(กรณีที่ไม่ปรากฎสารบัญด้านซ้ายมือ กรุณา CLICK ที่ภาพหลักศิลา)

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
จารึกสุโขไท หลักที่ ๑

 

 

 

 

 



อักขรวิธีดั้งเดิม


ศิลาจารึก ด้านที่ ๑

พ่อกูชื่สรีอินทราทีตย แม่กูชื่นางเสือง พี่กูชื่บานเมือง
ตูมีพี่น๋องท๋องดยวห๋าคน ผู๋ชายสาม ผู๋หญิงโสง พี่เผือ
ผู๋อ้ายตายจากเผือตยมแต่ญงงเลก เมื่อกูขึ๋นใหญ่ได๋
สิบเก๋าเข๋า ขุนสามชนเจ๋าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบ
ขุนสามชนหววซ๋าย ขุนสามชนขับมาหววขวา ขุนสาม
ชนเกลื่อนเข๋า ไพร่ฟ๋าหน๋าใสพ่อกู หนีญญ่ายพายจแจ้
น กูบ่หนี กูขี่ช๋างเบกพล กูขับเข๋าก่อนพ่อกู กูต่อ
ช๋างด๋วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช๋าง ขุนสามชนตววชื่
มาสเมือง แพ๋ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ๋นชื่กู
ชื่พระรามคํแหง เพื่อกูพุ่งช๋างขุนสามชน เมื่-
อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได๋ตวว
เนื้อตววปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได๋หมากส๋มหมากหวา-
น อนนใดอนนกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตี-
หนังวงงช๋างได๋ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ๋านท่เมื-
อง ได๋ช๋างได๋งวง ได๋ป่ววได๋นางได๋เงือนได๋ทอง กูเอา
มาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบํเรอแก่พี่
กู ฎงงบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได๋เมืองแก่กูท๋งง
(ก)ลํ เมื่อช่ววพ่อขุนรามคํแหง เมืองสุโขไทนี๋ดี ในน๋ำ
มีปลา ในนามีข๋าว เจ๋าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่-
อนจูงวววไปค๋า ขี่ม๋าไปขาย ใครจกกใคร่ค๋าช๋างค๋า ใคร
จกกใคร่ค๋าม๋าค๋า ใครจกกใคร่ค๋าเงือนค๋าทองค๋า ไพร่ฟ๋าหน๋าใส
ลูกเจ๋าลูกขุนผู๋ใดแล๋ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อ
เสื้อคำมนน ช๋างขอลูกเมียยียเข๋า ไพร่ฟ๋าข๋าไท ป่า
หมากป่าพลูพ่อเชื้อมนน ไว๋แก่ลูกมนนสิ้น ไพร่ฟ๋า
ลูกเจ๋าลูกขุน ผิ๋แล๋ผิดแผกแสกว้างกนน สวนดู
แท้แล จึ่งแล่งความแก่ขาด๋วยซื่ บ่เข๋าผู๋ลกกนกกมกก
ผู๋ซ่อน เหนข๋าวท่านบ่ใคร่พีน เหนสินท่านบ่ใคร่เดือ-
ด คนใดขี่ช๋างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อ
กู้ มนนบ่มีช๋างบ่มีม๋า บ่มีป่ววบ่มีนาง บ่มีเงือ-
นบ่มีทอง ให๋แก่มนน ช่อยมนนตวงเปนบ๋านเปนเมือ-
ง ได๋ข๋าเสือกข๋าเสือ หววพุ่งหววรบก่ดี บ่ข๋าบ่ตี ใน
ปากปตูมีกดิ่งอนนณึ่งแขวนไว๋ห๋นน ไพร่ฟ๋าหน๋า
ปกกลางบ๋านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท๋อง
ข๋องใจ มนนจกกกล่าวเถิงเจ๋าเถิงขุนบ่ไร้ ไปล่นนก-
ดิ่งอนนท่านแขวนไว๋ พ่อขุนรามคํแหงเจ๋าเมืองได๋


