คำนำ
เรื่องลิลิตพระลอนั้น ได้ยินว่ามีพิมพ์ครั้งแรกก่อน เป็นฉบับของโรงพิมพ์พิศาลบรรณนิติ ร.ศ.๑๒๑(พ.ศ.๒๔๔๕) ต่อมาโรงพิมพ์ไทย สะพานยศเส พิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ภายหลังสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า โปรดให้พิมพ์เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ ที่โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากรเป็นฉบับของหอสมุดวชิรญาณ ที่พิมพ์เป้นตำราเรียนครั้งนี้ ถ้าจะนับก็เป็นคราวที่ ๕ ในการหาต้นฉบับสำหรับพิมพ์เป็นหนังสือเรียน จึ่งเหมาะที่จะใช้ฉบับของหอพระสมุดฯเป็นแบบ ถึงกระนั้นก็พิมพ์ล่วงมาตั้ง ๗-๘ ปีล่วงมาแล้ว อาจมีฉบับอื่นที่ดีกว่านี้อีก จึ่งขอกรมศิลปากรให้หาต้นฉบับที่ดีกว่ามาให้ถ้ามี กรมศิลปากรว่าลิลิตพระลอฉบับสมุดไทยที่ครบบริบูรณ์มี ๒ ชุด คือ ๔ เล่มจบชุดหนึ่ง ซึ่งเก่ากว่าอีกชุดหนึ่ง ๓ เล่มจบ มีฉบับปลีกอีก ๑๘ เล่ม และว่าเรื่องนี้ได้พิมพ์แล้ว คือฉบับหอพระสมุดฯพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๖๙ ได้ส่งฉบับสมุดไทยชุดเก่ากับฉบับพิมพ์มาให้พร้อมด้วยคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ผู้เคยพิมพ์หนังสือลิลิตพระลอว่า คำหนึ่งในบทร่ายที่ ๓๑๘ ซึ่งฉบับพิมพ์ของหอพระสมุดฯ เป็น"กระเหวียก"นั้นที่ถูกเป็น "กระเหลียก"ออกจากภาษาเขมร กรเลก แปลว่า ดู หรือ ชำเลือง มีหลักฐานที่ใช้อยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๒ ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๖๒ ว่า "สูวนนเจดีรสสมีกรลยกงามหนกกหนา" ในคราวที่พิมพ์เป็นตำราเรียนนี้จึงใช้ต้นฉบับของหอพระสมุดฯเป็นแบบ
มีต้นฉบับสมุดไทยเป็นที่ปรึกษา ในเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่แผนกแบบเรียนเป็นผู้วินิจฉัยและลงเลขประจำบทตามวิธีที่ทำในตะเลงพ่ายแบบเรียนพิมพ์ครั้งที่สาม
เพราะเป็นหนังสือประเภทเดียวกัน และควรจะมีคำอธิบายความเพิ่มเติมไว้ในตอนท้าย เพื่อประโยชน์ในการเรียนในทางวรรณคดีอย่างเดียวกับตะเลงพ่ายนั้น
แต่ไม่มีโอกาสพอที่จะทำได้ในครั้งนี้ เพราะกำหนดเวลาพิมพ์ไว้กระชั้นให้ทันได้ใช้เรียนในภาคต้นแห่งศกนี้
เพียงแต่ตรวจสอบสมุดพิมพ์กับกับสมุดไทยก็ต้องทำอย่างรีบด่วน ได้แต่ไขคำไว้ข้างท้ายเพื่อเป็นที่ปรึกษาของครูไปพลาง
บางคำที่ยังขบความไม่ได้ก็ทำเครื่องหมาย(?) กำกับไว้พอเป็นทางดำริ หวังว่าจะทำคำอธิบายเช่นว่ามานั้นได้ในโอกาสหลัง
ๆ วันที่
๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๗ ตำนาน ความนี้กล่าวตามที่ท่านนำทางให้ในบันทึกสมาคมวรรณคดี
ฉบับที่ ๕ ซึ่งเป็นแต่ทำความสันนิษฐานไว้พลาง ยังมิได้ลงมติเด็ดขาดประการไร คุณลักษณะ ลิลิตเรื่องนี้มีรสไพเราะทั้งภาษิต โวหารพรรณนา สำนวน ร้อยกรองให้ซาบซึ้งในธรรมชาติ ความรัก ความโศก และความกล้าหาญ จึ่งมีนักปราชญ์ภายหลังนิยมถอดเค้าออกมาแต่งเป็นบทละครไว้ต่าง ๆ คือความเก่าที่สุดเป็นพระราชนิพนธ์ในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ในรัชกาลที่ ๓ เรียกว่า เรื่องพระลอนรลักษณ์ เจ้าพระยาเทวศรวงศ์วิวัฒน์แต่งขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๕ ต่อมาในรัชกาลนั้นเอง พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงนิพนธ์สำหรับเล่นละครส่วนพระองค์ นอกจากบทลิลิตและบทละคร ยังมีพระลอคำกลอนอีกความหนึ่ง เป็นฉบับพิมพ์มีในห้องสมุดกระทรวงธรรมการ ไม่ปรากฏว่าพิมพ์ที่ไหนและใครแต่ง สรุปเป็นภาษิตสอนใจอันไพเราะน่าฟัง ลงท้ายว่า -
|