อย่างไรก็ตามเมื่อถึงฝั่งแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะบินไปถึงสนามบินได้หรือไม่
ในเวลานั้นพระจันทร์กำลังจะพ้นขอบฟ้าไป
เราเป็นเหมือนคนหูหนวกอยู่แล้วเมื่อปราศจากสัญญาณวิทยุและนี่ก็กำลังจะเป็นคนตาบอดไปอีกด้วย
พระจันทร์ค่อยๆ ลับไปในหมอกสีขาวคล้ายแถบหิมะทิ้งไว้แต่แสงเรืองๆ คล้ายแสงไฟที่กำลังจะมอด
ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มปกคลุมไปด้วยเมฆเช่นกัน
ต่อนี้ไปเราก็บินอยู่ระหว่างเมฆและหมอกในโลกที่ปราศจากแล้วซึ่งแสงและสิ่งสัมผัส หอบังคับการได้แต่ตอบเราว่า
ไม่สามารถที่จะบอกตำแหน่งของเราได้
"จับทิศทางไม่ได้....จับทิศทางไม่ได้...."
ตอบมาเหมือนกับว่าเสียงของเราไปถึงเขาจากทุกแห่งหนรอบด้านจนไม่รู้ว่ามาจากที่ใด เมื่อเราเริ่มจะหมดหวังแล้วนั้นก็พอดีเห็นจุดสว่างจุดหนึ่งทางขอบฟ้าด้านซ้าย
ฉันรู้สึกยินดีอย่างเหลือล้น เนรีฮัมเพลงเบาๆ พลางหันมามองทางฉัน แสงนั้นต้องมาจากสนามบินแน่ๆ
คงเป็นแสงจากลานบิน เพราะว่าแสงทุกแห่งในซาฮาราจะดับลงในเวลากลางคืน เหลือแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไว้ในความมืด
อย่างไรก็ดีแสงนั้นกระพริบอยู่นิดหน่อยแล้วก็ดับลง ปรากฏว่าเราได้บินเข้าไปดาวดวงหนึ่งที่กำลังลับขอบฟ้า
แต่ยังคงทอแสงอยู่สองสามนาทีในหมู่เมฆหมอกก่อนที่จะลับหายไป จากนั้นเรายังเห็นแสงอื่นๆ
อีก และทุกครั้งเราก็บินดิ่งไปหามันด้วยความหวังอันร้อนรน ถ้าแสงนั้นสว่างอยู่นานหน่อย
เราก็ทำการทดสอบที่มีความหมายสำคัญยิ่ง นั่นคือ เนรีจะติดต่อไปยังหอบังคับการซิสเนรอส
"เห็นไฟแล้ว ขอให้เปิดปิดไฟสามครั้ง"
ที่หอบังคับการซิสเนรอส ไฟก็จะเปิดปิดสามครั้ง แต่แสงที่เราเห็นยังคงสว่างอยู่ ช่างไม่ยอมกระพริบเลย
เจ้าดาวดวงน้อยที่ไม่ยอมรับฟังคำสั่งจากใคร แม้ว่าน้ำมันจะร่อยหรอลงทุกที เราก็ยังอดติดเบ็ดทองเสียทุกครั้งไม่ได้
แต่ละครั้งเราคิดว่านั่นคือแสงสว่างจากโคมไฟ แต่ละครั้งนั่นหมายถึงสนามบินและการรอดชีวิต
แล้วเราก็ต้องผละจากดาวดวงนั้นไป
จากนั้นมาเรารู้สึกว่าตัวเองหลงอยู่ในห้วงเวหาท่ามกลางหมู่ดาวนับร้อยที่สุดเอื้อม
ขณะที่เราใฝ่หาดาวดวงเดียวที่เป็นพิภพของเรา ในดาวดวงนั้นแหละที่เราจะพบทิวทัศน์ที่คุ้นเคย
บ้านที่เป็นมิตรและความอบอุ่นที่เราต้องการ เรากำลังใฝ่หาดาวอยู่เพียงดวงเดียว
ท่านอาจจะหัวเราะถ้ารู้ว่าฉันกำลังนึกถึงอะไรอยู่ในตอนนั้น แม้ในระหว่างอันตราย เราก็อดวุ่นวายกับความต้องการของร่างกายไม่ได้
ในตอนนั้นฉันหิวและกระหายน้ำ เรื่องที่ฉันนึกถึงอยู่ก็คือว่า ถ้าเราบินถึงซิสเนรอสเราจะเติมน้ำมันให้เต็มแล้วบินต่อไปถึงกาซาบลังกา
ตอนรุ่งสางหมดหน้าที่แล้ว! เนรีกับฉันจะเข้าไปในเมือง
ที่นั่นร้านอาหารเปิดแต่เช้าตรู่...เราจะเลือกโต๊ะเหมาะๆ ที่สบายๆ สั่งขนมปังร้อนๆ
