ทรงเสวย-อาลัย-โอดครวญ
โคลง ๒
๕๔๑ ตระวันเจียนจิ่มฟ้า
สองพี่เลี้ยงทูลอ้า
จะค่ำแล้วพระเอย ฯ
๕๔๒ พระทองเผยม่านแล้ว เรียกพระพี่เลี้ยงแก้ว
ทั้งสี่เข้าไปใน ฯ
๕๔๓ ริสุดใจจึ่งลี้ ซ่อนเงื่อนกลนี้นี้
อย่าให้เห็นกล ฯ
๕๔๔ ไหว้บัดดลท่านไท้ รับราชเสาวนีไว้
กึ่งเกล้าทูลทรง ฯ
๕๔๕ เชิญพระสรงสว่างร้อน
เสด็จอ่างทองเดียวซ้อน
อาบด้วยสองศรี ฯ
๕๔๖ บุษบาบีเสียดสร้อย จรดฤดีเหล้นน้อย
หนึ่งได้แรงองค์ ฯ
๕๔๗ จากสรงเสด็จแท่นแก้ว แต่งแง่งามเสร็จแล้ว
แนบเนื้ออิงอร ฯ
๕๔๘ พี่เลี้ยงกรลูบเกล้า ยกเครื่องเสวยเทียบเข้า
แต่งตั้งเตรียมถวาย ฯ
๕๔๙ สองสายสมรอ่อนไหว้ เตือนบพิตรเชิญไท้
ธิราชเจ้ากูเสวย ฯ
๕๕๐ ชูคางเชยหน้าสร้วย เชิญอ่อนท้าวเสวยด้วย
พี่ร้าทั้งสอง ฯ
๕๕๑ ของเสวยสวรรค์ไป่เพี้ยง
เพราะพระนุชเนื้อเกลี้ยง
แนบเนื้อเรียมเสวย ฯ
๕๕๒ ทรามรักเอยปากป้อน รสยิ่งรสฟ้าอ้อน
สวาทข้อนสงสาร ฯ
๕๕๓ เสวยสำราญเสร็จแล้ว สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
นบท้าวทูลเตือน ฯ
๕๕๔ ตวันจะเลื่อนลับฟ้า จอมราชเจ้าอย่าช้า
อ่อนเอ้ยยามควร ฯ
โคลง
๔
๕๕๕
พระอวร บ ใคร่แคล้ว คลาเรียม
เรียมราชพิศสองเสงี่ียม ละห้อย
สามกษัตริย์เดือดแดเกรียม กรมสวาท
แลนา
หน้าแนบหน้าค้อยค้อย คล่าวน้ำตาไหล
ฯ
๕๕๖ เอนดูสองอ่อนท้าว ทรามรัก
ท่านนา
ก้มกราบลงกับตัก ท่านไท้
น้ำตาโสรจสรงพักตร์ แถวดั่ง
ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้ สอื้นอาดูร
ฯ
๕๕๗ อ้าพระปิ่นเกล้าแผ่น ธรณินทร์
แต่แรกเรียมฟังยิน ข่าวไท้
จักกินบ่เปนกิน ครวญใคร่
พระนา
นอนบ่เปนนอนไข้ สวาทถ้าฟังสาร
ฯ
๕๕๘ บุญบลทุกเทพย์เจ้า จอมผา
ทั้งเทพย์พฤกษาสิง หมู่ไม้
ขอพระช่วยราชา เชิญสู่
สมนา
ลุลาภแล้วจักไหว้ ปู่เจ้าทุกสถาน
ฯ
๕๕๙ เงินทองกองโกฏิแก้ว ทูลถวาย
สารสอดงาทองควาย เผือกผู้
บุญบลร่นร้องขวาย ขวนรอด
มานา
แม้บ่สมท้าวชู้ อย่าแล้มีผัว
ฯ
๕๖๐ จึ่งพระเสด็จเต้าแขก ทำขวัญ
รักไป่ทันถึงวัน ด่วนร้าง
ดังฤๅจะจากฉัน ใดดั่ง
นี้นา
กรกอดองค์เจ้าช้าง
ร่ำไห้หิวโหย ฯ
๕๖๑ ระทดด้วยนุชน้อง
ระทวยองค์
ท่านนา
ซรอนพระพักตร์ซบลง สอื้น
เหนือหลังสมบูรณ์บง กชมาศ
กูเอย
มิใคร่เงยหน้าขึ้น จากเจ้าจอมสมร
ฯ
๕๖๒ เรียมสุขเสวยสุขเพี้ยง อมรินทร์
อ่อนเอย
ครั้นแรกเรียมฟังยิน ข่าวน้อง
บินลุพี่จักบิน มาสู่
นุชนา
มาบ่ได้ข่ายข้อง สวาทเพี้ยงเขาขัง
ฯ
๕๖๓ เมืองกว้างช้างม้าสู้ ละเสีย
อ่อนเอย
เสียแม่เสียเมียมา สู่น้อง
เสียสนมดุจดวงพเยีย งามแง่
งามนา
มาแต่ตัวเข้าข้อง
ข่ายท้าวทั้งสอง ฯ
๕๖๔ พี่พบน้องเพี้ยงแต่ ยามเดียว
คือเชือกผสมสามเกลียว แฝดฝั้น
ดังฤๅจะพลันเหลียว คืนจาก
เรียมนา
เจ้าจากเรียมจักกลั้น สวาทกลั้นใจตาย
ฯ
๕๖๕ มิรักแลจึ่งเจ้า จำไป
จากนา
แม้ว่ารักฤๅไคล คลาศได้
