ชมดง
โคลง ๒
๒๕๒
พนจรใจจำหมั้น ทูลชื่อไม้นั้นนั้น
แด่ไท้ทุกอัน ฯ
๒๕๓ ครั้นธรู้ตระหนักแล้ว ลอราชชมไม้แก้ว
เหมือนดั่งแก้วกลอยใจ
พี่นา ฯ
โคลง
๔
๒๕๔
แอ่นเคล้าเหมือนแม่เคล้า คลอคลึง
พี่นา
หอมกลิ่นเรียมคิดถึง กลิ่นเจ้า
สุกรมพยอมพึง
ใจพี่ พระเอย
เหมือนกลิ่นอรหนุ่มเหน้า พี่ต้องติดใจ
บารนีฯ
๒๕๕ นางแย้มเหมือนแม่แย้ม
ยินดี ร่อนา
ต้องดุจมือเทพี พี่ต้อง
ช้องนางคลี่เกศี นุชคลี่
ลงฤๅ
รักดุจเรียมรักน้อง ร่วมรู้รักเรียม
ฯ
๒๕๖ ยมโดยประดุจเจ้า จงโดย
ใบโบกคือนุชโชย เรียกข้า
เรียมเห็นเกดเรียมโหย หาเกศ
นุชแม่
วัลย์โอบเอวไม้อ้า อ่อนน้อมเอวเรียม
ฯ
๒๕๗ เล็บมือนางนี้ดั่ง
เล็บนาง เรียมนา
ชมม่านนางหวังต่าง ม่านน้อง
ชมพูสไบบาง นุชคลี่
ลงฤๅ
งามป่านี้ไม้ปล้อง แปลกปล้องคอศรี
ฯ
ร่าย
๒๕๘ พระลอเสด็จลีลา ชมพฤกษาหลายหลาก
สองปลาก ข้างแถวทาง ยางจับยางชมฝูง ยูงจับยูงยั่วเย้า เปล้าจับเปล้า แปลกหมู่ กระสาสู่กระสัง
รังเรียงรังรังนาน ไก่ครานไต่หงอน ไก่ ไผ่จับไผ่คู่คลอ ตอดตอจับไม้ตอด ตับคาลอดพงคา
คล้า คลาจงจับคล้า หว้าจับหว้าลอดแล คับแคจับแคป่า ดอกบัวล่า ชมบัว กระเวนวังนัวกระเวนดง
ช่างทองลงจับทองยั้ว แขกเต้า ตั้วเต้าแขก ไต่ไม้แมกไปมา บ่รู้กี่คณาชมผู้ ขมพิหคเหิรรู้
เรียกร้องหากัน ฯ
โคลง
๔
๒๕๙ กาจับกาฝากต้น
ตุมกา
กาลอดกาลากา ร่อนร้อง
เพกาหมู่กามา จับอยู่
กา ม่าย มัดกาซร้อง กิ่งก้านกาหลง
ฯ
๒๖๐ ตาเสือเสือผากผ้าย หนีทาง
กวางแนบหูกวางฟาน ฟิดเร้น
ช้างน้าวหมู่บงทราง ซอนอยู่
ช้างลอดอ้อยช้างเหล้น ป่าลี้ลับดง
ฯ
๒๖๑ ลางลิงลิงลอดไม้ ลางลิง
แลลูกลิงลงชิง ลูกไม้
ลิงลงไล่ลมติง ลิงโลด
หนีนา
แลลูกลิงลางไหล้ ลอดเลี้ยวลางลิง
ร่าย
๒๖๒ หวดเหียงหาดแหนหัน จันทน์จวงจันทน์แจงจิก
ปริง ปรงปริกปรูปราง คุยแคคางค้อเค็ด หมู่ไม้เพล็ดไม้พลอง หมู่ ไม้ฟองไม้ไฟ ไม้ไผ่ไพไม้โพ
ไม้ตะโกตะกู ไม้ลำภูลำแพง หมู่ ไม้แดงไม้ดัน ไม้สมพันสารภี ไม้นนทรีทรบูน คูนกำกูนกำยาน
ไม้พิมานขล้อขลาย ไม้กำจายกจับบก ไม้กทกรกสักสน คณนา มีหมู่ไม้ กล่าวแต่พอจำได้ กว่านั้นยังเหลือ
แลนา ฯ
โคลง
๒
๒๖๓ ไม้เครือไม้กุ่มก้อม
ค้อมเกี้ยวกลลำย้อม
ยอดม้วนใบงาม บารนี
ฯ
๒๖๔ ดอกดวงทรามช่อช้อย หอมตลบอบสร้อย
เร่งน้อยใจถึง แม่ฮา
ฯ
๒๖๕ คำนึงหลังห่วงหน้า ใจพี่เพี้ยงเปนบ้า
เพื่อร้างแรมสมร มาแล
ฯ
ร่าย
๒๖๖ พระพเนจรหล่ำ ได้หลายค่ำหลายวัน
ถึงแดนอันจนิยต กำหนดพระราชสีมา ตั้งพพลาทัพหลวง ทั้งปักปวงป่าดาดาษ งามถึงขนาดควรชม
ถ้วนทุกกรมมนตรี เฝ้าภูมีเดียรดาษ พระลอราชเจ้าช้าง จึ่งเอื้อนโองการอ้าง ดั่งนี้เสนา
โคลง ๒
๒๖๗ จักลีลาไปช้า สูทั้งหลายนี้อ้า
กลับบ้านสำราญ ก่อนเทอญ
ฯ
สั่งกระบวนกลับ
โคลง ๔
๒๖๘
มานานจรหล่ำแล้ ถึงแดน
ควรส่งพลแสนคืน สู่หย้าว
ทุกคนเอนดูแคลน ครวญลูก
เมียนา
กูคนึงถึงท้าว เพื่อนไท้แพงทอง
ฯ
๒๖๙ มนตรีต่างเนตรไหว้ บทมาลย์
จบบาทธุลีธาร ใส่เกล้า
ขอพระจงอยู่บาน ใจก่อน
พระเฮย
สามสี่วันพระเจ้า จึ่งให้พลเมือ
ฯ
๒๗๐ นานนักกว่าชิ่นแล้ มนตรี
ไปพรุกควรพอดี อย่าช้า