และกาแฟมากินกัน พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา นั่นแหละจะเป็นของขวัญแห่งรุ่งอรุณที่เราได้รับจากชีวิตในทำนองเดียวกับคนบ้านนอกแก่
ๆ ที่ต้องการรูปวาดเหรียญตราหรือลูกประคำเพื่อที่จะซาบซึ้งในศาสนาหรือต้องการคำพูดง่ายๆ
เพื่อที่จะให้เป็นที่เข้าใจ ฉันเองก็เช่นกัน ความสุขในชีวิตของฉันจะมารวมกันอยู่ในอึกแรกของกาแฟที่ร้อนและหอมหวน
ในอาหารที่ประกอบด้วย นม กาแฟ และข้าวสาลี อาหารนี้เป็นสื่อสัมพันธ์ระหว่างฉันกับทุ่งหญ้าอันแสนสวยกับไร่สวนในประเทศอันห่างไกล
ฉันต้องการมันเพื่อสัมพันธ์กับโลกกว้าง
ท่ามกลางหมู่ดาวมากหลายนี้ มีเพียงดวงเดียวเท่านั้นที่เตรียมอาหารมื้อเช้าอันหอมหวนรอเราไว้ตอนเช้าตรู่อยู่แค่เอื้อม
ระยะทางระหว่างเครื่องบินของเรากับพื้นพิภพดูจะห่างออกไปจนจะบินไปไม่ถึงอยู่แล้ว
ในระหว่างกลุ่มดาวเหล่านี้ความสมบูรณ์พูนสุขทั้งหลายหลงอยู่ในสะเก็ดดาวดวงไหนหนอ
นักดาราศาสตร์ชื่อเนรี ก็พยายามมองหาและวิงวอนให้ดาวช่วยเป็นใจ
ทันใดนั้นเอง กำปั้นของเขามากระแทกไหล่ฉัน ในกระดาษที่ยื่นมานั้นมีข้อความว่า
"วิเศษ ฉันกำลังรับคลื่นชัดแจ๋วเลย..."
หัวใจเต้นแรง ฉันรอให้เขาจดและยื่นข้อความที่ได้รับมาให้ฉัน ห้าหกคำนั้นคงจะช่วยเราไม่ได้
ในที่สุดฉันก็ได้รับพรจากสวรรค์ ข่าวนั้นมาจากกาซาบลังกาซึ่งเราได้จากมาเมื่อคืนวันก่อนแต่ถูกส่งต่อมาให้เราช้าไปหน่อย
จู่ ๆ ก็มาถึงเราซึ่งตอนนี้อยู่ห่างถึงสองสามพันกิโลเมตร และกำลังหลงอยู่เหนือทะเลท่ามกลางหมู่เมฆและหมอก
มันเป็นสาส์นจากข้าราชการในสังกัดของกรมการบินที่กาซาบลังกา มีใจความว่า
"เนื่องด้วยนายแซงเตก ซูเปรีได้บินขึ้นจากสนามบินกาซาบลังกาโดยบินเฉียดหลังคาโรงเก็บเครื่องบินมากเกินไป
จึงจำเป็นที่จะต้องรายงานให้สำนักงานที่ปารีสทราบเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป"
ฉันได้บินเฉียดหลังคาโรงเก็บเครื่องบินจริงๆ ข้าราชการผู้นั้นก็ทำถูกต้องตามหน้าที่แล้วที่จะไม่พอใจ
ถ้าเป็นที่สนามบิน ฉันคงจะรับฟังคำว่ากล่าวอย่างนอบน้อมแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะรับฟัง
คำว่ากล่าวนั้นช่างฟังดูประหลาดมาก ท่ามกลางดวงดาวอันประปราย หมอกที่กระจายอยู่ และการคุกคามของทะเลเบื้องล่าง
เรากำชะตาชีวิตของเราอยู่รวมทั้งชะตากรรมของพัสดุไปรษณีย์และเครื่องบินลำนี้ เรายากลำบากเต็มทีอยู่แล้ว
จะไยดีกับความโกรธขึ้งของข้าราชการผู้นั้นทำไมเล่า แต่แทนที่จะไม่พอใจ เนรีและฉันกลับปลื้มปิติอย่างเหลือล้น
เขาทำให้เรารู้สึกว่าที่นี่เราเป็นนายของตัวเอง ข้าราชการผู้นั้นเป็นแค่นายสิบ คงไม่ทันเห็นว่าเราเลื่อนยศเป็นนายร้อย
เขามากวนใจเราในขณะที่เรากำลังท่องเที่ยวไประหว่างดาวหมีใหญ่กับดาวธนู ในสถานการณ์เช่นนี้
สิ่งเดียวที่ควรแก่การสนใจคือการทรยศของดวงจันทร์......
