
http://animom.tripod.com/1ISLEROARCHIVES/index.html







THE TRUTH BEHIND BULLFIGHTING

ความจริงเบื้องหลังเกมสู้วัว
http://www.sharkonline.org/bullfighting1.mv



ฉากที่ 1
นี่คือุปนิสัยที่แท้จริงของวัวกระทิงยามที่มันไม่ถูกทำร้ายหรือถูกยั่วยุ
ตรงข้ามกับคำโฆษณาชวนเชื่อของพวกปกป้องเกมสู้วัว
จริง ๆ แล้ว ตามธรรมชาติ พวกมันชอบอยู่เงียบ ๆ และเป็นสัตว์รักสงบ
หากจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ก็เพียงเพื่อป้องกันตนเอง หรือหวงหญ้าของมันเท่านั้น
ก่อนหน้าการต่อสู้เป็นเวลาหลายชั่วโมง มันจะถูกขังในที่แคบ ๆ และโดดเดี่ยว
ไม่มีอาหาร น้ำ แสงสว่าง หรือเพื่อน ๆ ในฝูงของมัน
เหล่านี้ทำให้มันตื่นกลัวและสับสน
มันอ่อนล้าทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ
และก่อนจะถูกปล่อยเข้าไปในสังเวียน มันจะถูกทิ่มแทงด้วยฉมวก
มันจึงได้รับบาดเจ็บและโชกเลือดอยู่แล้ว
ก่อนหน้าที่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจะเริ่มขึ้น

ดังนั้น การต่อสู้นี้ จึงถูก "กำหนดเอาไว้แล้ว" อย่างสมบูรณ์





ฉากที่ 2

ม้าก็เป็นเหยื่ออีกชนิดหนึ่งในเกมสู้วัว
เมื่อถูกปิดตามันจึงไม่สามารถหนีไปไหนได้
มันถูกใช้ล่อวัวที่กำลังโกรธและมึนงงให้พุ่งเข้าหา
ชายสองคนบนหลังม้าเป็นผู้แทงหอกลงไปบนหลังวัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ม้าเป็นผู้รับเคราะห์แทน แม้ว่ามันจะถูกพันด้วยเบาะไว้อย่างดี
แต่ม้าก็ยังบาดเจ็บและถูกขวิดตายเป็นประจำในสนามสู้วัว





ฉากที่ 3

คนขี่ม้าทิ่มหอกให้ลึกเข้าไปในแผฝคอและแผ่นหลังของวัว
บิดคว้านเพื่อฉีกกล้ามเนื้อและเอ็น
เพื่อไม่ให้วัวต่อสู้ป้องกันตัวเองได้ ทั้งช่วยให้เลือดออกมากยิ่งขึ้น





ฉากที่ 4

บาดแผลและการเสียเลือดจากคมหอกเป็นสิ่งอำมหิตเหลือเชื่อ
และยิ่งทำลายข้ออ้างว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ยุติธรรม





ฉากที่ 5

คนเหล่านี้กล้าหาญดั่งคำโฆษณาโอ้อวดเกี่ยวกับเกมสู้วัวจริงหรือ
ผู้กล้าเหล่านี้จะรอคอยจนกระทั่งวัวจวนพิการด้วยหอกบนหลังม้าจึงจะกรูเข้าหา
แต่พวกเขาก็พร้อมเสมอที่จะมุดแผล็วเข้าแอบหลังกำบังข้างสนามได้ทุกเวลา
ในภาพจะเห็นแผ่นป้ายโฆษณา Corona Beer ของบริษัท Anheuser-Busch
ซึ่งให้การสนับสนุนความโหดร้ายและขี้ขลาดนี้





ฉากที่ 6

ขณะที่วัวกำลังเหนื่อยหอบ เลือดโทรม และสิ้นแรง
พวกผู้กล้าก็จะออกมาจากที่กำบังแล้วเข้าโจมตีเหยื่อด้วยฉมวก
เงินค่าโฆษณาเบียร์ไหลเข้ากระเป๋าของเจ้าของสนาม
เป็นการสนับสนุนอย่างเปิดเผยต่อการทรมานสัตว์
และกิจกรรมอันผิดกฎหมายทั่วทั้งสหรัฐและทั่วโลก