ครั้นนานราชธานี เราเปลี่ยว
อยู่นา
เยียวออกท้าวเจ้าถ้า ข่าวถ้าฟังสาร
ฯ
๒๗๑ ซร้องนิ้วนบบาทไท้ บุญขจร
ไหว้อยู่สลอนต่าง ดอกไม้
เสมอสัตวภูธร ชุบปลูก
ไส้พ่อ
ทุกสิ่งเหนือหน่อไท้ ก่อเกื้อทุกอัน
ฯ
๒๗๒ ขอโดยเสด็จราชไท้ ทรงธรรม์
คืนขอบเสวยไอศวรรย์ ผ่านหล้า
ผิไปแลถึงกรรม์ ดีกว่า
คืนพ่อ
ยากสิ่งใดไส้ข้า คิดได้อาสา
ฯ
๒๗๓ ไปหน้าคิดใคร่ไส้ คืนหลัง
เกรงแผ่นดินเกรงทัง ออกท้าว
สูเคยเมื่อกูยัง ครองแผ่น
ดินนา
ครองแผ่นดินทุกด้าว อย่าให้ใครแคลน
ฯ
๒๗๔ ฝากเมืองช้างม้าไพร่ พลหลวง
ฝากนอกในทั้งปวง แหล่งหล้า
อย่าลืมหมั่นไตรตวง ผิดชอบ
ดูนา
ฝากออกท้าวเจ้าฟ้า ผากแก้วกลอยสมร
๒๗๕ สั่งมนตรีถี่ถ้วน ทุกกรม
รับราชโองการสม ใส่เกล้า
น้ำตาถั่งอารมณ์ รักราช
แลนา
ขอบพิตรพระเจ้า อย่าช้าเสด็จมา
ฯ
๒๗๖ สูถึงพระบาทไท้ ชนนี
ท่านนา
ทูลว่าจอมกษัตรีย์ ลูกไท้
เสวยสวัสดิ์สำราญมี สุขอยู่
ไส้นา
โอนมกุฎเกล้าไหว้ พระบาทเจ้ากูมา
ฯ
๒๗๗ แล้วสูไปไหว้แจ่ม จอมกษัตริย์
พี่เอย
ทูลว่ากูเสวยสวัสดิ์ ห่อนไข้
จักพลันสู่สมรัตน์ ชาเยศ
ไส้นา
อย่าลห้อยไห้ให้ อยู่ถ้า
รับเรียม ฯ
เตรียมการ
ร่าย
๒๗๘
ธ ก็ให้เตรียมแต่ง แบ่งปันคนผู้สนิธ อันเชื้อชิดภูบาล ประมาณร้อยหนึ่งไว้ โดยเสด็จไท้ธิบดี
ธ ก็สั่งมนตรีแลไพร่ฟ้า ช้างม้าคลี่คืนเมื้อ โองการเชื้อสองพี่ คิดที่เราจะไป ก็ให้ผูกกระไดข่าวคอย
ผู้รู้รอยชาวด่าน หว่านความรักชักชิด ครั้นเข้าสนิธไมตรี จึ่งบอกคดีโดยปอง ให้เงินทองผ้าเสื้อ
เผื่อใจชักเข้ามา จงเจรจาให้ชอบใจ เปนภายในชักชิด ว่าบพิตรประสาท ให้พระราชทานรางวัล
เงินทองครันอิ่มอก อย่าปิดปกกังวล บอกยุบลให้เห็น ตัว ธ เปนขุนด่าน พี่เลี้ยงท่านเปนหมื่นแขวง
นายแวงเปนหัวพัน ชาวกำนันเปนไพร่ ไขว่ชื่อถ้วนทุกคน เรียกกันกลชาวด่าน บล่านทางเลีรยบคอย
ไขรอยปิดเงื่อนงำ ความขำ บ ให้แพร่ง จงแต่งแง่ให้เปนกล พบผู้คนทักทาย กลายถิ่นฐานบ้านป่า
เขาถามว่าจงถนัด บอกจงชัดชื่อเสียง มาแต่เวียงเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนเมือง ยังจะเคืองฤๅจะคล่อง
บอกจงถ่องจงแท้ โดยยุบลนี้แล้ อย่าได้อำอวม ฯ
โคลง
๒
๒๗๙ บุญพระสรวมตูข้า
พระแต่งกลบเกลื่อนหน้า
ชอบแท้ทุกอัน ฯ
๒๘๐ พระจะพลันไปไส้ ไว้แต่สองนายให้
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
๒๘๑ ถึงทวารไพรฝ่ายนั้น ดูดุจชวนกันดั้น
ป่าด้นดงหา ฯ
๒๘๒ ตูไหว้ลาพระ ณ เกล้า ไว้แต่สองนายเฝ้า
พระบาทแล้วเขาไป ฯ
ถึงด่าน
ร่าย
๒๘๓ เมื่อนั้นท้าวไคลคลา
ล่วงแดนนาแดนราษฎร์ สอง นายนาถนำทาง ธ วางเพศท้าวผู้มีบุญ ทำทรงขุนด่านแล้ว ทรงเสื้อผ้าหมวกแก้ว
บ ให้เห็นองค์ ท่านนา ฯ
โคลง
๒
๒๘๔ เสด็จโดยด่านดงกว้าง
ยลรอยคนรอยช้าง
กษัตริย์ด้วยเปนสาม
ฯ
ร่าย
๒๘๕ ตามสองนายนำนาถ ท้าว ธ
ลีลาสคลาไคล เสด็จไป โดยอันดับ เอาทับทุกดำบล ดลทวารไพรที่อยู่ ชาวด่าน หมู่สำคัญ
ชวนกันบอกโดย ธ สั่ง ทำกลดั่ง ธ สอน เห็นภูธร เสด็จพัก ชาวป่าทักไต่ถาม เข้าบอกนามชื่อเสียง
ขุนด่าน เวียงมาเลียบด่าน แล้วท่านจะคืนไป เขาก็ไรเอาคำนัล บังคัลท้าว ธ ทุกคน ตำบลทวารไพรหั้น