สิ่งที่รีบด่วนและเป็นสิ่งเดียวที่ข้าราชการผู้นั้น หรือคนทั้งโลกควรกระทำ ก็คือบอกตัวเลขที่ถูกต้องเพื่อให้เราสามารถคำนวณตำแหน่งของเราได้
ตัวเลขที่เราได้รับนั้นผิดพลาดหมด ส่วนเรื่องอื่นๆ แล้ว ทั้งโลกน่าจะเก็บไว้ได้ชั่วคราวก่อน
เนรีส่งกระดาษมาให้อีกแผ่นหนึ่ง
"แทนที่จะมัวมุ่งอยู่กับเรื่องบ้าบอ ทำไมไม่มีใครช่วยพาให้เราไปให้ถึงที่ไหนสักแห่งหนึ่ง...."
ในที่นี้ "ใคร" สำหรับเนรีหมายถึงมนุษย์ทั้งหมดในโลกอันกว้างใหญ่ ที่มีทั้งรัฐสภา
วุฒิสภา กองทัพบก กองทัพเรือ และแม้กระทั่งจักรพรรดิ์ ในขณะที่อ่านทวนข้อความของคนไร้สติที่คิดว่าเราจะสนใจไยดีเขานั้นเราก็เบนหน้าไปสู่ดาวพุธ
ช่างเป็นการบังเอิญอย่างยิ่งที่เราพ้นอันตรายมาได้ในคราวนั้น ตอนนั้นเราหมดหวังแล้วที่จะบินไปถึงซิสเนรอส
ฉันตัดสินใจบินไปในทิศทางตั้งฉากกับชายฝั่งจนกว่าน้ำมันจะหมด อย่างน้อยยังพอมีโอกาสบ้างที่จะไม่ตกทะเล
แต่ขณะนี้เราหลงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ดูช่างเป็นเคราะห์ร้ายของเราที่คงจะต้องร่อนลงในเวลากลางคืนที่มีหมอกหนาเช่นนี้
โอกาสที่จะร่อนลงโดยสวัสดิภาพช่างมีน้อยเหลือเกิน แต่ก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว
สถานการณ์เวลานี้เห็นได้ชัดจนฉันได้แต่ยักไหล่เมื่อเนรีส่งข้อความมาให้อีก ถ้าหากเราได้รับมันก่อนหน้านี้สักชั่วโมงหนึ่งก็ควรจะช่วยเราไว้ได้
"ติดต่อกับซิสเนรอสได้แล้ว บอกมาว่า 216 น่าสงสัย"
ซิสเนรอสเพิ่งจะโผล่ออกมาจากความมืด มันอยู่ถัดไปจากทางซ้ายของเรานั่นเอง แต่ในระยะทางบินเท่าไหร่ล่ะ
เนรีกับฉันปรึกษากันสองสามคำก็ตกลงกันได้ว่า ถ้าจะเสี่ยงบินไปทางซิสเนรอสก็คงจะบินไปไม่ถึงชายฝั่งเสียด้วยซ้ำ
เนรีส่งวิทยุตอบไปว่า
" น้ำมันเพียงหนึ่งชั่วโมง จะบินไป 93"
อย่างไรก็ดีเราเริ่มได้รับสัญญาณติดต่อจากสถานีอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงจาก
อากาดีร์ กาซาบลังกา และดาการ์ ปะปนมากับเสียงที่ได้รับจากซิสเนรอส
สถานีวิทยุตามเมืองเหล่านั้นแจ้งเหตุไปยังสนามบินและนายสถานีก็แจ้งต่อไปยังเพื่อนร่วมงานของเรา
เขาเหล่านั้นค่อยๆ ทยอยกันมาล้อมรอบเราเหมือนกับล้อมรอบเตียงคนป่วย ช่างเป็นความอบอุ่นที่ไร้ประโยชน์แต่ก็เป็นความอบอุ่นอยู่ดี
เราได้รับแต่คำแนะนำที่ช่วยอะไรเราไม่ได้แต่ก็ช่างอ่อนหวานอะไรเช่นนั้น! ทันใดนั้นตูลูสตื่นขึ้นมา
ตูลูสสถานีต้นทางที่อยู่ห่างไปถึงสี่พันกิโลเมตรก็แทรกบทสนทนาของเราเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว
"เครื่องบินที่ขับเบอร์ เอฟ....(ฉันลืมเบอร์ไปแล้ว) ใช่ไหม?"