ศิลาจารึก ด้านที่ ๒

ยินรยกเมือถาม สวนความแก่มนนด๋วยซื่ ไพร่ใน
เมืองสุโขไทนี๋จึ่งชม สร๋างป่าหมากป่าพลูท่ววเมือ-
งนี๋ทุกแห่ง ป่าพร๋าวก่หลายในเมืองนี๋ ป่าลาง
ก่หลายในเมืองนี๋ หมากม่วงก่หลายในเมืองนี๋
หมากขามก่หลายในเมืองนี๋ ใครสร๋างได๋ไว๋แก่มนน
กลางเมืองสุโขมัยนี๋ มีน๋ำตระพงงโพยสีใสกินดี
…ฎ่งงกินน๋ำโขงเมื่อแล๋ง รอบเมืองสุโขไทนี๋ตรี-
บูรได๋สามพนนสี่ร๋อยวา คนในเมืองสุโขไทนี๋
มกกทาน มกกทรงศีล มกกโอยทาน พ่อขุนรามคํแหง
เจ๋าเมืองสุโขไทนี๋ ท๋งงชาวแม่ชาวเจ๋า ท่วยป่ววท่วยนา-
ง ลูกเจ๋าลูกขุนท๋งงสิ๋นท๋งงหลาย ท๋งงผู๋ชายผู๋ญีง
ฝูงท่วยมีสรธาในพระพุทธศาสนทรงสีลเมื่อพรน
ษาทุกคน เมื่อโอกพรนษากรานกถิน เดือนณึ่งจิ่-
งแล๋ว เมื่อกรานกถินมีพนมเบี๋ย มีพนมหมาก มี
พนมดอกไม๋ มีหมอนน่งงหมอนโนน บริพารกถินโอ-
ยทานแล๋ปีแล๋ญิบล๋านไปสูตญัติกฐินเถืงอ-
รญญิกพู๋น เมื่อจกกเข๋ามาวยงรยงแต่อร-
ญญิกพู๋นเท่าหววลานดดํบงคํด๋วยสยงพาดสยงพี-
นสยงเลื๋อนสยงขับ ใครจกกมกกเหล๋นเหล๋น ใครจก-
กมกกหวว หววใครจกกมกกเลื๋อน เลื๋อน เมืองสุ-
โขไทนี๋มีสี่ปากปตูหลวง ท๋ยนญ่อมคนเสียดกนน
เข๋ามาดูท่านเผาทยนท่านเหล๋นไฟ เมืองสุโขไทนี๋
มีฎ่งงจกกแตก กลางเมืองสุโขไทนี๋มีพิหาร มี
พระพุทธรูปทอง มีพระอฏฐารศ มีพระพุทธรูป
มีพระพุทธรูปอนนใหญ่ มีพระพุทธรูปอนน
ราม มีพิหารอนนใหญ่มีพิหารอนนราม มีปู่
ครูนิไสยมุตก์ มีเถร มีมหาเถรเบื๋องตะวนนตก
เมืองสุโขไทนี๋มีอไรญิก พ่อขุนรามคํํแหงกทำ
โอยทานแก่มหาเถร สงงฆราชปราชญ์รยนจบปิดกไตร
หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี๋ ทุกคนลุกแต่เมืองสรีธ-
รมมราชมา ในกลางอรญญิก มีพิหารอนนณึ่งมน
ใหญ่ สูงงามแก่กํ มีพระอฏฐารศอนนณึ่งลุกยื-
น เบื๋องตะวนนโอกเมืองสุโขไทนี๋มีพิหารมีปู่ครู
มีทเลหลวงมีป่าหมากป่าพลูมีไร่มีนามีถิ่นถ๋าน
มีบ๋านใหญ่บ๋านเลก มีป่าม่วงมีป่าขาม ดูงามฎงงแกล้




ศิลาจารึก ด้านที่ ๓

(งแฏ่)ง เบื๋องตีนนอนเมืองสุโขไทนี๋มีตลาดป-
สาน มีพระอจน มีปราสาท มีป่าหมาก
พร๋าว ป่าหมากลาง มีไร่มีนา มีถิ่นถ๋าน มีบ๋านใหญ่บ๋านเล็ก เบื๋-
องหววนอนเมืองสุโขไทนี๋ มีกุดีพิหารปู่ครู
อยู่ มีสรีดภงส มีป่าพร๋าวป่าลาง มีป่าม่วงป่าขาม
มีน๋ำโคกมีพระขพุง ผีเทพดาในเขาอนนน๋นน
เปนใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี๋ ขุนผู๋ใดถืเมือง
สุโขไทนี๋แล๋ ไหว๋ดีพลีถูก เมืองนี๋ท่ยง
เมืองนี๋ดี ผิไหว๋บ่ดีพลีบ่ถูก ผีในเขาอนนบ่
คุ๋มบ่เกรง เมืองนี๋หาย ๑๒๑๔ สก ปีมโรง พ่อขุนรามคํ-
แหงเจ๋าเมืองศรีสชชนาไลสุโขไทปลูกไม๋ตา-
นนี๋ได๋สิบสี่เข๋าจึ่งให๋ช่างฟนนขดารหินต๋งงหว่าง
กลางไม๋ตานนี๋ วนนเดือนดบบเดือนโอกแปดวนน วน-
นเดือนเตม เดือนบ๋างแปดวนน ฝูงปู่ครู เถร มหาเถ-
ร ขึ๋นณ่งงเหนือขดานหีนสูดธรมมแก่อูบาสกฝู-
งท่วยจำสีล ผิใช่วนนสูดดธรมมพ่อขุนรามคํํแหง
เจ๋าเมืองศรีสชชนาไลสุโขไทขึ๋นณ่งงเหนือขดา-
รหีน ให๋ฝูงลูกเจ๋าขุน ฝูงท่วยถืบ๋านถื
เมือง คร๋นนวนนเดือนดบบเดือนเตม ท่านแฏ่งช๋างเผื-
อกกรพดดลยางท๋ยนญ่อมทองงา...ขวา ชื่รูจาครี
พ่อขุนรามคํแหงขึ๋นขี่ไปนบพระ....(เถิง)อรญญิกแล๋-
วเข๋ามา, จารึกอนนณึ่ง มีในเมืองชลยงสถาบกไว๋
ด๋วยพระศรีรตนธาตุ จารึกอนนณึ่งมีในถ๋ำชื่ถ๋ำ
พระราม อยู่ฝ่งงน๋ำสํพาย จารึกอนนณึ่งมีในถ๋ำ
รตนธารในกลวงป่าตานนี๋ มีษาลาสองอนน อนนณึ่งชื่
ษาลาพระมาส อนนณึ่งชื่พุทธษาลา ขดารหีนนี๋ชื่ม-
นงงษีลาบาตร สถาบกไว๋หนี๋(จึ่ง)ทงงหลายเหน