ฉากที่ 7

หอกและฉมวกยิ่งทำร้ายหัวไหล่ที่เต็มไปด้วยบาดแผลให้ฉีกขาดมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งกล้ามเนื้อคอ ทำให้วัวช็อก หอบสำลัก และร้องออกมา






ฉากที่ 8

ยิ่งฉมวกพุ่งแทงตัวมันมากขึ้นเท่าไหร่ การเสียเลือดก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ทำให้มันอ่อนล้าและเคลื่อนไหวลำบากยิ่งขึ้น
บางครั้งมันไม่สามารถจะก้าวเดินยกหัวขึ้นได้เลย
นั่นยิ่งทำให้มันไม่มีโอกาสต่อสู้หรือป้องกันตัวเองได้เลย






ฉากที่ 9

บ่อยครั้ง ที่วัวเกร็งค้างไปทั้งตัวไม่อาจเคลื่อนไหวเนื่องจากความเจ็บปวดทรมาน
มันถึงกับลงไปคลานหรือล้มทั้งยืนขณะพยายามที่จะกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด






ฉากที่ 10

แม้จะบาดเจ็บสาหัส เจ้าวัวน้อยแค่โตกว่าลูกวัวยีนหยัดขึ้นปกป้องตัวเอง
ทำให้ "นักสู้วัวผู้กล้าหาญ" ถึงกับวิ่งแจ้นเข้าที่หลบภัย






ฉากที่ 11

ต่อเมื่อวัวผ่านขั้นตอนการถูกทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ
ของเหล่าสมุนนักสู้วัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง
จนเสียขวัญ สับสน และหมดแรง
ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล และเสียเลือดใกล้พิการอยู่แล้ว
จึงวาระนั้นเอง ที่มาตาดอร์ผู้องอาจจะปรากฏตัวออกมา
เพื่อโอ้อวด "ความกล้าหาญ" ต่อหน้าผู้ชม
นักสู้ผู้สง่างามจะแสดงลีลาต่างๆ หยอกล้อ ท้าทาย วัวที่หมดแรงใกล้ตาย
ยืนแทบไม่ไหว แม้แต่ขี้เยี่ยวก็ไหลออกมาอย่างอั้นไม่อยู่





ฉากที่ 12

หลังจากบำเรอความกระหายเลือด
ของเหล่าผู้ชมที่กรึ๊บของเมาได้ที่ไปแล้ว
ฆาตกร "ผู้กล้าหาญ" ก็เร่งเหยื่อเข้าสู่ความตาย
ด้วยการคลุมหัวของมันด้วยผ้าแดงแล้วแทงด้วยดาบ
พวกโฆษกของเกมสู้วัวอ้างว่าดาบนั้นจะทะลุพรวด
เข้าถึงหัวใจและทำให้มันขาดใจตายทันที
แต่สิ่งนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
โอกาสดีที่สุดของวัวที่จะตายได้เร็วโดยเกี่ยวเนื่องกัน
ก็ต่อเมื่อมันถูกแทงเข้าไปในปอด
ซึ่งจะทำให้มันกระอักเลือดออกมาทั้งปากและจมูก
แล้วจมอยู่ในกองเลือดของมันเอง
บ่อยครั้งที่มันถูกแทงซ้ำแล้วซ้ำอีก
จนส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
และพยายามดิ้นรนที่จะหนีไปให้พ้นจากแก็งค์ฆาตกรโหดที่รุมล้อมอยู่



ฉากที่ 13

วัวถูกห้อมล้อมด้วยฝูงฆาตกร
โดยมีผืนผ้าสีสามผืนปรากฏลวงอยู่โดยรอบ
เลือดทะลักออกมาทั้งปากและจมูก
ทันทีที่แทงมันด้วยดาบยาว
พวกฆาตกรพยายามที่จะกดและลากใบดาบ
ให้กินเข้าไปลึกที่สุดในเนื้อ
บีบให้มันยอมทรุดตัว
เพื่อจะยอมรับการทรมานอยู่ตรงนั้น