ถึงตำบลนั้นนั้น ท่านผ้าย บ หึง ฯ
ร่าย
๒๘๖ ถึงแม่น้ำกาหลง ปลงช้างชิดติดฝั่ง
นั่งสำราญรี่กัน แล้ว ธ ให้ฟันไม้ทำห่วง พ่วงเปนแพสรรพเสร็จ ธ ก็เสด็จข้าม แม่น้ำแล้วไส้
ให้ แผ้ว ที่ประทับ ดุจสำหรับขุนด่าน แล้ว ท่านเสด็จสรง
สีเผ้าผงชำระ สระพระเกศเสร็จแล้ว ใจราชคิด แคล้วแคล้ว ถึงท่านไท้มารดา ท่านนา ฯ
โคลง ๒
๒๘๗ คิดปรานีออกไท้ รอยราชละห้อยไห้
ถึงลูกแล้ ณ หัว ลูกเอย
ฯ
โคลง
๔
๒๘๘
เจ็บรักเจ็บจากช้ำ เจ็บเยียว
ยากนา
เจ็บใคร่คืนหล้งเหลียว สู่หย้าว
เจ็บเพราะลูกมาเดียว แดนท่าน
เจ็บเร่งเจ็บองค์ท้าว ธิราชร้อนใจถึง
ลูกฤๅ ฯ
๒๘๙ เจ็บถึงบิตุราชแล้ว ถึงกู
เล่านา
เจ็บอยู่คนเดียวดู ละห้อย
เจ็บเยียวราชศัตรู
ดูหมิ่น แคลนนา
เจ็บเร่งเจ็บค้อยค้อย ชอบม้วยเมือมรณ์
ฯ
๒๙๐ ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อ
เมียตน
เมียแล่พันฤๅดล แม่ได้
ทรงครรภ์คลอดเปนคน ฤๅง่าย
เลยนา
เลี้ยงยากนักท้าวไท้ ธิราชผู้มีคุณ
ฯ
๒๙๑ อย่าไปพหน้าจัก คืนเมือ
ฤๅพี่
หาสมเด็จบุญเหลือ เลิศไท้
จรทกจรเทิญเขือ
วานช่วย ริรา
บาปสิ่งใดจำให้ ลูกร้อนใจถึง
ฯ
ปรึกษา
ร่าย
๒๙๒ บัดนั้นจึ่งสองนาย
ถวายกรกชประนม บังคมทูล บมิช้า ว่าข้าบาทสรวมชีพ เจ้าจอมทวีปโองการ พระภูบาล จักเต้า
เข้ายังเมืองมิ่งคืน ข้าบาทยืนยลชอบ อย่าเยียวลอบไปเลย ควรเสวยสวัสดิ์ครองด้าว ด้วยสมเด็จน้องท้าว
ท่านไท้ชนนี ท่านเทอญ ฯ
โคลง
๔
๒๙๓ จักไปจักเปลี่ยวข้าง
ทรชน
ครั้นจะคืนเยียวคน
กล่าวร้าย
ว่าท้าวปิ่นสากล ใจขลาด
นักนา
พูลโทษทุรยศหว้าย ว่าร้ายแหนงตาย
ฯ
โคลง
๓
๒๙๔ สองนายเกลี้ยงกล่าวทูล
ว่านเรศูรท่านไท้
ใครจะเอื้อมติได้
เท่าเผ้าฤๅมี
พระเอย ฯ
โคลง
๔
๒๙๕
จักไปสักน้อยหนึ่ง จึ่งคืน
นาพี่
หน้าก็ยืนหลังยืน
ชอบได้
เกรงเยียวแต่ผีขืน จำอยู่
ไส้นา
เยียวบ่คืนเห็นไท้ ธิราชผู้มีบุญ
ฯ
๒๙๖ มากูจะเสี่ยงน้ำ นองไป
ปรี่นา
น้ำชื่อกาหลงไหล เชี่ยวแท้
ผิวกูจะคลาไคล บ
รอด คืนนา
น้ำจุ่งเวียนวนแม้ รอดไส้จงไหล
๒๙๗ ครั้นวางพระโอษฐน้ำ
เวียนวน อยู่นา
เห็นแก่ตาแดงกล เลือดย้อม
หฤทัยรทดทน ทุกข์ใหญ่
หลวงนา
ถนัดดั่งไม้ร้อยอ้อม เท่าท้าวทับทรวง
ฯ
๒๙๘ บ ให้คนรู้เรื่อง ฝืนใจ
อยู่นา
ขึ้นจากสรงเสด็จใน อาสน์ไท้
ยังสุวรรณพพลาไชย ใจดั่ง
นี้นา
ปิดม่านละห้อยไห้ ออกท้าวบุญเหลือ
ลูกเอย
๒๙๙ พระตายจงลูกได้ เห็นผี
ท่านนา
ผีลูกตายกษัตรีย์
แม่ได้
เผาศพลูกอย่ามี อุจาด
ราแม่
ฤๅบ่ร้างเผาผีไท้ บ่ร้างได้เผาผี
ลูกเอย ฯ
กำสรด
โคลง ๒
๓๐๐
ลูกตายก็ตายแล้ว
เจ็บ บ เห็นหน้าแก้ว
เกิดเกล้ากูมา ฯ
๓๐๑ น้ำตาไหลหลั่งไห้ เปนเลือกตกอกไหม้
ออกท้าวฤๅเห็น ลูกเอย
ฯ
๓๐๒ ลางเข็ญเห็นแห่งน้ำ อกลูกเพี้ยงผกขว้ำ
ออกท้าวใจบุญ ลูกเอย
ฯ
๓๐๓ เปนขุนยศยิ่งฟ้า ฤๅบาปจำหว้ายหล้า
หล่มหล้มตนเดียว ฯ
๓๐๔ จะเหลียวเหลียวบได้ เหยียบแผ่นดินผิดไส้
อยู่เต็มบาทา พระเอย
ฯ
โคลง
๔
๓๐๕ เคยเปนจอมโลกเจ้า
ไอศวรรย์
ร้อยเอ็ดเมืองราชคัล คั่งเฝ้า
มาตกถึงกลางอรร- ณพแต่
เดียวนา
เยียว บ เห็นหน้าเจ้า ลูกแล้
บ เห็น ลูกเลย ฯ
ร่าย
๓๐๖