 



ศิลาจารึก ด้านที่ ๔

พ่อขุนรามคํแหงลูกพ่อขุนษรีอินทราทีตยเป-
นขุนในเมืองสรีสชชนาไลสุโขไท ทงงมากาวลาว
แลเมืองไทเมืองใต๋หล๋าฟ๋าฏ…ไทชาวอูชาวของมาออ-
ก ๑๒๐๗ สก ปีกุรให๋ขุด(เอา)พระธาตุออกทงงหลาย
เหนกทำบูชาบํเรอแก่พระธาตุได๋เดือนหกวนน จึ่-
งเอาลงฝงงในกลางเมืองสรีสชชนาลัยก่พระเจ-
ดีเหนือหกเข๋าจึ่งแล๋วต๋งงวยงล้อมพระม-
หาธาตุสามเข๋าจึ่งแล๋ว เมื่อก่อนลายสืนี๋บ่
มี ๑๒๐๕ สกปีมะแม พ่อขุนรามคํแหงหาใคร่ใจ
ในใจ แลใส่ลายสืไทนี้ลายสืนี้จึ่งมีเพื่-
อขุนผู๋น๋นนใส่ไว๋ พ่อขุนรามคํแหงน๋นนหา
เปนท๋าวเปนพรญาแก่ไททงงหลายหาเปน
ครูอาจารยส่งงสอนไททงงหลายให๋รู๋
บุนรู๋ธรมมแท๋แต่คนอนนมีในเมืองไทด๋วย
รู๋ด๋วยหลวก ด๋วยแกล๋วด๋วยหาน ด๋วยแคะ
ด๋วยแรง หาคนจกกเสมอมิได๋ อาจปราบฝูงข๋า-
เสิก มีเมืองกว๋างช๋างหลาย ปราบเบื้องตวนนอ-
อกรอดสรลวง สองแคว ลมบาจาย สคาเท๋าฝ่งงข-
องเถีงวยงจนนวยงคำเปนที่แล๋ว เบื๋องหวว
นอนรอดคนที พระบาง แพรก สุพรณณภู-
มิ ราชบูรี เพช(บู)รี ศรีธรมมราช ฝ่งงทเล
สมุทรเปนที่แล๋ว เบื๋องตวนนตกรอดเมือ-
งฉอด เมือง…น หงศาพดี สมุทรหาเป-
นแดน, เบื๋องตีนนอน รอดเมืองแพร่ เมื-
องม่าน เมืองน…เมืองพลววพ้นฝ่งงของ
เมืองชวาเปนที่แล๋ว , ปลูกล๋ยงฝูงลูกบ๋า-
นลูกเมืองน๋นน ชอบด๋วยธรมมทุกคน