ฉากที่ 14
ท้ายที่สุดวัวก็ไม่อาจทนยืนอยู่ได้อีกต่อไป มันทรุดลงยอมศิโรราบ
ฆาตกร"ผู้กล้าหาญ" ถือมีดอยู่ในมือ
ย่างเท้าเข้ามาหาวัวที่สิ้นเรี่ยวแรงและใกล้ตายเพื่อทรมานมันต่อ
นักฆ่า (thug)บรรจงแทงเข้าไปที่ด้านหลังคอ
แล้วคว้านมีดกลับไปกลับมาอย่างเลือดเย็นเพื่อตัดสันหลังของมัน



ฉากที่ 15

การตัดเฉือนของคมมีดทำให้วัวกลายเป็นอัมพาต
แต่ยังไม่ตายและยังคงรู้สึกตัวอยู่



ฉากที่ 16

ภาพนี้แสดงถึงเนื้อแท้ของเกมสู้วัวได้อย่างเหมาะเจาะ
นั่นคือ มันสะท้อนให้เห็นถึงโฉมหน้าของพวกตาขาว
แต่ใจอำมหิต ชื่นชอบการเข่นฆ่าทารุณ
ซึ่งพยายามจะอำพรางตัวเอง
ไว้ด้วยหน้ากากของ ศิลปะ ความกล้าหาญ และ ประเพณี
โดยอ้างว่าเป็นการ "ท้าทาย" ศัตรู
- ซึ่งถูกทำให้สิ้นหวังพ่ายแพ้อยู่ก่อนแล้ว





ฉากที่ 17

พลเมืองส่วนใหญ่ทั้งของสเปนและเม็กซิโกไม่สนับสนุนเกมสู้วัว
เสียงร้องแห่งความเมตตาที่ต้อต้านความเลวร้ายนี้
ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลอย่างเงียบงันและเมินเฉย
ซึ่งเป็นความฉ้อฉลและทรยศเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเกมสู้วัว





ฉากที่ 18

วัวที่ขยับตัวไม่ได้แต่ยังมีความรู้สึกตัวอยู่ ถูกลากไปรอบ ๆ สนาม
เพื่อให้ความบันเทิงครั้งสุดท้ายแก่ฝูงชนที่กระหายเลือด
และอีกครั้งหนึ่ง คุณจะมองเห็นป้ายโฆษณาของเบียร์โคโรน่า
ที่ให้การสนับสนุนการฆ่าและทรมานสัตว์อย่างชัดเจน



ฉากที่ 19
เหยื่อของเกมสู้วัวไม่ได้มีแค่วัวและม้าเท่านั้น แม้แต่วัวสาวที่ผอมแห้งเหล่านี้
ก็ยังใช้เป็นเครื่องมือฝึกสำหรับนักสู้วัวและนักท่องเที่ยวเพื่อความสนุกบันเทิง
รวมทั้งลูกวัวก็ยังมีไว้ให้บริการ
ขอเพียงแค่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียม
ใครก็ได้ที่มีอาการป่วยทางจิต สามารถที่จะลงไปฆ่า
หรือทรมานสัตว์เหล่านี้ในสนามสู้วัวได้ทุกเมื่อ





ฉากที่ 20

ลูกจ้างในสนามสู้วัวจุ่มปลายฉมวกโชกเลือดลงไปในจอกเบียร์
ฉมวกนี้เพิ่งดึงออกมาจากร่างของวัวที่ถูกทรมานจนตาย
ในสนามสู้วัวของเมืองพูบลา เม็กซิโก
เบียร์โคโรน่านั้นมีเลือดของสัตว์ผู้บริสุทธิ์แปดเปื้อนอยู่อย่างแท้จริง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้คนที่มีเมตตาธรรม
จะระลึกถึงภาพนี้ก่อนที่จะสั่งเบียร์ยี่ห้อนี้มาดื่ม
หรือซื้อสินค้าทุกตัวของ Anheuser-Busch