เอโกเด็ดเดี่ยวไกล มาแต่
ตัวนา
เจ้าจะละเรียมไว้ ก่ำพร้าคนเดียว
ฯ
๕๖๖ ฟังคำจอมราชร้อน ฤๅวาย
มาจะตีตนตาย จุ่งแล้ว
พระไฉนว่าราญสาย ใจจาก
พระนา
ฤๅใคร่ไกลพระแก้ว กึ่งเส้นเกศา
ฯ
๕๖๗ สองกษัตริย์สนองนาถถ้อย ไปมา
สูริยเรื่อยเรียงเวหา
คลาศคล้อย
เขาเตือนราชชายา จักค่ำ
พระเอย
ครั้นค่ำไส้ต้องถ้อย ใหญ่แล้เปนความ
ฯ
โคลง
๒
๕๖๘
ไหว้สามกษัตริย์ ใช่ช้า จากแต่บัดเดี๋ยวอ้า
ค่ำไส้คืนสม
เล่านา ฯ
๕๖๙ พระตนกลมปิ่นเกล้า ช่วยว่าให้น้องเหน้า
ท่านท้าวเสด็จไป หนึ่งรา
ฯ
๕๗๐ โอ้อาไลยค่อยพร้อง
เชิญพระนุชนิ่มน้อง
อ่อนผ้ายลีลา ก่อนเทอญ
ฯ
๕๗๑ สองธิดากราบไหว้ ชูพระพักตร์น้องไท้
จูบท้าวทั้งสอง สั่งนา
ฯ
๕๗๒ พักตราหมองสวาทไหม้ ไหว้บาทละห้อยไห้
ค่อยผ้ายลีลา ฯ
๕๗๓ เหลียวหลังมาคะค้อย น่าเอนดูน้องน้อย
สั่งท้าวสนองสาร ฯ
๕๗๔ อย่านานนักอยู่เกล้า เชิญบพิตรพระเจ้า
เร่งผ้ายหาเผือ ฯ
๕๗๕ เรียมเจ็บเหลือที่พร้อง จักใคร่ไปด้วยน้อง
จากน้องเสมอตาย ฯ
ร่าย
๕๗๖ พี่เลี้ยงถวายบังคม
ประนมเชิญสองเสร็จ เสด็จถึง
เกยทั้งสอง คานหามทองรับราช หมู่นางดาษบริพาร พี่รื่น
ชาญเชิงแก้ ซ่อนแง่งำเงื่อนมิด ปิดประตูไว้เสร็จ โดยเสด็จ
ถึงทวารใหญ่
ใส่กลว่าลืมเครื่อง เบื้องในรัตนไสยา แม่โรย
มาจะไปดู จงเปิดประตูไว้ท่า ไปบช้าบหึง
ถึงเรือนรมย์พิมาน
ไขทวารออกไส้ ให้นางโรยอยู่เฝ้า นางรื่นเข้ารับราช สอง
นายนาดมาตาม ยามค่ำคลุ้ม บ เห็นหน้า ลอบพิตรเจ้าหล้า กับ
พี่เลี้ยงปลอมไป ฯ
เข้าวัง ลอบอยู่ตำหนักเพื่อนแพง
โคลง ๓
๕๗๗
ถึงทวารในเรือนหลวง คล้ายถึงคลวงสองท้าว
เชิญราชเสด็จขึ้นหย้าว อยู่เร้นเรือนโรย
ฯ
โคลง
๒
๕๗๘
สองนางโดยเสด็จไท้ สองซ่อนสองนายไว้
บ ให้เห็นตัว ฯ
๕๗๙ ราตรีมัวมืดฟ้า เชิญบพิตรเจ้าหล้า
ลอบขึ้นสมศรี ฯ
๕๘๐ ภัควดีดวงดอกไม้
เสด็จออกมารับไท้
ธิราชเข้าไปใน ฯ
๕๘๑ เยียใดพระอยู่ช้า พระจะละให้ข้า
พี่น้องตรอมตาย ฯ
๕๘๒ ถวายกรจูงเจ้าหล้า ขึ้นบนแท่นทิพย์อ้า
อ่อนได้แรงรมย์ ฯ
๕๘๓ พระตนกลมเสด็จแล้ว เหนือฟูกผ้าเขนยแก้ว
พระพี่น้องผจงถวาย ฯ
๕๘๔ ม่านแพรพรายเลิศล้น หูนากหูทองพ้น
พิศพื้นลายทอง ฯ
๕๘๕ ดอกไม้กรองเรียบร้อย หอมตระหลบอบห้อย
แห่งห้องไสยา ฯ
๕๘๖ พิดานดาดาษแก้ว เฉลามาศฉลับแพร้วแพร้ว
เพริศกั้งกษัตรีย์ ฯ
โคลง
๔
๕๘๗
ผ้าต้นตีค่าล้วน ทองถวาย
ถวายกระแจะจรุงลาย ลูบไล้
สลาพานมกรราย
รัตนแต่ง ถวายนา
พระกระยาเสวยไท้ อ่อนท้าวผจงถวาย
ฯ
๕๘๘ เสวยแล้วสามท่านไท้ เสวยรมย์
หับประตูทองผทม ท่านไว้
สองนางพี่ไปสม สองพี่
นายนา
สรวลสนุกไล้ไล้ คู่เคล้าคลึงสมร
ฯ
๕๘๙ สองท้าวซอนซ่อนไท้ เปนกล
รู้แต่นางสองคน พี่เลี้ยง
ประมาณกึ่งเดือนดล จรหล่ำ
แลนา
สรวลสนุกเล่นเพี้ยง บรู้โรยแรง
ฯ
ร่าย
๕๙๐ ลางคาบแสดงดุจไข้
ลางคาบไท้ ธ สำราญ ลางคาบ