อักขรวิธีำปริวรรต

ศิลาจารึก ด้านที่ ๑

พ่อกูชื่สรีอินทราทีตย แม่กูชื่นางเสือง พี่กูชื่บานเมือง
ตูมีพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือ
ผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ญังเลก เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้
สิบเก้าเข้า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบ
ขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสาม
ชนเกลื่อนเข้า ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกู หนีญญ่ายพายจแจ้-
น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อ
ช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้าง ขุนสามชนตัวชื่
มาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่กู
ชื่พระรามคำแหง เพื่อกูพุ่งช้างขุนสามชน เมื่-
อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัว
เนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวา-
น อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตี-
หนังวงงช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมื-
อง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นางได้เงือนได้ทอง กูเอา
มาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่
กู ฎั่งบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได้เมืองแก่กูทั้ง
(ก)ลม เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขไทนี้ดี ในน้ำ
มีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่-
อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใคร
จักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า ไพร่ฟ้าหน้าใส
ลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อ
เสื้อคำมัน ช้างขอลูกเมียเยียเข้า ไพร่ฟ้าข้าไท ป่า
หมากป่าพลูพ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น ไพร่ฟ้า
ลูกเจ้าลูกขุน ผิแล้ผิดแผกแสกว้างกัน สวนดู
แท้แล จึ่งแล่งความแก่ขาด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักนักมัก
ผู้ซ่อน เหนข้าวท่านบ่ใคร่พีน เหนสินท่านบ่ใคร่เดือ-
ด คนใดขี่ช้างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อ
กู้ มันบ่มีช้างบ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงือ-
นบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่อยมันตวงเปนบ้านเปนเมือ-
ง ได้ข้าเสือกข้าเสือ หัวพุ่งหัวรบก่ดี บ่ข้าบ่ตี ใน
ปากปตูมีกดิ่งอันณึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้า
ปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท้อง
ข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นก-
ดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำํแหงเจ้าเมืองได้

 

ศิลาจารึก ด้านที่ ๒

ยินเรียกเมือถาม สวนความแก่มันด้วยซื่อ ไพร่ใน
เมืองสุโขไทนี้จึ่งชม สร้างป่าหมากป่าพลูทั่วเมือ-
งนี้ทุกแห่ง ป่าพร้าวก่หลายในเมืองนี้ ป่าลาง
ก่หลายในเมืองนี้ หมากม่วงก่หลายในเมืองนี้
หมากขามก่หลายในเมืองนี้ ใครสร้างได้ไว้แก่มัน
กลางเมืองสุโขมัยนี้ มีน้ำตระพังโพยสีใสกินดี
…ฎั่งกินน้ำโขงเมื่อแล้ง รอบเมืองสุโขไทนี้ตรี-
บูรได้สามพันสี่ร้อยวา คนในเมืองสุโขไทนี้
มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหง
เจ้าเมืองสุโขไทนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนา-
ง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้ญีง
ฝูงท่วยมีสรธาในพระพุทธศาสนทรงสีลเมื่อพรร
ษาทุกคน เมื่อโอกพรรษากรานกถิน เดือนณึ่งจิ่-
งแล้ว เมื่อกรานกถินมีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มี
พนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนโนน บริพารกถินโอ-
ยทานแล้ปีแล้ญิบล้านไปสูตญัติกฐินเถืงอ-
รญญิกพู้น เมื่อจักเข้ามาเวียงเรียงแต่อร-
ญญิกพู้นเท่าหัวลานดํบงคํด้วยเสียงพาดเสียงพี-
นเสียงเลื้อนเสียงขับ ใครจักมักเหล้นเหล้น ใครจก-
กมักหัว หัวใครจักมักเลื้อน เลื้อน เมืองสุ-
โขไทนี้มีสี่ปากปตูหลวง เที้ยนญ่อมคนเสียดกัน
เข้ามาดูท่านเผาเทียนท่านเหล้นไฟ เมืองสุโขไทนี้
มีฎั่งจักแตก กลางเมืองสุโขไทนี้มีพิหาร มี
พระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารศ มีพระพุทธรูป
มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอัน
ราม มีพิหารอันใหญ่มีพิหารอันราม มีปู่
ครูนิสัยมุตก์ มีเถร มีมหาเถรเบื้องตะวันตก
เมืองสุโขไทนี้มีอไรญิก พ่อขุนรามคำแหงกทำ
โอยทานแก่มหาเถร สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิดกไตร
หลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองสรีธ-
รรมราชมา ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณึ่งมน
ใหญ่ สูงงามแก่กํ มีพระอฏฐารศอันณึ่งลุกยื-
น เบื้องตะวันโอกเมืองสุโขไทนี้มีพิหารมีปู่ครู
มีทเลหลวงมีป่าหมากป่าพลูมีไร่มีนามีถิ่นถ้าน
มีบ้านใหญ่บ้านเลก มีป่าม่วงมีป่าขาม ดูงามฎั่งแกล้

 