"ใช่"
"อย่างนั้นยังเหลือน้ำมันอีกสำหรับสองชั่วโมง ถังเก็บน้ำมันของเครื่องมีความจุพิเศษ
มุ่งสู่ซิสเนรอส"
เช่นนี้เองจากความจำเป็นบังคับของหน้าที่ โลกจะเปลี่ยนแปลงและดูสวยงามขึ้น แต่ในการที่จะให้ความหมายใหม่ต่อทิวทัศน์เก่าแก่ของโลก
นักบินไม่จำเป็นต้องเผชิญอันตรายอย่างเช่นในคืนนั้นดอก
ทิวทัศน์ที่ซ้ำซากย่อมเป็นที่เบื่อหน่ายต่อผู้โดยสาร แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่สำหรับเจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน
กลุ่มเมฆที่ขวางหน้าอยู่ไม่เป็นเพียงภาพที่น่าดูเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่เขาต้องเผชิญโดยใช้ทั้งสมองและร่างกายเขาพิจารณามัน
วัดมัน ติดต่อกับมันเลยก็ว่าได้ ยอดเขาที่อยู่ไกลออกไป ถ้าใกล้เข้ามา จะมีลักษณะอย่างไร
ท่ามกลางแสงจันทร์นี้ น่าจะหมายตำแหน่งไว้ใช้คำนวณเส้นทางหรือถ้าหากว่าภายนอกมืดสนิท
นักบินไม่ค่อยแน่ใจในตำแหน่งของตัวเองว่าบินถูกเส้นทางหรือไม่ ยอดเขานั้นจะเปลี่ยนมาเป็นลูกระเบิด
เป็นภัยที่จะอุบัติขึ้นได้ทุกขณะของคืนนั้น ในทำนองเดียวกันกับทุ่นระเบิดที่ลอยอยู่ในทะเลตามยถากรรมจะเป็นภัยต่อทะเลในเขตนั้นนั่นเอง
สำหรับทะเลก็เช่นนั้น ผู้โดยสารธรรมดาจะไม่สังเกตเห็นพายุ จากที่สูงเช่นนี้เขาไม่อาจประมาณขนาดของคลื่นได้
ระลอกคลื่นดูคล้ายกับว่าหยุดนิ่งอยู่กับที่ จะเห็นก็แต่ปลายคลื่นสีขาวแตกเป็นฟอง
ดูเป็นริ้วรอยเหมือนกับพื้นดินที่แตกระแหง แต่ทะเลเช่นนี้พนักงานบินทราบดีว่าจะร่อนลงไม่ได้
ฟองน้ำสีขาวที่เห็นเป็นริ้วสวยงามนั้นเป็นเสมือนดอกไม้พิษสำหรับเขา
แม้ว่าการเดินทางจะราบรื่นและไม่ว่าจะบินอยู่ในที่ใด นักบินย่อมไม่เป็นเพียงแต่ผู้รู้เห็นเท่านั้น
เพราะนอกจากจะมองแล้ว เขายังต้องไตร่ตรองเกี่ยวกับสีของดินและฟ้า ระลอกคลื่นในทะเลแลแสงทองของอาทิตย์ตอนใกล้ค่ำ
ในทำนองเดียวกับชาวนาที่เดินสำรวจพื้นนาของเขาจะสำรวจดูจากร่องรอยนานับชนิดว่าฤดูกาลล่วงเลยไปถึงไหนแล้ว
จะร้อนจะหนาว น้ำจะน้อยจะมากอย่างไร นักบินอาชีพก็เช่นกันจะต้องคอยพยากรณ์ว่าจะมีหิมะ
มีหมอก หรือว่าคืนนั้นอากาศจะแจ่มใส
เครื่องจักรกลไม่ได้ทำให้คนเราห่างเหินไปจากปรากฏการณ์ทั้งหลายของธรรมชาติอย่างที่เราอาจคิดไว้ในตอนแรก
แต่มันกลับทำให้คนเผชิญกับปรากฏการณ์เหล่านั้นอย่างลึกซึ้งขึ้นไปอีกเสียด้วยซ้ำ
ในยามพายุฝน นักบินจะต้องต่อสู้โดยมีถุงไปรษณีย์เป็นเดิมพันกับเทพเจ้าแห่งภูเขา ทะเล
และพายุอยู่อย่างเดียวดาย ในท้องฟ้าอันกว้างใหญ่