บานใจเหล้น ลางคาบเร้นส้อนองค์ ซุบซิบทรงเงื่อนแง่
แต่พี่
เลี้ยงเข้าใน ใครใคร บ ให้เข้า ฝูงชาวเจ้าพระกำนัล สกิดกัน
ลอบเจรจา
บัดนี้น่าหลากแท้ สองอยู่เกล้าเราแล้ กับพี่เลี้ยง
เปนกล ฯ
ความแพร่
โคลง ๒
๕๙๑ ควันความจนรั่วรู้
ผู้หนึ่งเห็นสกิดผู้
หนึ่งให้แลดู ฯ
โคลง
๓
๕๙๒
ดอกขายหูขายตา ดอก
บ นำพารู้
ขจรข่าวถึงท้าวผู้ พ่อไท้ทั้งสอง
ฯ
โคลง
๒
๕๙๓
ลอบมามองลูกไท้ เคียดคู่ไฟฟ้าไหม้
แฝกฟุ้งไฟเข็ญ ฯ
๕๙๔ ลอบแลเห็นเจ้าหล้า ลอราชงามโอ่อ้า
อาจให้หายฟุน ฯ
๕๙๕ รอยบุญเขาส่งให้ ไกลกว่าไกลเปนใกล้
ยิ่งใกล้อัศจรรย์ ฯ
๕๙๖ ลักชมขวัญคะค้อย ลอราชนี้เท่าร้อย
อยู่เงื้อมบทจร ฯ
๕๙๗ ได้ภูธรดุจได้ ฟ้าแลดินมาไว้
อยู่เงื้อมมือเรา ฯ
๕๙๘ เอาเปนเขยแขกแก้ว ยศโยคฤๅรู้แล้ว
เลิศพ้นประมาณ ฯ
ถูกล้อม
ร่าย
๕๙๙
ภูบาลแสร้งแสดงองค์ สองไหว้บงกชบาท พระลอ
ราชค่อยถาม สองบอกนามปิตุราช พระบาทไท้เลืองลอ
ธ ก็ยอกรกชประนม ถวายบังคมชมชื่น ยื่นความชอบนอบทูล
ว่านเรสูรเจ้าหล้า
ข้าร้างราชสมบัติ สลัดเสียเสร็จสล้าย
หว้ายแต่ตัวมาหา พระปิตุราธิราช ข้าขอฝากอาตม์ประยูร
เปนตระกูลเดียวด้วยไท้ ไว้เปนเอกวงศา เท่ากัลปาวสาน ภูบาล
ครั้นได้ยิน
บานอรพินทุ์ หฤทัย ประไพพักตรพิลาศ ยิ่งกว่า
ราชผู้ใหญ่ ได้ท้าวไส้สัมฤทธิ์
บพิตรพิศพระราชา มาเปน
เอกเอารสราช ด้วยนางนาฎสองศรี พ่อจะให้ดูวันดีเดือนชอบ
แล้วจะประกอบการวิวาห์ ท้าว ธ พจนาดังนี้เสร็จ ธ ก็เสด็จ
ยังมนทิราไลย
ข่าวขจรไปถึงย่า ย่าไปว่าไปวอน อ้าภูธรธิบดี
ลูกไพรีใจกาจ ฆ่าพระราชบิดา
แล้วลอบมาดูถูก ประมาท
ลูกหลานเรา จะให้เอาจงได้ อย่าไว้ช้าดัสกร เราจะให้ฟอน
ให้ฟัน เราจะให้บั่นให้แล่ ทุกกระแบ่จงหนำใจ วอนเท่าใดก็ดี
ปิ่นธรณีนาถมิฟัง
ย่าไปยังวังย่า ว่าแก้หมู่ทกล้าทหาร ข้าผู้ชำนาญผู้ใหญ่
ใส่กลว่าท่านไท้
ธ ให้ไว้เปนงารตู ตูจะให้สูทั้งหลายฆ่า
ว่าผู้ดูชาดูแคลน แหน
ความเราจงมิด ปิดความเราจงทั่ว
ใครให้รั่วความขำ จะทำทัณฑ์ถึงขนาด ดาบปาดคอจงม้วย
ด้วย บ ยำคำเรา เขาก็รับพระราชฎีกา ขันอาสาอคร้าว ท้าวธิราชท่าดู เล่ห์กลตูจะเอา
เขาก็ลอบแต่งกันกั้น ครั้นราตรีดึงสงัด เขาก็สพัดสามรอบ ล้อมเขตนิเวศน์วัง ขัง บ
ให้คนเข้าออก
เขาจึงบอกแก่นายแก้ว
นายขวัญ สองฟังพลันยังจอมกษัตริย์ ทูลระหัสทุกประการ ภูบาลยิ้มแย้มหัว บมิกลัวเร่งองอาจ
ดูดุจราชไกรสีห์ ครวีอาวุธภุชพล ตนนายแก้วนายขวัญ
ขันอาสาเจ้าหล้า เผือข้าแจ้งใจถวาย
ขอตายก่อนพระองค์
สองอนงค์อนุช น้อมศิรามพุชกับบาท ไท้ธิราชสาหส
ธ ก็โลมบงกชกษัตรีย์ สองภัควดีอย่าตกใจ บเปนใด ณ สองศรี
มีพระสาสนชมชัว
ค่อยยิ้มหัวเหล้นพลาง สองนางจึ่งชมชื่น
ยื่นใจจริง บ มิช้า เผือข้าก็กษัตริย์ชาติ
ใจบมิขลาดกลัวตาย
บมิเอาชายอื่นเปนคู่ บมิอยู่ให้ไทดูช้า บมิอยู่ให้ข้าดูแคลน
ครั้น