ท้าว ธ เปนทุกข์เท่าฟ้า คิดหยั่งหน้าหยั่งหลัง ระวังองค์ บพิตร ปิด บ ให้คนเห็น เปนทุกข์ดุจเริงรื่น
แสร้่งทำชื่น เผยม่าน เรียกชาวด่านริปอง สูนำสองพี่เลี้ยง เพี้ยงหฤทัยไปดู ที่ควรกูจะหยุดยั้ง
ที่จะกั้งจะปิด ให้จงชิดจงชอบ ที่จะลอบจะเล็ด จงเปนเขบ็จเปนกล ที่สถลมารคจงถ่อง ท่องทางคดจงซื่อ
ท่องทั้งชื่อดำบล ที่จะชุมพลช้างม้า ดู ทั้งหน้าทั้งหลัง ระวังทั้งใกล้และไกล ตาไปใจส่องแล้
สองพี่ พิศจงแท้ ถี่ถ้วนเขบ็จการ ฯ
ทำทางผูกมิตร
โคลง ๒
๓๐๗ รับสารกษัตริย์สั่งแล้ว
ไหว้บาทบงกชแก้ว
จึ่งผ้ายลีลา ฯ
๓๐๘ มิคลาคำสั่งท้าว ดูที่ทางทุกด้าว
ถี่ถ้วนใจจำ ฯ
๓๐๙ นำสองนายสู่ส้อง
ทำเปนพี่น้อง
ด้วยหมู่บ้านเทียมทาง ฯ
๓๑๐ เอาสินสกางสอดจ้าง
แขงดังเหล็กเงินง้าง
อ่อนได้โดยใจ ฯ
๓๑๑ เปนผ่ายในสนิธแล้ว กระแหน่นายขวัญแก้ว
กล่าวเกลี้ยงคำหวาน
๓๑๒ บอกอาการถี่ถ้อย เขาว่าอย่าแคลนน้อย
หนึ่งไว้งารตู ฯ
๓๑๓ ข้าก็เข้าไปดูอุทยาน หมู่พยาบาลสวนไท้
ให้สินจ้างชักชิด เงินทองปิดปากไว้ ใช้ใดได้ทุกประการ ข้าก็ไปดูทวารเวียงวัง ดูทั้งเรือนสองกษัตริย์
ที่ขัดข้าเห็นถ่อง ที่คล่องข้าเห็นถี่ ทุกที่ข้าเห็นถ้วน ม้วนทั้งมวลข้าใส่ใจ ห่อนให้ใครเห็นได้
ซ่อนเงื่อนงำแง่ไว้ เกียจกั้นเปนกล ฯ
ร่าย
๓๑๔ แล้วไต่หนทางเสร็จ เตร็จบ้านทางชื่อซร่อง
สองนาย
ท่องทางป่า ง่าเงยไปคล้ายคล้าย จรผ้ายไปถึงหั้น ดั้นทาง
ไปบหึง ถึงสมเด็จเจ้าตน
ไหว้ทูลกลกระแหน่ เห็นที่แง่
ที่มิด ทูลโดยกิจแล้วล้วน เขียนขีดขบวงถวายถ้วน
ถี่ถ้อย
ทุกประการ
ร่าย
๓๑๕ พระภูบาลตรัสตรอง
ไว้ช้างสองม้าสี่ ให้อยู่ที่นายด่าน
ท่านก็เลือกคนสามสิบทัศ อาจสามารถโดยเสด็จ
คนเจ็บสิบไว้เล่า อยู่ด้วยเหล่าช้างม้า เจ้าหล้ายั้งสำราญ หยุดท่าวารวันดี ฝ่ายสองศรีพี่เลี้ยง
ฟังราชโองการเกลี้ยง กล่าวถ้าทูลสนอง ท่านนา ฯ
โคลง ๔
๓๑๖
เมื่อนั้นสองราชไท้
ธิดา
สองอยู่คอยหนหา ท่านไท้
พี่นางรื่นโรยรา ช้าไป่
มาเลย
รักเร่งวานไปไหว้ ปู่เจ้าเราเตือน
ฯ
๓๑๗ ข้าไปเตือนปู่เจ้า จอมผา
แม่ฮา
ปู่ว่าพระลอมา ฝั่งน้ำ
กาหลงฝ่ายแดนรา ชาคร่ำ
ครวญนา
มาจะให้ไปซ้ำ ชักท้าวเสด็จพล้น
ฯ
พระลอตามไก่
ร่าย
๓๑๘
ปู่กระสัลถึงไก่ไพรพฤกษ์ ปู่ลำฦกไก่ไก่ก็มา บรู้กี่
คณากี่หมู่ ปู่เลือกไก่ตัวงาม
ทรงทรามไวยทรามแรง สร้อย
แสงแดงพพราย ขนเขียวลายยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลาย
หงส์สิบบาท ขอบตาชาดพพริ้ง สิงคลิ้งหงอนพรายพรรณ
ขันขานเสียงเอาใจ เดือยงอนในสีระรอง
สองเท้าเทียม
นพมาศ เพียงฉลุชาดทารงค์ ปู่ก็ใช้ผีลงแก่ไก่ ไก่แก้วไซร้
บมิกลัว
ขุกผกหัวองอาจ ผาดผันตีปีกป้อง ร้องเรื่อยเฉื่อย
ฉาดฉาน เสียงขันขานแจ้วแจ้ว
ปู่ก็สั่งแล้วทุกประการ
มินานผาดโผนผยอง ลงโดยคลอง บ หึง ครั้นถับถึงพระเลืองลอ
ยกคอขันขานร้อง ตีปีกป้องผายผัน ขันเอื้อยเจื้อยไจ้ไจ้
แล้วไซ้ปีกไซ้หาง
โฉมสำอางสำอาจ ท้าว ธ ผาดเห็นเปน
ตระการ ภูบาลบานหฤทัย งามพอใจพอตา มิทันทาธารทำรง
ทรงมกุฎภูษาสรรพ จับพิไชยอาวุธราชพล บันดล ธ ลุกไล่
หวังได้ไก่ตัวงาม ยกทัพตามจอมราช