น่าขำ บริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์ Budweiser
และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ เบียร์โคโรน่า
ก็ยังเป็นเจ้าของ Sea World marine parks
ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ใส่ใจต่อชีวิตสัตว์และสิ่งแวดล้อม
ภาพนี้สะท้อนความเป็นจริงที่แท้

Anheuser-Busch ปฏิเสธที่จะยกเลิกการสนับสนุนกิจกรรม
ที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นการทารุณสัตว์ที่เลวร้ายที่สุดบนผืนโลก
และยิ่งน่าประหลาดใจที่พวกเขายังเป็นผู้สนับสนุน
การแข่งขันขี่ม้าพยศ(rodeos) ทั้งในสหรัฐและแคนาดาอีกด้วย


ดูข้อมูลการกระทำทารุณต่อสัตว์ในรูปแบบต่าง ๆ
http://www.sharkonline.org/



It doesn't matter if they can reason
it doesn't matter if they can speak



what does matter is if they can suffer.

ไม่สำคัญอะไร-ถ้ามันจะคิดเป็นด้วยเหตุผล
ไม่สำคัญอะไร-หากมันจะพูดได้
แต่มันจะสำคัญไหม-ถ้ามันรู้สึกเจ็บปวดได้




Wild animals never kill for sport.
Man is the only one to whom
the torture and death of his fellow creatures
is amusing in itself.
-- Froude

สัตว์ป่าไม่เคยฆ่าเพื่อการกีฬา
มีเพียงมนุษย์เท่านั้น
ที่หาความสนุกจากการ
ทรมานและฆ่า
เพื่อนร่วมโลกด้วยกัน





อมตวาทะแห่งอิสเลโร

"ปกติแล้วข้าพเจ้าไม่ได้รู้สึกยินดี
ในเคราะห์ร้ายของคนอื่น
แต่ก็ต้องยอมรับว่า
เมื่อเห็นพวกชอบทรมานสัตว์
ได้รับบาดเจ็บเข้าบ้าง
ข้าพเจ้ารู้สึกสะใจอย่างมาก"

- Islero




ความตายของ Manolete
ผู้ช่วยของ มาโนเลเต้ มาตาดอร์ชื่อดัง
พยายามเอามือปิดแผลเพื่อห้ามเลือด
หลังจากเขาถูกวัวชื่อ อิสเลโร ขวิด

กรรมสนอง

บ่ายวันที่ 28 เดือนสิงหาคม ปี 2490 มาโนเลเต้ (Manolete) ถูกพวกแฟน ๆ โห่ เมื่อเขาก้าวเข้ามาสู่สนามในเกมที่ห้าเพื่อสู้กับวัวชื่อ "อิสเลโร" ทั้งนี้เนื่องจากการแสดงของเขาในเกมที่หนึ่งค่อนข้างแย่ไม่สะใจคนดู มาโนเลเต้เคลื่อนเข้ามาอย่างช้า ๆ เพื่อจะจัดการกับเจ้าวัวโดยถือแถบผ้าสีไว้ข้างลำตัว แต่ทันใดนั้นอิสเลโรก็พุ่งเข้าขวิดเข้าที่กลางขาหนีบของมาโนเลเต้ด้วยเขาข้างขวาอย่างจัง

มาตาดอร์เริ่มมีเลือดไหลโกรก พวกเด็กฝึกงานยกร่างเขาขึ้นมาและหามไปที่สถานีพยาบาล แต่ว่าพวกเขากลับไปผิดทางโดยพาไปที่ลานขังม้า นักสู้วัวใช้เวลาถึงเจ็ดนาทีกว่าจะไปถึงห้องพยาบาลหลังประสบเหตุ

ต่อมาภายหลังพยาบาลประจำสนามบันทึกไว้ว่า มาโนเลเต้ถูก "ขวิดด้วยเขาวัวทำให้อวัยวะส่วนที่เรียกว่า vestibular ganglion(?) เป็นแผลลึกยาว 20 ซม.จากบนถึงล่างและจากด้านในถึงด้านนอก ทำให้เส้นเลือดที่ต้นขาแตก และแทงทะลุเยื่อประสาทกล้ามเนื้อของเส้นเลือดใหญ่ femoral artery"