พระเมือแมนเมืองฟ้า เผือข้าตายตามราช พระบาทอย่า
อาไลย สองเปลื้องสไบซ้ำซ่อน
ทรงผ้าอ่อนร่อนดาบ อยู่ตราบข้างจอมกษัตริย์
บัดนางโรยแลนางรื่น ชื่นชมใจเชื่อแท้
แม้สามกษัตริย์สู่ฟ้า เผือจะเปนข้าผู้ใด ใครเขาจะเกรงจะขาม ขอตายตายเจ้าตน อยู่เมืองบนด้วยไท้
ไว้ยศให้คนชม ถวายบังคมนฤเบศร์
สองแปรเพศดุจชาย ห่มเสื้อกรายดาบง่า นางรื่นร่าไปสู่
อยู่ด้วยนายแก้วฝ่ายขวา นางโรยมาด้วยพลัน อยู่ด้วยนายขวัญฝ่ายซ้าย บมิผ้ายจากเจียนกัน
เห็นอัศจรรย์จอมราช พระบาทเสด็จอยู่กลาง สองนางแนบสองข้าง เจ้าช้างจูบสองศรี สองกษัตริยีย์จูบท้าว
สองนายน้าวสองนาง กอดกันพลางชมเชย
มินานเลยเขาเข้า เท่าถึงทวารปราสาท
นายแก้วฟาดดาบฟัน นายขวัญแทงสุดทาว ลาวฝูงข้าพ่ายหนี ตีกันปือขึ้นคลุก
ท้าว
ธ ก็รุกโรมฟัน ตายทับกันกลากลาศ หัวขาด
ตกเปนกลุ่ม เขาเร่งทุ่มหินผา ดากันเข้าระเร้ง
ไม้ไล่เท้ง
ฝาทลาย ส่วนสองนายพี่เลี้ยง รำร่อนรับอยู่เพี้ยง ดังช้างเมามัน ฯ
ความสวามิภักดิ์ถึงขนาด
ร่าย
๖๐๐
ผันเข้าคลุกรุกรบ หลบหลีกปืน บ ให้ตอก หลบหลีก
หอก บ ให้ต้อง เขาเร่งซ้องปืนยะยุ่ง
ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้าง
ซ้ายเร่งมาหนา ข้างขวาเร่งมามาก เข้าทุกปลากรุกโรม
สองนายโจมฟันเฟื่อง เครื่องพลัดตัวหัวขาด เขาก็สาดศรยึึง
ตรึงนายแก้วยะยัน ต้องนายขวัญท่าวทบ
นางรื่นรบรุกฟัน
นางโรยผันผาดแทง ด้วยปลายแวงกุมปัก เขา บ รู้จักว่า
ผู้หญิง
เขาก็ยิงต้องสองนาง วางมาสู่ผีผัว ทอดตัวทับ
สองนาย ตายตามกันทั้งสี่ ท้าว ธ
เห็นพี่เลี้ยงราช พระบาท
ชื่นชมนัก น่ารักใคร่ใจเขา เยียวเรามิเหมือนได้ สองอ่อนไท้จึ่งร้องหัว
เขาสิมิกลัวความพินาศ ดังฤๅเผือกษัตริย์ชาติจะกลัวตาย ไว้ความอาย
บ รู้แล้ว สิ้นชีวิตฤๅแคล้ว อยู่เคล้าฤๅคลา พระเลย ฯ
โคลง ๔
๖๐๑ พระแก้วพระอยู่เกล้า อย่าไฉน
เผือจักตายฤๅไคล คลาดไท้
พระเอยอย่าอาไลย
เยียวอยู่
พระนา
ตายเมื่อใดจักได้ ดั่งนี้ฤๅมี
ฯ
๖๐๒ ครั้นตายก็เกิดขึ้น กับกัน
เสวยพิภพสรวงสวรรค์ ฟากฟ้า
เปนคนแลคนหยัน ฤๅอยู่
พระเอย
เท็จอยู่ บ เห็นหน้า อยู่เกล้าแหนงตาย
ฯ
๖๐๓ บ เริ่มเขาสี่ไส้ ยังตาย
เผือเผ่ากษัตริย์ฤๅผาย จากไท้
รักตัวแต่กลัวอาย หฤโหด
พระเอย
รักราชตายด้วยได้ อยู่ได้ฉันใด
ฯ
โคลง
๒
๖๐๔
ฟังจอมใจอ่อนท้าว พระหัวอยู่อคร้าว
ยั่วยิ้มยินดี ร่อนา
ฯ
๖๐๕ สองกษัตรีย์เจ้าหล้า แกล้วกว่าแกล้วใจกล้า
กว่ากล้ากลัวอาย ฯ
๖๐๖ บ กลัวตายเท่าเผ้า กรกระลึงตาวเต้า
ต่อข้างดัสกร แลนา ฯ
ขัตติยมรณ์
ร่าย
๖๐๗
ไล่ฟอนฟันผันแทง แวงวัดตัดหัวขา ดูมหิมาทั้งสาม
งามเงื่อนดังราชสีห์
ครวีอาวุธองอาจ เอิบอำนาจ บ มิกลัว
ยิ้มแย้มหัวเล่นพลาง กางกรรอนรำรบ น้าวพิภพสำทับ
เขาขับกันเข้ารบรอบ ดุจหอบฟางทอดไฟ เขาอยู่แต่ไกล
บมิใกล้ ให้โทรมยิงสามกษัตริย์