ครั้นคลาดไก่อยู่ท่า
เห็น ธ ช้าไก่ขันเรียก ไก่กระเหลียกตาดู ครั้นภูธรจะทัน
ไก่
ค่อยผันค่อยผาย ระร่ายรายตีนเดิร ดำเนิรหงส์ยกย่าง ครั้น
เห็นห่างไก่หยุด
ครั้นจะสุดแดนป่า ครั้นจะผ่าแดนบ้าน ไก่ทำ
คร้านมารยา เห็นไก่ช้า ธ ก็สาว ไก่เหิรหาวหายเนตร
ภูเบศร์
ดูอับทิศ บพิตรคิดพระองค์ โอ้กูมาหลงแก่ไก่ ไก่ผีไขว่เอากู
ท้าว
ธ เหลียวดูพี่เลี้ยง สองพี่กล่าวคำเกลี้ยง ถี่ถ้วนทั้งมวล ฯ
ร่าย
๓๑๙ แต่นี้ควรระมัด ประหยัดอย่าลืมตน
บอกทุกคนทุกผู้
ให้รู้แล้วจึ่งไป คลาไคลถึงบ้านมิตร เขาสกิดกันบอก
ชาวบ้านนอกมาไหว้
อันเชิญไท้ ้ธ เข้าสู่ อยู่ ณ ที่ควรเสด็จ
เสร็จเขาถวายโภชนาหาร เชิญ ธ สำราญคืนหนึ่ง
ซึ่งไว้นั้นสิบคน ถึงตำบลบ้านหน้า ไว้คนห้าแลช้าง ฝ่ายข้างโดยเสด็จไท้
นับถ้วนได้สิบห้า
หน้าโน้นไว้สิบคน ถึงตำบลหนึ่งเล่า
แต่สวนเปล่า บ มีคน พฤกษาสนลำเลือน มีเรือนเปล่าสงัด
เขา
เชิญกษัตริย์อาไศรย บมิไกลสวนอ่อนไท้ เขาประนมมือไหว้
นั่งเฝ้าเรียงรัน
ฯ
ร่าย
๓๒๐ เขาถวายคำนัลคำนับ สำรับโภชนาหาร
น้ำอบธาร
สรงเสวย ฟูกผ้าเขนยสอาด ผ้าไหมลาดปูกรอง ถามสอง
นายทุกประการ เครื่องภูบาลแต่งเสร็จ
ส่วนสมเด็จนฤเบศร์
ท่านแปรเพศเปนพราหมณ์ ทรงนามเจ้าสรีเกศ ใคร่เห็น
ประเทศมาชม
มาแต่สยมภูวนาถ สองนายชาติคฤหัสถ์
ชื่อนายรัตน์นายราม ปรามกันทั่วทุกคน อย่าลืมตนลืมปาก
เพื่อเหตุฝากความรัก เขาชักเชิญสองนายและไพร่ ไปล่ไป
ยังเหย้าเรือน เลือนอาหารเล่าเข้า
เขาว่าเชญยชาวเจ้า
พี่น้องมาเอา ฯ
ร่าย
๓๒๑ เขาเลี้ยงดูทุกคน โดยดำบลทุกแห่ง
อยู่บัดแบ่ง
ยามเย็น ท้าว ธ ใคร่เห็นสวนน้องนาฎ พระบาทเสด็จ บ มิช้า
เขาก็นำเจ้าหล้า
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
โคลง
๒
๓๒๒ ข้ากระใดอยู่เฝ้า
บอกข่าวพระลอเจ้า
สู่สร้อยสวนขวัญ ฯ
๓๒๓ ชวนกันไปนั่งไหว้ เชิญบพิตรท่านไท้
พระพาสเหล้นอุทยาน ฯ
๓๒๔ ภูบาลบานหน้าไท้ ชมดอกไม้ต้นไม้
ลูกไม้พอใจ บารนี
ฯ
๓๒๕ เสด็จดูในแหล่งหล้า แย้มโอษฐ์ปราไสอ้า
ขอบน้ำใจสู บารนี
ฯ
๓๒๖ สวนใครหนอใคร่รู้ สวนสมเด็จท้าวชู้
ท่านแล้พระทอง
๓๒๗ จึ่งจำนองโคลงอ้าง ถวายแด่บพิตรเจ้าช้าง
ท่านผู้มีบุญ แลนา
ฯ
ชมสวน
โคลง ๔
๓๒๘ ข้าไหว้พระบาทผู้ อุดม
เชิญบพิตรเสด็จชม ช่อไม้
อุทยานสำราญรมย์ สองราช
แลพ่อ
สรรสนุกไม้ไหล้ แหล่งเหล้นสองศรี
ฯ
๓๒๙ พระชมการะเกดแก้ว หอมหา
ยากนา
หอมหื่นกลเกศา รวดเร้า
พระชมะุลิลา ลานสวาท
ชมทดอกไม้เกี้ยวเกล้า เพื่อนไท้แพงทอง
ฯ
๓๓๐ นางแย้มเหมือนแม่แย้ม
ยวนสมร
ใบโบกกลกวักกร เรียกไท้
ช้องนางคลี่สร่ายขจร โบกเรียก
พระฤๅ
เชิญราชชมไม้ไหล้
กิ่งก้มถวายกร ฯ
๓๓๑ นกหกจับแมกไม้ เรียงรัน
ร้องรี่รับขวัญขวัญ ท่านท้าว
กระสากระสรวลศัลย์ ถึงราช
จับมสังแซ่งน้าว คู่เคี้ยงเรียงรมย์
ฯ
๓๓๒ แขกเต้าเต้นเต้าแขก ขอรัก
เรียกพระผู้จอมจักร ปิ่นเกล้า
สัตวาส่งเสียงชัก เชิญราช
แลพ่อ
คล้าคู่คลึงคล้าเคล้า ค่อยเคล้าคลอสมร
ฯ
๓๓๓ เชิญไท้ธิราชท้าว ชมสระ
ชมดอกบัวบานระดะ คลี่คล้อย
ปูปลาเต่าจราจระ จรัลดาษ
เดียรนา
แมลงภู่คลึงเคล้าสร้อย เสียดสร้อยเสาวคนธ์