ศิลาจารึก ด้านที่ ๓

(งแฏ่)ง เบื้องตีนนอนเมืองสุโขไทนี้มีตลาดป-
สาน มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมาก
พร้าว ป่าหมากลาง มีไร่มีนา มีถิ่นถ้าน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก เบื้-
องหัวนอนเมืองสุโขไทนี้ มีกุฎีพิหารปู่ครู
อยู่ มีสรีดภงส(ศรีตระพังสระ???) มีป่าพร้าวป่าลาง มีป่าม่วงป่าขาม
มีน้ำโคกมีพระขพุง ผีเทพดาในเขาอันนั้น
เปนใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถืเมือง
สุโขไทนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยง
เมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดีพลีบ่ถูก ผีในเขาอันบ่
คุ้มบ่เกรง เมืองนี้หาย ๑๒๑๔ สก ปีมโรง พ่อขุนรามคำ-
แหงเจ้าเมืองศรีสัชนาไลสุโขไทปลูกไม้ตา-
นนี้ได้สิบสี่เข้าจึ่งให้ช่างฟันขดารหินตั้งหว่าง
กลางไม้ตานนี้ วันเดือนดับเดือนโอกแปดวัน วั-
นเดือนเตม เดือนบ้างแปดวัน ฝูงปู่ครู เถร มหาเถ-
ร ขึ้นณั่งเหนือขดานหีนสูดธรรมแก่อูบาสกฝู-
งท่วยจำสีล ผิใช่วันสูดดธรรมพ่อขุนรามคำแหง
เจ้าเมืองศรีสัชนาไลสุโขไทขึ้นณั่งเหนือขดา-
รหีน ให้ฝูงลูกเจ้าขุน ฝูงท่วยถืบ้านถื
เมือง ครั้นวันเดือนดับเดือนเตม ท่านแฏ่งช้างเผื-
อกกรพัดลยางเที้ยนญ่อมทองงา...ขวา ชื่รูจาครี
พ่อขุนรามคำแหงขึ้นขี่ไปนบพระ....(เถิง)อรัญญิกแล้-
วเข้ามา, จารึกอันณึ่ง มีในเมืองเชลียงสถาบกไว้
ด้วยพระศรีรตนธาตุ จารึกอันณึ่งมีในถ้ำชื่ถ้ำ
พระราม อยู่ฝั่งน้ำสํพาย จารึกอันณึ่งมีในถ้ำ
รตนธารในกลวงป่าตานนี้ มีษาลาสองอัน อันณึ่งชื่
ษาลาพระมาส อันณึ่งชื่พุทธษาลา ขดารหีนนี้ชื่ม-
นังษีลาบาตร สถาบกไว้หนี้(จึ่ง)ทังหลายเหน

 

ศิลาจารึก ด้านที่ ๔

พ่อขุนรามคำแหงลูกพ่อขุนษรีอินทราทีตยเป-
นขุนในเมืองสรีสัชนาไลสุโขไท ทังมากาวลาว
แลเมืองไทเมืองใต้หล้าฟ้าฏ…ไทชาวอูชาวของมาออ-
ก ๑๒๐๗ สก ปีกุรให้ขุด(เอา)พระธาตุออกทังหลาย
เหน กทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่-
งเอาลงฝังในกลางเมืองสรีสัชนาลัยก่พระเจ-
ดีเหนือหกเข้าจึ่งแล้วตั้งเวียงล้อมพระม-
หาธาตุสามเข้าจึ่งแล้ว เมื่อก่อนลายสือนี้บ่
มี ๑๒๐๕ สกปีมะแม พ่อขุนรามคำแหงหาใคร่ใจ
ในใจ แลใส่ลายสืไทนี้ลายสืนี้จึ่งมีเพื่-
อขุนผู้นั้นใส่ไว้ พ่อขุนรามคำแหงนั้นหา
เปนท้าวเปนพรญาแก่ไททังหลายหาเปน
ครูอาจารยสั่งสอนไททังหลายให้รู้
บุนรู้ธรรมแท้แต่คนอันมีในเมืองไทด้วย
รู้ด้วยหลวก ด้วยแกล้วด้วยหาน ด้วยแคะ
ด้วยแรง หาคนจักเสมอมิได้ อาจปราบฝูงข้า-
เสิก มีเมืองกว้างช้างหลาย ปราบเบื้องตวันอ-
อกรอดสรลวง สองแคว ลมบาจาย สคาเท้าฝั่งข-
องเถีงเวียงจันเวียงคำเปนที่แล้ว เบื้องหัว
นอนรอดคนที พระบาง แพรก สุพรณณภู-
มิ ราชบูรี เพช(บู)รี ศรีธรรมราช ฝั่งทเล
สมุทรเปนที่แล้ว เบื้องตวันตกรอดเมือ-
งฉอด เมือง…น หงศาพดี สมุทรหาเป-
นแดน, เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพร่ เมื-
องม่าน เมืองน…เมืองพลัวพ้นฝั่งของ
เมืองชวาเปนที่แล้ว , ปลูกเลี้ยงฝูงลูกบ้า-
นลูกเมืองนั้น ชอบด้วยธรรมทุกคน