ธ ก็เอาดาบวัดกระจัด
กระจาย เขาเข้าหลายเหลือป้อง จึ่งปืนต้องพระองค์ สอง
อนงค์บมิกลัว เอาตัวออกรับปืน ยืนอยู่กับจอมราช เขาก็
เร่งสาดศรพิษ ติดสามกษัตริย์สพรั่ง
เลือดตกหลั่งถั่งลง
สามพระองค์อิงกัน ผันหน้าต่อศัตรู พิศดูดุจนฤมิต สิ้นชีพิต
พร้อมกัน ยืนอยู่ฉัน บ มิตาย
เขาทั้งหลายกลัวไกล ข่าวขจรไปบมิมิด
ถึงท้าวพิษณุกร
ภูธรด่วนเสด็จมา เห็นสองธิดาสุดสวาท แลพระบาทลอดิลก เลือดตกอาบทั้งตน
ยืนอยู่กล บ มิตาย ธ ก็ฟายน้ำเนตรจะไจ้ เรียกลูกไท้แลเขยขวัญ เรียกฉันใดก็ บ มิพร้อง
ต้องฉันใดก็ บ มิติง ยืนอิงกันอยู่กระด้าง เจ้าช้างจึงรู้ฉบัด ว่าสามกษัตริย์เสวยกรรม
ธ ก็ทำฉันธ บ มิโกรธ ว่าฆ่านักโทษทั้งหลาย ตายตามกันหนำใจ
แต่ผู้ใดกล้าสามารถ
อาจอาสามาล้างเขา ให้มาเอารางวัล
ผู้ใดอันแกล้วหาญ จะบำนาญยิ่งรู้หลัก เราจะให้ศักดิ์เปนขุน
ปูนเปนหมื่นเปนพัน
เขาก็หากันมา บ มิช้า มาถ้วนหน้า บ หลอได้
ธ ก็ให้เอาเชือกสรวมคอ ปอสับรัดมัดศอก แล้วให้เอาหอกร้อยขา
ตราชื่อถ้วนทุกคน
ก็ให้ฟันกลฟันหยวก ดาบจวกกลิ้งเกลือกตาย
ส่วนหมู่นายนั้นไส้ ธ ก็ให้ต้มให้คลอก
แต่ตนย่าดอกไส้ให้แล่
ใช่แม่ตัวเจ้าหล้า ธ ก็ให้ฆ่าให้ลำบาก ลากเอาศพเสียเสร็จ
ธ ก็เสด็จยังลูกไท้ ไห้ บ รู้กี่ไห้ โอ้ลูกแก้วกับตน พ่อเอย ฯ
โคลง ๒
๖๐๘ สองงามกลแว่นฟ้า ทุกข์เท่าใดเห็นหน้า
ลูกแก้วกลอยหาย ฯ
๖๐๙ มาจะตายด้วยลูกแก้ว
เจ็บพ่อ บ รู้แล้ว
อยู่ได้ฉันใด ฯ
๖๑๐ หัวใจพ่อผกขว้ำ ทุกข์บรู้กี่ซ้ำ
สองอ่อนไท้ธิดา พ่อเอย
ฯ
พระสสุรีพิลาป
ร่าย
๖๑๑
ส่วนสมเด็จดาราวดี พระชนนีรู้ข่าว ทะทึกท่าวทรุด
สยบ ซรบซรอนลงฟะฟั่น สั่นหฤทัยทะทาว
ชาวแม่
ถนอมพระองค์ แล้ว ธ ก็ทรงคานหาม ไห้ตามเสด็จเดียรดาษ
ถึงปราสาทสองศรี
ภัควดีอ่อนละลวน ระทวยดุจวัลย์ทองท่าว
น้ำตาคล่าวหลั่งหลาม ชูคานหาม ธ ขึ้น
ถึงพ่างพื้นเรือนรัตน์
เห็นสามกษัตริย์สิ้นชนม์ ธ ก็ทอดตนตีอก ผกกลิ้งเกลือก
ไปมา แม่มาหาแก้วแม่ เคียดใดแก่แม่นา เจ้ามิเจรจา
ด้วยแม่ มิแต่งแง่ให้แม่ชม
มิหวีผมให้แม่เชย มิเงยหน้า
ให้แม่จูบ มิลูบน้ำดอกไม้ไล้พระองค์ มิทรงกระแจะจรุง
ชมด มิเสวยรสเข้าปลา สองจะลีลาสู่ฟ้า ละแม่เปน กำพร้า
เจ้าแม่เอ้ยปรานี แม่รา ฯ
โคลง
๒
๖๑๒
ยินดีใดด่วนม้วย เยื้อนปากปราไสยด้วย
แม่ให้เต็มใจ
หนึ่งรา ฯ
๖๑๓ ใดผิดใจสองเจ้า ควรเคียดฤๅจึ่งเต้า
แขกฟ้าทั้งสอง ฯ
๖๑๔ หมองใจใดด่วนผ้าย สองอย่าคิดยินร้าย
แก่แม่ร้า ณ หัว แม่เอย
ฯ
๖๑๕ อ้าชรมัว ธ เมือเช้า สีพระทนต์ทะนะเจ้า
แม่เอ้ยกับตน
แม่ฮา ฯ
๖๑๖ ลงบังคนทนะแก้ว
ออกจากบังคนแล้ว
เชิญอ่อนท้าวสองสรง
เล่านา ฯ
๖๑๗ ทรงบรัดผัดหน้า แต่แง่ทรงสอิ้งผ้า
ย่างเยื้องมาหา แม่รา
ฯ
๖๑๘ สองมาเรียบดอกไม้ ถวายธูปเทียนทองไหว้
พระบาทสร้อยสรรเพ็ชญ์ หนึ่งรา
ฯ