คะนึงนาง
โคลง ๒
๓๓๔ พระเสด็จจดลนั่งแล้ว
พระคำนึงน้องแก้ว
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
โคลง
๓
๓๓๕ สองนายเชิญ ธ
บรรทม ค่ำแล้วลมลาดไม้
โหยละห้อยท้าวไท้
ค่อยพร้องโคลงครวญ
ฯ
โคลง
๔
๓๓๖ สองอวลอรเพี้ยงชีพ ชีพิต
พี่เอย
เรียมจากบุรีฤทธิ์ รีบเต้า
บ เห็นพงาผิด ใจพี่
พระเอย
โอ้คำนึงน้องเหน้า คร่ำแค้นครวญสมร
ฯ
๓๓๗ ใฝ่ใคร่ดวงดอกสร้อย เสาวคนธ์
รสลำดวนหอมกล กลิ่นแก้ว
พระพายรำเพยดล แดคร่ำ
ครวญนา
เดือนส่องแล้วฟ้าแผ้ว ไป่ผ้ายสมศรี
ฯ
๓๓๘ มลุลีหอมหื่นฟุ้ง มลิวัน
ปรูประยงคุ์หอมหรรษ์ หื่นห้า
หอมกลกลิ่นจอมขวัญ ขวัญพี่
พระเอย
หอมห่อนเห็นหน้าหน้า ใคร่กลั้นใจตาย
ฯ
๓๓๙ หื่นหอมรสสร้อยเปล่า แดดาย
แลพิหคเหลือหลาย แหล่งไล้
นกเอยส่งสารถวาย ถึงนาฎ
พระนา
ให้พระนุชท้องไท้ แม่รู้ข่าวเรียม
ฯ
๓๔๐ สาลิกาวานส่งสร้อย สารกู
หนึ่งรา
แถลงแด่สองพธู พี่น้อง
ทรหนอยู่ทรหู หาอ่อน
อวลนา
เห็นแต่นกหกร้อง ร่ำร้องรนสมร
ฯ
๓๔๑ สัตวาวานช่วยร้อน เร็วไป
หนึ่งรา
บอกข่าวพระลอไกล กลิ่นชู้
เสด็จมาอยู่อาไศรย สวนราช
นี้นา
ให้จงสองท้าวรู้ ที่ร้อนแรมศรี
ฯ
๓๔๒ โนรีเร็วเร่งผ้าย ผันผยอง
หนึ่งรา
ไปสู่มนเทียรทอง อ่อนไท้
ทูลสารอันเชิญสอง กษัตริย์แม่
มานา
มาระเมียรไม้ไหล้ แหล่งเหล้นอภิรมย์
๓๔๓ ภูระโดกดุเหว่าร้อง เสียงใส
บารนี
เสียงเสนาะเอาใจ ใช่น้อย
สูรักเร่งเร็วไป ถึงอ่อน
อวลนา
เชิญแม่มาสวนสร้อย สว่างร้อนใจเรียม
ฯ
๓๔๔ นกหกบินร่อนร้อง ไปมา
อยู่นา
ซอนซอกจับพฤกษา เสียดเร้น
บ ทูลข่าวธิดา ถวายแด่
เรียมเอย
บ้างไต่ไม้บ้างเต้น รี่ร้องจอแจ
ฯ
ร่าย
๓๔๕ พระลอเลงแลนก ฟังวิหคเปนดาย
สองนายนวดพระ
บาท ถวายอภิวาทบังคม ทูลว่าอย่าปรารมภ์เดือดไหม้ พรุ่งจะ
สมน้องไท้
เพื่อนท้าวภิรมย์ ฯ
โคลง
๒
๓๔๖
เชิญ ธ บรรทมแท่นแก้ว จักจั่นเสียงแจ้วแจ้ว
กล่อมท้าวสว่างรมย์ ฯ
๓๔๗ ลมขจรคันธดอกไม้ ท้าว
ธ คิดกลิ่นไท้
ออกท้าวทั้งสอง ฯ
๓๔๘ เดือนระรองส่องหล้า พระจะเชยชมหน้า
หนุ่มหน้าบัวศรี ฯ
ร่าย
๓๔๙ พระลอมีหฤทัย รไมยาภิรมย์
ชื่นชมคำพี่เลี้ยง สอง
พี่กล่าวกลอนเกลี้ยง กล่อมท้าวนิทรา ฯ
เล่าความฝัน
ร่าย
๓๕๐ ข้าก็ซบหลับกับพระบาท พระลอราช
ธ ก็ฝัน ทั้งนาย
ขวัญนายแก้ว หลับแล้วฝันต่างต่าง พ่างพระบาทยุคล ตนท้าว ธ ก็ตื่นตระบัด
ดัดพี่เลี้ยงเจ้าหล้า บอกฝันพลัน บ ช้า ช่วยแก้
ความฝัน ฯ
โคลง ๔
๓๕๑ พี่ขวัญพี่แก้วพี่ ชวนกัน
ฟังรา
เขือกล่อมกูกูฝัน ดั่งนี้
ฝันทรงสังวาลย์วรรณ นุชนาฎ
นางงาม
สองอุรคะเกี้ยวกี้ ตื่นขึ้นขวัญหาย
ฯ
๓๕๒ น้องฝันเห็นกอดแก้ว กลอยใจ
ฝันว่าอ่อนเสด็จใน
แท่นแก้ว
มะเมอตื่นหลงใหล หาอ่อน
อวลนา
ฝันว่าน้องต้องแร้ว ราคหมั้นตรึงสมร
ฯ
๓๕๓ ฝันทรงภูษิตจ้า ใสสุทธิ์
พระเกศทัดธารบุษป์ กลิ่นฟุ้ง
ไปทิศอุไทยอุต ดมยิ่ง
นั้นนา
ฝันว่าอ่อนเล่นถุ้ง ทั่วท้องสระศรี
ฯ
๓๕๔ หัตถ์ขวาฝันเคล้นดอก
โกมล
กรกอดดอกจงกล ฝ่ายซ้าย
ตะเพียนหวั่นไหวชบ ชมช่อน
ไส้นา
ลิงโลดพรวนทองหว้าย หว่างสร้อยสระศรี
ฯ
ร่าย
๓๕๕ สองนายทายฝันไท้ ท้าวธจะได้ดั่งจินดา
พระราชาอย่า