รูปคำปัจจุบัน


         พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูมีพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงสอง พี่เผือผู้อ้ายตายจากเผือตั้งแต่ยังเล็ก

        เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้สิบเก้าเข้า ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบขุนสามชนหัวซ้าย ขุนสามชนขับมาหัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเข้า ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกู หนีญญ่ายพายจะแจ้น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้าง ขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่อกูชื่อพระรามคำแหง เพราะกูพุ่งช้างขุนสามชน

           เมื่อชั่วพ่อกู กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวาน อันใดอันกินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้างได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมือง ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นางได้เงือนได้ทอง กูเอามาเวนแก่พ่อกู พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดั่งบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตาย จึงได้เมืองแก่กูทั้ง(ก)ลม

            เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า

ไพร่ฟ้าหน้าใสลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือนพ่อเชื้อเสื้อคำมัน ช้างขอลูกเมียเยียเข้า ไพร่ฟ้าข้าไท ป่าหมากป่าพลูพ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น

          ไพร่ฟ้าลูกเจ้าลูกขุน ผิแล้ผิดแผกแสกว้างกัน สวนดูแท้แล จึ่งแล่งความแก่เขาด้วยซื่อ บ่เข้าผู้ลักนักมักผู้ซ่อน เห็นข้าวท่านบ่ใคร่พีน เห็นสินท่านบ่ใคร่เดือด คนใดขี่ช้างมาหา พาเมืองมาสู่ ช่อยเหนือเฟื้อกู้ มันบ่มีช้างบ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงินบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่อยมันตวงเป็นบ้านเป็นเมือง ได้ข้าเสือกข้าเสือ หัวพุ่งหัวรบก่ดี บ่ข้าบ่ตี

            ในปากประตูมีกดิ่งอันหนึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจ็บท้องข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกระดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองได้ ยินเรียกเมือถาม สวนความแก่มันด้วยซื่อ ไพร่ในเมืองสุโขทัยนี้จึ่งชม

            สร้างป่าหมากป่าพลูทั่วเมืองนี้ทุกแห่ง ป่าพร้าวก็หลายในเมืองนี้ ป่าลางก็หลายในเมืองนี้ หมากม่วงก็หลายในเมืองนี้ หมากขามก็หลายในเมืองนี้ ใครสร้างได้ไว้แก่มัน

            กลางเมืองสุโขทััยนี้ มีน้ำตระพังโพยสีใสกินดี…ดั่งกินน้ำโขงเมื่อแล้ง รอบเมืองสุโขทัยนี้ตรีบูรได้สามพันสี่ร้อยวา

           คนในเมืองสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้ญีงฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษากรานกฐิน เดือนหนึ่งจึงแล้ว เมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มีพนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนโนน บริพารกถินโอยทานแล้ปีแล้ญิบล้าน ไปสูตญัติกฐินถึงอรัญญิกพู้น เมื่อจักเข้ามาเวียงเรียงแต่อรัญญิกพู้น เท่าหัวลานดํบงคํด้วยเสียงพาดเสียงพิณเสียงเลื้อนเสียงขับ ใครจักมักเหล้นเหล้น ใครจักมักหัว หัวใครจักมักเลื้อน เลื้อน

         เมืองสุโขทัยนี้มีสี่ปากประตูหลวง เที้ยนย่อมคนเสียดกันเข้ามาดูท่านเผาเทียนท่านเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้มีดั่งจักแตก กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารศ มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม มีพิหารอันใหญ่มีพิหารอันราม มีปู่ครูนิสัยมุตก์ มีเถร มีมหาเถรเบื้องตะวันตก

         เมืองสุโขทัยนี้มีอไรญิก พ่อขุนรามคำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถร สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตรหลวกกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันหนึ่งงมนใหญ่ สูงงามแก่กม มีพระอัฏฐารศอันหนึ่งลุกยืน เบื้องตะวันออกเมืองสุโขทัยนี้มีพิหารมีปู่ครู มีทะเลหลวง มีป่าหมากป่าพลู มีไร่มีนามีถิ่นถ้าน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก มีป่าม่วงมีป่าขาม ดูงามดั่งแกล้ (งแต่)ง