ขณะที่สูบบุหรี่ นักสู้วัวบอกว่าขาของเขาไม่มีความรู้สึกอะไรเลย
พอถึงห้าทุ่มเขาถูกย้ายไปโรงพยาบาลในเมืองลินาเรส
ต่อมา ตีห้าเจ็ดนาทีของวันที่ 29 สิงหาคม มาโนเลเต้เอ่ยคำพูดสุดท้ายของเขาออกมาว่า
"แม่ผมคงไม่ปลื้มกับเรื่องนี้แน่ ๆ"


(รูปของอิสเลโรเท่าที่เอามาลงนี้ได้มาจากเว็บไซต์ "Isleros fan club" เลยขอยืมมาลงไว้ก่อนจนกว่าจะสามารถเจอรูปของเขาที่ไม่มีมาตาดอร์หรือฉมวกเปื้อนเลือดอยู่ด้วย - Animom webmaster)



Islero คือยอดวีรชนตลอดไป

Islero --(1947)-วัว miura น้ำหนัก 495 กก. ผู้สำเร็จโทษมาตาดอร์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค,
Manuel Rodríguez Sánchez สมญานาม "Manolete" ในเมือง Linares ประเทศสเปน ในปี พ.ศ.2490
Source: Mundo Taurino


From
http://members.tripod.com/~animom/bull.html







พวกสัตว์นั้นซื่อบริสุทธิ์
มันไม่คิดล้างผลาญโลก
มันไม่ได้เกลียดชังหรือคิดทำลายสายพันธุ์อื่น
มันไม่ได้โลภยึดครองเอาทรัพยากรมากไปกว่าเท่าที่จำเป็น
มันไม่ได้ทำอันตรายต่อภาวะการอยู่รอดของมันเอง

Jim Willis, On Learning From Animals





In which countries does bullfighting take place?

As well as Portugal, bullfighting takes place in several
European countries including Spain and parts of France.

It also takes place in Latin American countries like Cuba,
Mexico and Venezuela. It also takes place in the US state of California.

Earlier this year,
Barcelona voted to ban bullfighting
after a big campaign by animal rights groups.


http://news.bbc.co.uk/cbbcnews/hi/find_out/guides
/animals/bullfighting/newsid_3659000/3659696.stm







คำตอบล่าสุดจากสเปน
วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2550

Subject: Corridas de toros
Date: Mon, 16 Jul 2007 00:00:00 +0200
From: gabinete@presidencia.gob.es

          Contesto al escrito que ha dirigido al Presidente del Gobierno Sobre la tauromaquia, agradeciéndole que nos haya dado a conocer sus Reflexiones y comentarios sobre este asunto.
          En relación con las cuestiones que usted plantea, y desde el Respeto que merecen todas las opiniones a favor o en contra, la celebración de las corridas de toros es un asunto socialmente complejo, pues, como usted sabe, tienen en España un profundo arraigo popular y una larga tradición. En estas condiciones, parece que una eventual prohibición de las corridas de toros entraría en contradicción con el sentimiento de amplios sectores de la sociedad española. Por otra parte, su desarrollo tiene lugar en toda España y en otros países del Mediterráneo y de América.

Atentamente.
José Enrique Serrano Martínez.
Director del Gabinete dela Presidencia del Gobierno.



Online translated into Engliash
by Babel Fish Translation

 

Subject: Run from bulls It
dates: Mon, 16 Jul 2007 00:00:00 +0200
From: gabinete@presidencia.gob.es

             I answer the writing that has directed to the President of the Government On tauromaquia, being thankful to him that it has presented to us its Reflections and commentaries on this subject. In relation to the questions that you raise, and from the Respect that deserve all the opinions to favor or in against, the celebration of the bullfights of bulls is a socially complex subject, then, as you know, have in Spain a deep popular root and one long tradition. In these conditions, it seems that a possible prohibition of the bullfights of bulls would enter contradiction with the feeling of ample sectors of the Spanish society. On the other hand, its development takes place in all Spain and other countries of the Mediterranean and of America.

Kindly.
Jose Mountain Enrique Martinez.
Director of the Cabinet dela Presidency of the Government.



 



HOME