เศร้า พรุ่งจักสมน้องเหน้า หน่อท้าวมีบุญ แลนา ฯ
โคลง ๔
๓๕๖
นายแก้วทูลกล่าวแก้ ความฝัน
ฝันราชชูชมจันทร์ แจ่มฟ้า
แขสองส่องแสงพรรณ ทั้งคู่
งามนา
พระจะสมน้องหน้า หนุ่มหน้าบัวสมร
ฯ
๓๕๗ นายขวัญฝันไท้ดุจ
ศศิธร
สาวเทพทูลบทจร กึ่งเกล้า
ฝันพระชื่นชมอร ลุลาภ
แลพ่อ
พระจะสมน้องเหน้า หน่อท้าวทันใจ
ฯ
ร่าย
๓๕๘ ในเมื่อข้าสองนาย ถวายซึ่งศุภนิมิต
บพิตรหย่อน
อารมณ์ ชมฝันสองพี่เลี้ยง ดุจดั่งสองเนื้อเกลี้ยง มากล่อมท้าว
สว่างรมย์
ฯ
ร่าย
๓๕๙ เอนดูอุดมดวงดอกไม้ สองเพื่อนไท้แพงกษัตริย์
เสด็จ
ในรัตนบรรทม ปรารมภ์ใจอ้างว้าง กรกอดอกไห้ช้าง เพื่อชู้
นานถึง ฯ
ร่าย
๓๖๐ คิดคำนึง
บ ลุ ทุเทาแก้มสร่ายเกศ สองเปนเทวษพิศวง
หลงหาราชจะไจ้ ไห้ บ รู้กี่คาบ อาบไนยนามพุธารา
โศกาดูร
พิลาป ค่อยกระซาบคำเกลี้ยง แก่พี่เลี้ยงทั้งสอง ความเผือปอง
คลาศแคล้ว
แม้ บ สมชู้แก้ว พรุ่งนี้เผือตาย ฯ
ร่าย
๓๖๑ สองนางถวายบังคม ประนมยุคลนางนาฎ
โลมสอง
ราชธิดา ว่าสองพงาพระพี่ ใช่ที่พ้้นกำหนด เชิญค่อยงดอยู่ถ้า
มิร้างนานจักช้า
ชู้ท้าวมาสม แม่แล ฯ
โคลง
๓
๓๖๒ สองอย่าปรารมภ์กระสัล
แม้มิวันพรุ่งเช้า
ลอราชจักเสด็จเต้า สู่สร้อยสวนขวัญ
ฯ
ร่าย
๓๖๓ ฉันใดพี่จึ่งรู้ ผู้ใดใครมากล่าว
ข่าวบพิตรเจ้าหล้า
เร็วพี่บอกอย่าช้า ท่านท้าวเสด็จมา แม่นฤๅ ฯ
นางพี่เลี้ยงรับรอง
ร่าย
๓๖๔ สองราประนมมือสนอง ว่าพระทองแม่
ณ เกล้า ธ ผู้
เถ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ให้รู้นิมิตสกุณ อันเปนคุณเปนโทษ ทีนี้โสด
เกษมศรี จักมีพลันบช้า ใจเผือข้าชื่นชม ดุจพระตนกลมเจ้า
ช้าง มาอิงอ่อนอ้อมข้าง
สองอยู่เกล้าแก่ตา พี่นี้ ฯ
ร่าย
๓๖๕ สองชายายินชอบ ขอบคำสองพี่นาง
ควรไว้กลาง
กระหม่อม สองพี่ย่อมมีคุณ แก่เขือปุนเปรียบฟ้า เผือพี่น้อง
นี้ถ้า
แต่ตั้งจะสนองคุณเขือ ฯ
โคลง
๔
๓๖๖ แต่น้อยสองพี่เลี้ยง
สองเผือ
คุณพี่ทั้งสองเหลือ ที่อ้าง
ทีนี้โสดสองเขือ ควรช่วย
เผือนา
ลุลาภสมเจ้าช้าง เลิศแท้คุณเขือ
ฯ
โคลง
๒
๓๖๗ กล่าวดีเจือใจแล้ว
สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
กล่าวเล้าโลมสอง อรนา
ฯ
กล่อมผทม
ร่าย
๓๖๘ พระทองอย่าปรารมภ์
เชิญ ธ บรรทมให้สำราญ
มินานแม่ ณ เกล้า ลอราชจักพลันเต้า แขกท้าวทั้งสอง ฯ
ร่าย
๓๖๙ อย่าหมองใจหนุ่มหน้า บรรทมถ้าพระลอ
เผือจะ ซอ
กล่อมแก้ว กล่าวแล้วสองนางนอน พี่เลี้ยงกรกอดบาท
ซอ
กล่อมนาฎแม่ ณ เกล้า นอนแม่นอนเทอญนะเจ้า พี่เอ้ยทั้งสอง
อ่อนนา ฯ
โคลง
๔
๓๗๐ แท่นทองถเถือกแก้ว
จรูญจรัส
แพรฟูกปักหมอนรัตน์
เพริศแพร้ว
ขนนเขนยพิดานดัด ดาวดาษ
เฉลานา
มุ้งม่านผจงกั้งแก้ว แก่นไท้ทั้งสอง
ฯ
๓๗๑ เชิยสองพระพี่น้อง บรรทม
ขวัญอ่อนอย่าปรารมภ์ ร่ำร้อน
พระลอจะพลันสม สองราช
แลแม่
สองแม่อย่าไข้ข้อน อยู่ถ้าเชยชม
ฯ
๓๗๒ ลมพัดเชิญท่านท้าว เสด็จมา
หนึ่งรา
ลมแล่นเวหาหา ท่านไท้
พฤกษเทพบดีอา รักษ์เร่ง
พระรา
ดาวดาษเดือนต่างไต้ ส่องท้าวเสด็จดล
ฯ
๓๗๓ สองฟังสองพี่เลี้ยง สองซอ
ซอว่าพระเลืองลอ จักเต้า
ไพเราะแก่หูพอ ใจนาฎ
แลนา
เสียงเสนาะสองเจ้า พี่น้องนิทรา
ฯ