๖๑๙ แล้วเสด็จมาทะนะเจ้า เจ้าแม่มาเสวยเข้า
แก่แม่ร้าสุดใจ แม่เอย
ฯ
ร่าย
๖๒๐ เตือนฉันใดก็
บ มิพร้อง ต้องฉันใดก็ บ มิติงยืินอิงกัน
อยู่ กระด้าง
ลอบพิตรเจ้าช้าง ห้าม บ ให้สองขาน แม่ฤๅ ฯ
โคลง
๒
๖๒๑
พระภูบาลปิ่นเกล้า ปิตุราชพระเสด็จเต้า
แขกท้าวฤๅแล พ่อเอย
ฯ
๖๒๒ บ แปรพักตรต่อไท้ บ
สั่งสักคำไว้
แก่แม่เล้ยสุดใจ แม่เอย
ฯ
โคลง
๔
๖๒๓
เยียใดแก่ชีพนี้ นิศผล
นับว่าตัวเปนคน คู่บ้า
บ เห็นลูกกับตน ตนอย่า
เปนเลย
ตายจุ่งพลันเห็๋นหน้า ลูกแก้วทั้งสอง
ฯ
๖๒๔ สบ กษัตริย์พระญาติไห้ อึงอุด
อยู่นา
สบส่ำสาวสนมทรุด ท่าวไห้
ปวงนางกำนัลสุด ถึงไพร่
เมืองนา
คนหนึ่งฤๅอดได้ เกลือกกลิ้งกลางดิน
ฯ
๖๒๕ เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้ ทุกเรือน
อกแผ่นดินดูเหมือน จักขว้ำ
บ เห็นตะวันเดือน ดาวมืด
มัวนา
แลแห่งใดเห็นน้ำ ย่อมน้ำตาคน
ฯ
สร่างโศก
โคลง ๒
๖๒๖
สาวสนมจนแก่นไท้ ไห้เจ็บไห้แสบไห้
เลือดน้ำตาไหล
แลนา ฯ
๖๒๗ ปรีชาไวแว่นแท้ ใจแก่นกษัตริย์กล้าแล้
จึงตั้งใจตรง ฯ
๖๒๘ สองพระองค์สร่างไห้ สองบพิตรท้าวไท้
จึ่งห้ามทั้งหลาย ฯ
๖๒๙ ครั้นวายเสียงไห้แล้ว สองราชชมใจแกล้ว
แก่นไท้ทั้งสาม ฯ
๖๓๐ ยืนตายงามเลิศแล้ รู้ว่าใจกษัตริย์แท้
บ ให้ใครปูน ฯ
๖๓๑ ทั้งสองขุนพี่เลี้ยง นางรื่นนางโรยเพี้ยง
เทพไส้ไป่ปาน ฯ
๖๓๒ ใจหาญตายก่อนเจ้า เปนเพื่อนตายคลึงเคล้า
คู่หน้ารักใจ บารนี ฯ
๖๓๓ ทุกคนในแหล่งหล้า เสียงสรรเสริญถ้วนหน้า
ทั่วทั้งเมืองมี่ มีแล ฯ
๖๓๔ ธรณีฦๅลั่นฆ้อง เสียงเสนาะฟ้าร้อง
เรียกท้าวยังสวรรค์ ฯ
จัดการพระศพ
ร่าย
๖๓๕
มี่อึงอรรณพไห้ เมืองหลวงไข้ทุกด้าว สมเด็จท้าว
พิไชยพิษณุกร ธ ให้นำบังอรราชเทพี
ดาราวดีเสด็จไป
สู่คฤหาไลยพระองค์ ธ ให้สรงศพสามกษัตริย์ จัดสรรพภูษา
ตราสังทั้งสามพระองค์
ผจงโลงทองหนึ่งใหญ่ ใส่สาม
กษัตริย์แล้วไส้ ธ ก็ให้แต่งโลงหนึ่งแล้ว ใส่ขุนแก้วแลนาง
รื่น โลงหนึ่งใส่หมื่นขวัญแลนางโรย
ทำโดยรีตศพเสร็จ ธ ก็เสด็จยังปราสาท
ให้หาราชศิลปี
มีโองการบังคับ ให้สำหรับพระเมรุ เกฌฑ์กำหนดทุกกรม ให้แต่งพนมอัษฐทิศ
พิพิธราชวัติฉัตร กลิ้งกลดธวัชบรรฎาก หลายหลากภาคบุษบก กระหนกวิหคเหมหงส์ บรรจงภาพจำเนียม
ลางพนมเทียมอัสดร ลางมกรเทียมยยับ ประดับขับเข็นรถ
อลงกฎคฃสาร อลงการคชสีห์
สารถีสถิตชักรถ ชดกรกระลึงกุมแสง
รำจำแทงองอาจ เผ่นผงากขับสารสีห์ เทียมนนทรีชำนรรสึงห์
ดึงไดฉบับจับกัน สรรพ์อสุราสุรครุฑ มนุษย์ภุชงค์คนธรรพ์
บรรเขบ็จภาพเรียงราย
ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระธาราวเทียน
โคมเวียนโคมแว่นผจง โคมรหงฉลักเฉลา เสาโคมเรียงสล้าย
เถลิงต้ายเตี้ยกำแพง แชลงราชวัติชวาลา บูชาศพสามกษัตริย์
แล้ว ธ ก็ตรัสให้หา
ทูตานุทูตมาไซร้ ให้จำทูลพระราชสาส์น