           เบื้องตีนนอนเมืองสุโขไทนี้มีตลาดปสาน มีพระอัจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว ป่าหมากลาง มีไร่มีนา มีถิ่นถ้าน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก เบื้องหัวนอนเมืองสุโขไทนี้ มีกุฎีพิหารปู่ครูอยู่ มีสรีดภงส(ศรีตระพังสระ???) มีป่าพร้าวป่าลาง มีป่าม่วงป่าขาม มีน้ำโคกมีพระขพุง ผีเทพดาในเขาอันนั้น เป็นใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถือเมืองสุโขทัยนี้แล้ ไหว้ดีพลีถูก เมืองนี้เที่ยงเมืองนี้ดี ผิไหว้บ่ดีพลีบ่ถูก ผีในเขาอันบ่คุ้มบ่เกรง เมืองนี้หาย

          ๑๒๑๔ ศก ปีมะโรง พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยปลูกไม้ตาลนี้ได้สิบสี่เข้า จึ่งให้ช่างฟันขดารหินตั้งหว่างกลางไม้ตาลนี้ วันเดือนดับเดือนออกแปดวัน วันเดือนเต็ม เดือนบ้างแปดวัน ฝูงปู่ครู เถร มหาเถร ขึ้นนั่งเหนือขดานหินสูตธรรมแก่อูบาสกฝูงท่วยจำสีล ผิใช่วันสูตรธรรมพ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยขึ้นนั่งเหนือขดารหิน ให้ฝูงลูกเจ้าขุน ฝูงท่วยถือบ้านถือเมือง ครั้นวันเดือนดับเดือนเต็ม ท่านแต่งช้างเผือกกระพัดลยางเที้ยนย่อมทองงา...ขวา ชื่อรูจาครี พ่อขุนรามคำแหงขึ้นขี่ไปนบพระ....(เถิง)อรัญญิกแล้วเข้ามา,

         จารึกอันหนึ่งมีในเมืองเชลียงสถาบกไว้ด้วยพระศรีรัตนธาตุ จารึกอันหนึ่งมีในถ้ำชื่อถ้ำพระราม อยู่ฝั่งน้ำสํพาย จารึกอันหนึ่งมีในถ้ำรัตนธารในกลวงป่าตาลนี้ มีศาลาสองอัน อันหนึ่งชื่อศาลาพระมาส อันณึ่งชื่อพุทธศาลา ขดารหินนี้ชื่อมนังศิลาบาตร สถาบกไว้หนี้(จึ่ง)ทังหลายเห็น

           พ่อขุนรามคำแหงลูกพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นขุนในเมืองสรีสัชนาลัยสุโขทัย ทั้งมากาวลาวแลเมืองไทเมืองใต้หล้าฟ้าฏ…ไทชาวอูชาวของมาออก

         ๑๒๐๗ สก ปีกุน ให้ขุด(เอา)พระธาตุออกทั้งหลายเห็น กระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึ่งเอาลงฝังในกลางเมืองสรีสัชนาลัย ก่อพระเจดีย์เหนือหกเข้าจึ่งแล้ว ตั้งเวียงล้อมพระมหาธาตุสามเข้าจึ่งแล้ว

           เมื่อก่อนลายสือนี้บ่มี ๑๒๐๕ สกปีมะแม พ่อขุนรามคำแหงหาใคร่ใจในใจ แลใส่ลายสืไทนี้ลายสือนี้จึ่งมีเพื่อขุนผู้นั้นใส่ไว้ พ่อขุนรามคำแหงนั้นหาเป็นท้าวเป็นพระญาแก่ไททังหลาย หาเป็นครูอาจารยสั่งสอนไททังหลายให้รู้บุญรู้ธรรมแท้แต่คนอันมีในเมืองไทด้วยรู้ด้วยหลวก ด้วยแกล้วด้วยหาญ ด้วยแคะด้วยแรง หาคนจักเสมอมิได้

             
อาจปราบฝูงข้าเศิก มีเมืองกว้างช้างหลาย ปราบเบื้องตะวันออกรอดสรลวง สองแคว ลมบาจาย สคาเท้าฝั่งของเถีงเวียงจันทน์เวียงคำเป็นที่แล้ว เบื้องหัวนอนรอดคนที พระบาง แพรก สุพรณณภูมิ ราชบูรี เพช(บู)รี ศรีธรรมราช ฝั่งทะเลสมุทรเป็นที่แล้ว เบื้องตะวันตกรอดเมืองฉอด เมือง…น หงษาวดี สมุทรหาเป็นแดน, เบื้องตีนนอน รอดเมืองแพร่ เมืองม่าน เมืองน…เมืองพลัวพ้นฝั่งของ เมืองชวาเป็นที่แล้ว , ปลูกเลี้ยงฝูงลูกบ้านลูกเมืองนั้น ชอบด้วยธรรมทุกคน