โคลง
๒
๓๗๔ สองธิดาหลับแล้ว
สองพระพี่เลี้ยงแก้ว
ซอกล่อมท้าวกลอยหลับ เล่านา
ฯ
ทำนายฝัน
ร่าย
๓๗๕
ดับนั้นสี่นางฝัน เห็นอัศจรรย์นิมิต ติดใจจำชมชื่น
ตื่นตระบัดอ่อนไท้ พระเพื่อนคิดจำได้
กล่าวแก้ความฝัน ฯ
โคลง
๔
๓๗๖ ฝันว่าได้ดอกฟ้า
มามือ
หอมยิ่งหอมงามฤๅ เปรียบได้
มาลาดิลกคือ เฉลิมโลก
ไส้แฮ
เป็นปิ่นทิพยทัดไว้
กึ่งเกล้า สองเผือ
โคลง
๒
๓๗๗ ยินดีเหลือที่อ้าง
แพงนุชนอนแนบข้าง
ค่อยแก้ความฝัน ฯ
โคลง
๔
๓๗๘ ฝันว่าสุริเยศท้าว
เสด็จมา
เปนปิ่นปักเกศา กึ่งเกล้า
พระจันทรส่องพักตรา ต่างแว่น
ทองนา
ดาวดาษทายทัดเกล้า ดุจสร้อยแซมผม
ฯ
ร่าย
๓๗๙ สองพี่ชมฝันไท้ ท้าว ธ
จะได้ดั่งใจจง ความจำนงลุลาภ
อาบสหัสธารา เปนนางพระยานางเมือง แก่พระลอเลืองดิลกโลก
เรืองยศโยคเชยชม พระตนกลมเจ้าช้าง ลอราชมาอ้อมข้าง
สองอ่อนท้าวสมสมร แม่นา
ฯ
โคลง
๒
๓๘๐ จงลุโดยพรพี่เลี้ยง
ฟังทั้งสองพี่เพี้ยง
พี่ให้เสวยสวรรค์
พี่เอย ฯ
ร่าย
๓๘๑ นางโรยหรรษ์ชมชื่น นางรื่นยกยอกร
ไหว้บทอรสอง
หน่อไท้ สองพี่เลี้ยงสองไหว้ สองแม่แล้ทูลแถลง ฯ
โคลง ๔
๓๘๒ พี่เลี้ยงพี่รื่นแก้ ฝันถวาย
ฝันอ่อนเอาดาวราย รอบเกล้า
ฝันงูกระหวัดสาย สมรแกล่
กลืนนา
ลอราชจักพลันเต้า แขกท้าวทั้งสอง
ฯ
๓๘๓ นางโรยสนองนาฎข้า กลอยฝัน
ฝันอ่อนเสวยไอศวรรย์ ฟากฟ้า
สองเสวยอมฤตปัญ จรสร่วม
กันนา
ลอบพิตรเจ้าหล้า พรุ่งนี้มาถึง
แม่แล ฯ
ร่าย
๓๘๔ ฝันพึงใจแก้แล้ว ราตรีแผ้วพระฮาม
ยามอรุณอร่าม
เรื่อฟ้า พระพี่พระน้องถ้า รุ่งเพี้ยงพันปี ฯ
ร่าย
๓๘๕
เสียงปักษีดุเหว่า เขากทาเหล่าภูรโดก โคกม้าม่าย
เมียงกัน สุโนกขันแจ้วแจ้ว ไก่แก้วขันไจ้ไจ้
ครั้นรุ่งรางจักได้
ไปเยียนราชด้าวสวนขวัญ ฯ
ร่าย
๓๘๖ พระจันทรส่องแสงเสร็จ
พระสุริยเสด็จอุไทย นกตระไน
นกลาง เฉวียนฉวางจับจอมไม้ แสดงข่าวไท้เสด็จคลา ฟังเสียง
กากระภอก บอกข่าวท้าวเสด็จดล ตนพี่เลี้ยงสองนาง ชมลางดี
จะไจ้ ไหว้สองกษัตริย์บพิตร
ทูลว่าได้นิมิตสกุณี ประจักษ์ดี
แก่ตาข้า รอบจะพบเจ้าหล้า ธิราชแล้ ณ หัว พี่เอย
ฯ
โคลง
๒
๓๘๗ สองชัวชมชื่นแท้
สองพี่เร็วเชิญแล้
อย่าช้าเร่งไป หนึ่งรา
ฯ
นางพี่เลี้ยงไปดูลาดเลาที่สวนหลวง
ร่าย
๓๘๘ ข้ากระไดกระแหน่
แต่งแง่แผ่ตนท่า สองพระธิดา
จอมราช ขึ้นช้างคลาดไคลคลา ส่วนพระราชาครั้นเช้า
สั่งผู้
เฝ้าสวนศรี แม้มีผู้มาถามหาว่าใคร มาอาไศรยสูจงบอก ชาย
ชาวนอกสองคน
พราหมณ์ตนหนึ่งเปนสาม ตามกันมาคะคลอน
มาขอนอนยังรุ่ง มุ่งเมิลสวนไม้ไหล้ ถอนใจใหญ่โหยหา
ครั้น
เช้าลาคลาไคล พึ่งออกไปเมื่อกี้ ครั้นสั่งแล้วดั่งนี้ ท่านท้าว
เสด็จไป
ฯ
ร่าย
๓๘๙ สองนายระไวระวัง
เหลียวหลังเห็นสองนาง ไต่ทาง
ตามกันมา ปลงคชาสู่อุทยาน มินานถามผู้เฝ้า มีผู้เข้ามาฤๅ
เขาบอกไปคือ ธ สั่ง สองนางชั่งใจดู สูเห็นสูมากล่าว เถ้าฤๅ
บ่าวปูนใด โฉมปานใครสูว่า
เขาว่าอย่าเทียมเทียบ ฉิว่าเทพ
สิเปรียบไป่ปาน หนุ่มสคราญงามนัก น่าใคร่รักแห่งพราหมณ์
ผู้มาตามทั้งสอง โอ้อย่าปองบมิปูน สองฟังฉูนใจเคียด หึน่า
เกลียดใจรา มาแต่งแง่ให้ช้า
ผิว่าแว่นเร็วอ้า บร้างได้กินใจ
หนึ่งเลย ฯ