อีกบรรณาการทั้งหลาย ไปถวายแด่พระบาท ไท้ธิราชบุญเหลือ
เครือทินกรราชชนนี ภควดีฟังพจนสาร ถ้วนทุกประการประกาศ
ธ มิอาจที่จะดำรง
พระองค์ท้าว ธ อยู่ได้ ไท้สยบซบเหนือหมอน
พระกรปิดพระพักตร ไห้ร่ำรักลูกไท้
ไห้บรู้กี่ไห้ ลูกแก้วกับตน
แม่เอย ฯ
โคลง
๒
๖๓๖
ชนนีกลัวดั่ังนี้ ห้ามเจ้า
บ รู้กี้
ท่านเจ้าฤๅฟัง แม่เลย
ฯ
ร่าย
๖๓๗ หวังสิ้นชนม์ด้วยไข้
แก่แม่รา สิ้นชีพไท้ด้วยผี แก่แม่รา
ในบุรีเราแม่ลูก แก่แม่่รา แม่จะยาหยูกจงเต็มใจ
แก่แม่รา
ดังฤๅพ่อไปตายเมืองท่านม้วย แก่แม่เรา ด้วยหอกตาวหลาวดาบ
แก่แม่รา
ด้วยกำซาบปืนยา ดังนี้ ฯ
ปริเวทนาการ
โคลง ๔
๖๓๘
แม่สงวนมาแต่ตั้ง มีครรภ์ลูกเอย
บเบกษาสักอัน หนึ่งน้อย
ถึงพระผ่านไอศวรรย์ เสวยราช
แลพ่อ
รักลูกรักได้ร้อย ส่วนล้ำรักตัว
ฯ
๖๓๙ ใช่เปนไท้ท้าวแต่ พอดี
ลูกเลย
เปนมกุฎกษัตรีย์
ผ่านเผ้า
ท้าวร้อยเอ็ดเมืองมี มาส่วน
พระนา
ทูลบาทบงกชเจ้า แม่เที้ยรทุกวัน
ฯ
๖๔๐ เสวยสุขปราสาทเพี้ยง เมืองสวรรค์
ลูกเอย
เสด็จออกโรงกษัตริย์คัล คั่งเฝ้า
หัวเมืองหมื่นขุนพัน นายไพร่
พลนา
เฝ้าบาทบงกชเจ้า คู่ท้าวเมืองแมน
ฯ
๖๔๑ พิศช้างคือคู่ช้าง อมรินทร์
ลูกเอย
ม้าคู่อัศวทินกร หยาดฟ้า
รี้พลเพียบธรณิน มีมั่ง
เกษมนา
เมืองบพิตรเจ้าหล้า แม่เพี้ยงเมืองสวรรค์
ฯ
ร่าย
๖๔๒ กรรมใดดลออกไท้
ไห้รักราชเอารส กำสรดสั่น
สรรพางค์ ออกนางพ่างจะพินาศ เอนดูราชเทพี ลักษณวดี
ครั้นฟัง แล่นยังราชอยู่เกล้า อีกชาวเจ้าพระสนม เพื่อนภิรมย์
เจ้าหล้า
ถ้วนหน้าหา บ มิอยู่ สู่สำนักท่านไท้ เห็น ธ ไห้ทูลถาม
ถ้อยความใด ธ พิลาป ครั้นฟังทาบตีอก
สทก ผมเผ้าเกล้าทรสาย
ทอดตนตายวายทรวง ให้ระลวงฦๅลั่น
สนั่นทั่วทั้งเวียง ฟังเสียง
ไห้ดั่งจะหว่า ใจเมืองบ้าดั่งจะผก หัวอกเมืองดั่งจะพัง
ทังแผ่นดิน
ทั่วหน้า ไห้ร่ำรักเจ้าหล้า พ่างเพี้ยงตัวตาย ฯ
โคลง ๒
๖๔๓ ไห้มิวายมิม้วย
ประดุจจักตายด้วย
ท่านท้าวทุกคน ฯ
๖๔๔ จึงมนตรีผู้เถ้า ดัดดำรงชาวเจ้า
อย่าไห้คิดความ ก่อนรา
ฯ
๖๔๕ แผ่นดินหวาม บ รู้ คิดจงหนักทุกผู้
อย่าได้ดูเบา ฯ
๖๔๖ เอากันมากราบไหว้
แถลงถี่ถ้อยแด่ไท้
ธ ราชเจ้าตนฟัง ฯ
๖๔๗ หนหลังเกรงแหล่งหล้า
พระบาทคิดหนหน้า
อยู่เกล้าเสวยกรรม ฯ
๖๔๘ คิดผิดแผกแผ่นขว้ำ
ผีก็จักซ้ำด้ำ
แต่ถ้าผลักพลอย ฯ
๖๔๙ คิดขอบรอยตอบถ้อย
จงอย่ามีผิดน้อย
หนึ่งไส้เปนผล
ฯ
๖๕๐ ไว้บัดดลอยู่เกล้า
คิดจงหนักพระเจ้า
แต่งหน้าหนุนหลัง ฯ
ส่งบรรณาการไปเมืองสรอง
โคลง ๔
๖๕๑
พระฟังพระขอบข้า
มนตรี
คิดจักไปปลงผี ลูกแก้ว
เกรงเมืองเกลือกจักมี คนกล่าว
แคลนนา
แหนงจักตายจงแล้ว อย่าให้คนเห็น
ฯ
๖๕๒ เร่งหาผู้รู้รอบ ทุกการ
เฉลียวฉลาดไวโวหาร ถ่องถ้อย
สิบขุนใหญ่อย่านาน เตรียมแต่ง
พลันนา
เงินก็ร้อยทองร้อย ชั่งให้เอาไป
ฯ
๖๕๓ แก้วเก้าสบสิ่งผ้า แพรพรรณ
แลสิ่งจงครามครัน อย่าช้า