คำกราบบังคมทูลประกาศเกียรติคุณ

นายฉ่ำ ทองคำวรรณ
ผู้ที่คณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร
มีมติอนุมัติปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
ของ ฯพณฯ จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกคณะกรรมการมหาวิทยาลัยศิลปากร
ในงานพิธีพระราชทานปริญญาและอนุปริญญา
วันศุกร์ ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๑๑
ณ ท้องพระโรงวังท่าพระ

 

              นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้ศึกษาภาษาเขมรในสำนักวัดนรา จังหวัดพระตะบอง ได๋บรรพชาเป็นสามเณรศึกษาภาษาบาลี เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๕ แล้วจึงได้เข้ามาเรียนภาษาบาลีต่อที่วัดโมลีโลก จังหวัดธนบุรี แล้วย้ายมาประจำพรรษาที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนคร ได้อุปสมบทเป็นภิกษุ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ในปี พ.ศ.๒๔๖๔ นายฉ่ำ ทองคำวรรณได้ลาสิกขาบท แล้วอาศัยออยู่บ้านศาสตราจารย ์ยอร์จ เซเดส ท่านศาสาตราจารย์ได้พาไปฝากทำงานกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในหอพระสมุดแห่งชาติ ใน ๙ ปีแรก นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้ทำงานเกี่ยวกับจดหมายเหตุ เขมร-ไทย จนกระทั่งใน พ.ศ.๒๔๗๓ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ จะกลับประเทศฝรั่งเศส กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงทรงมีรับสั่งให้ทราบทั่งกันว่าเสมียนพนักงานของเราใครมีความรู้อะไรกันบ้าง ให้ไปเขียนความรู้นั้นถวาย นายฉ่ำ ทองคำวรรณ เขียนถวายว่า มีความรู้ในด้านอักษรศาสตร์คือ อ่านหนังสือเขมร มอญ พม่า ลาว สิงหล และ เทวนาครี ออก และมีความรู้ในภาษาเขมร ไทย ลาว บาลี สันสกฤต อังกฤษ ฝรั่งเศส สมเด็จพระเจ๋าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ก็ทรงโปรดและตรัสว่า คนนี้อาจแทน ยอร์ช เซเดส์ได้ แล้วก็ทรงรับสั่งให้ทำงานในด้านศิลาจารึกตั้งแต่นั้นมา

             นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้เป็นกรรมการชำระปทานุกรม ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ และได้เป็นอาจารย์สอนภาษาเขมรกับอ่านจารึกในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๒ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ นอกจากนั้น นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ยังได้เป็นอาจารย์สอนภาษาเขมรและอ่านจารึกที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มาตั้งแต่เริ่มตั้งคณะเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้

            ในด้านแปลและอ่านจารึก นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ได้อ่านและแปลประชุมศิลาจารึกภาคที่ ๓ หลักภาษาเขมร สันนิษฐานเทียบการเขียนอักษรไทยกับอักษรขอมในสมัยพ่อขุนรามคำแหง อักขรวิธีของพ่อขุนรามคำแหง อายตนิบาตภาษาเขมร เทียบภาษาไทยแบบเทียบศักราชต่าง ๆ นอกจากนี้นายฉ่ำ ทองคำวรรณ ยังเป็นกรรมการพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและโบราณคดี สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมาอีกด้วย
            ด้วยเหตุที่ นายฉ่ำ ทองคำวรรณ เป็นผู้ที่มีความสามารถและทรงคุณวุฒิดังที่ได้กราบบังคมทูลมา จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับพระราชทานปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิต (โบราณคดี) กิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติสืบไป

ข้อมูลเพิ่มเติมจากลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
จารึกในประเทศไทย
สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
แนะนำโบราณวัตถุ
กรมศิลปากร
ประเด็นโต้แย้งในรายการถึงลูกถึงคน
ความเห็นผู้ชม

แนะนำโบราณวัตถุ
ชื่อวัตถุ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง (ศิลาจารึกหลักที่ ๑)
รูปลักษณะ แท่งศิลาสี่เหลี่ยมยอดมนสอบบน มีอักษรภาษาไทย สมัยพ่อขุนรามคำแหง จารึก ทั้ง ๔ ด้าน ด้านที่ ๑ มี ๓๕ บรรทัด ด้านที่ ๒ มี ๓๕ บรรทัด ด้านที่ ๓ มี ๒๗ บรรทัด ด้านที่ ๔ มี ๒๗ บรรทัด
ศิลปสมัย สุโขทัย
วัสดุ หินชนวน
ขนาด กว้างด้านละ ๓๕.๕ เซนติเมตร สูง ๑๑๔.๕ เซนติเมตร
สถานที่จัดแสดง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


(HOME)