ช้างม้าไพร่พลสรร เอาแต่
เร็วนา
ไปแต่งการเจ้าหล้า แม่เที้ยวต่างตัว
ฯ
๖๕๔ บรรณาการเจ้าแผ่น ดินสรอง
กับพระชนนีสอง พี่น้อง
เขียนสาส์นใส่ลานทอง
เร็วเร่ง ไปนา
สงวนชอบอย่าให้ข้อง ข่าวร้ายถึงเรา
ฯ
๖๕๕ เสร็จศพจอมราชแล้ว ขอรับ
พระธาตุสามกษัตริย์กับ พี่เลี้ยง
สูลาจุ่งคำนับ ผจงแต่ง
มานา
ประกอบถ้อยคำเกลี้ยง อย่าให้หมองเรา
ฯ
แบ่งธาตุสามกษัตริย์ไว้เมืองละกึ่ง
ร่าย
๖๕๖
ธ ให้เอาแขกไว้ ลาท่านไท้ธิราช ธ ก็ประสาทรางวัล
พลันสำเร็จแล้วไส้ ธ ก็ให้แต่งทูตข้างนี้
บ ให้ห่าง ไปพ่างทูตข้าง
นั้น บ มิช้า เขาก็ตั้งหน้าไป บ มินาน ถึงถวายสาส์นคำนับ
แลทรัพย์
อันจะแต่งศพ เจ้าพิภพ ธ ให้ประกอบ สำหรับชอบทุกประการ
ครั้นแล้วงารศพเสร็จ
ท้าว ธ เสด็จถวายพระเพลิง เถกิงการมหิมา
เปนมหามหรสพ ตลบดุริยางคดนตรี ตีฆ้องกลองครื้นเครง
ละเวงศัพท์แตรสังข์ ประดังเสียงกึกก้อง ท้องธรณีนฤนาท ดุจ
ฟ้าฟาดพสุธา
ดุจสาครครรชิต ชวลิตโชติชวาลา ดูเหลือตรา
เหลือไตร พิศประไพไพโรจน์
ชวยโชติช่วงชัชวาลย์ อเนกนุ
ประการงามล้วน ถ้วนทุกสิ่งโอฬาร
ครั้นแล้วการสำเร็จ สมเด็จบพิตร ธ ให้สำรับ
ประดับเครื่องอันจะรับธาตุ พระบาท
ธ จึ่งให้แบ่ง
ธาตุสามกษัตริย์แห่งละกึ่ง ครึ่งไว้หอพระญาติ ธาตุกึ่ง
ให้แขกรับ
ธ ก็ให้ประดับมรรคา รัถยารวดอลงกฎ รจนาไป
ถึงแดน ให้แห่แหนส่งธาตุ
ส่วนพระบาทบุญเหลือ กษัตริย์ให้ประดับรัถยามา รจนารับพระธาตุ ยังรัตนราชธานี บุรีสรวงสะพิศาล
ธ ก็แต่งกุฏคารปราสาท ผจงไว้ธาตุสามกษัตริย์ ถัดสองข้างซ้ายขวา รจนามนทีรแล้ว ขวาขุนแก้วแลนางรื่น
ซ้ายหมื่นขวัญแลนางโรย ท้าว ธ แต่งโดยใจภักดิ์ มหึมานักพันแพ่ง แต่งอเนกนุประการ
ถวายพระทานจอมกษัตริย์ แด่พระรัตนไตรย ไขคลังทานทั่วหล้า ถ้วนหน้ารับแล้วไส้
ธ ก็ให้ประดิษฐาน อลังการสถูปเจดีย์ สามกษัตรีย์มหิมา ซ้ายขวาสถูปพี่เลี้ยง
เพี้ยงจะปือแหล่งหล้า สู่เมืองฟ้าเมืองบน หนสมเด็จพิไชยพิษณุกร ภูธรทำดุจเดียว เทียวส่งสารเสน่หา
ให้ไปมา บ มิขาด บอกพระราชกำหนด กฎหมายวันอันบรรจธาตุ สองกษัตริย์ราชแต่งการ ดูพิศาลสองสิมา
เปนมโหฬาราดิเรก อเนกทานทั่วหล้า ทุกทั่วชนถ้วนหน้า สทื้นเทื้อนทำบุญ
ส่งนา
ฯ
โคลง
๔
๖๕๗
ทุกขุนทุกไพร่ฟ้า
มุลนาย
ทุกทั่วหญิงชายทัง แหล่งหล้า
ทำบุญส่งบุญถวาย ถึงราช
แลนา
สวามิภักดิ์ตั้งหน้า รุ่งรู้เห็นบุญ
ฯ
๖๕๘ เปนศรีแก่ปากผู้ ผจงฉันท์
คือคู่มาลาสรร
เรียบร้อย
เปนถนิมประดับกรรณ ทุกเมื่อ
กลกระแจะต้องน้อย หนึ่งได้แรงใจ
ฯ
๖๕๙ จบเสร็จมหาราชเจ้า นิพนธ์
ยอยศพระลอคน หนึ่งแท้
พี่เลี้ยงอาจเอาตน ตายก่อน
พระนา
ในโลกนี้สุดแล้ เลิศล้ำ
คุง สวรรค์ ฯ
๖๖๐ จบเสร็จเยาวราชเจ้า บรรจง
กลอนกล่าวพระลอยง ยิ่งผู้
ใครฟังย่อมใหลหลง ฤๅอิ่ม
ฟังนา
ดิเรกแรกรักชู้ เหิ่มแท้รักจริง
ฯ