โคลง ๔
๑๒๒
ออกท้าวฟังลูกไท้ ทูลสาร
ถนัดดังใจจักลาญ สวาทไหม้
น้ำ้ำตาท่านคือธาร แถวถั่ง
ลงนา
ไห้บรู้กี่ไห้ สรอื้นอาดูร
ฯ
๑๒๓ ตีอกโอ้ลูกแก้ว กลอยใจ
แม่เอย
เจ้าแม่มาเปนใด
ดั่งนี้
สมบัติแต่มีใน ภพแผ่น
เรานา
อเนกบรู้กี้ โกฏิไว้จักยา
พ่อนา ฯ
๑๒๔ นายแก้วจักอยู่เร้ง ไปหา
เร็วเร่งพระโหรมา อย่าช้า
หาหมู่หมื่นแพทยา หมอภูต
มานา
หาแม่มดถ้วนหน้า
หมู่แก้กฤติยา ฯ
๑๒๕ นายขวัญหาจุ่งถ้วน ทั้งหลาย
ทุกหมื่นขุนมุลนาย ช่วยไล้
เถมิลไพร เร่งขวนขวาย ยาป่า
มานา
ยาเทศทั้งปวงไว้ ฝ่ายข้างชาวคลัง
ฯ
๑๒๖ คลังกูคลังลูกแก้ว กูนา
จักจ่อมจ่ายเยียวยา หน่อเหน้า
สิ้นทั้งแผ่นดินรา แม่ลูก
ก็ดี
สิ้นแต่สินจงเจ้า แม่ได้แรงคืน
ฯ
๑๒๗ ขวนขวายถึงขนาดพร้อม เพรียงกัน
หมอว่าใดทำสรรพ์ สิ่งนั้น
บนานพระลอพลัน
สรว่าง เสบยนา
ถ้อยหมู่หมอมาหั้น
ท่านให้เหลือเฟือ
ฯ
๑๒๘ ออกท้าวธิราชได้ แรงรมย์
นางพระยาพระสนม ชื่นหน้า
มนตรีไพร่เมืองชม สดชื่น
เสบยนา
ลอบพิตรเจ้าหล้า สว่างคลุ้มหายมัว
ฯ
หมอแก้ได้
โคลง ๒
๑๒๙ สองบัวบุษป์อยู่ถ้า
ฟังข่าวพระลอช้า
อกร้อนคือไฟ ฯ
๑๓๐ ให้ไปเตือนปู่เจ้า
ปู่ว่ามีหมอเถ้า
แก่แก้คุณเรามากนา ฯ
ร่าย
๑๓๑
ปู่ก็เอาธงสามชาย รายยัันต์มากกว่าเก่า เขียนพระลอ เจ้าอยู่กลาง เขียนสองนางแนบสองข้าง
กอดเจ้าช้างรัดรึง ชักทึงท้าวชวนเต้า แล้วปู่เป่าตะเคียนใหญ่ เก้าอ้อมใช่สามาญ ปลายไม้กรานก้มลง
ปู่เอาธงปักผลักขึ้น ต้นไม้ฟื้นฟฟั่น ใบไม้สั่นฟฟัด ลัดลุกขึ้นยืนตรง ลมลิ่วธงททัด
พัดถูกธงทท้าว ลมสร้าวเสียวเฉียวฉิว ปลิวกระพือยาหยูก ถูกพระองค์ท่านไท้ ถนัดดังสองนางไล้
ลูบให้แลเห็น องค์นา ฯ
พระลอฟั่นเฟือนยิ่งขึ้น
ร่าย
๑๓๒ ท้าวธเปนหนักเล่ากว่าก่อน
ดังเห็นสองอ่อนแก่ตา มาชักไท้ธสู่หย้าว มาเชิญท้าว ธ สู่เรือน ใจท้าว ธ เฟือนฟฟั่น
สั่นพระองทท้าว น้าวพระองค์ยยัน ผันพระพักตร์บพิตร ไปยัง ทิศตวันออก เขาจึงบอกนาฎบุญเหลือ
ธ รีบเมือยังลูกไท้ ไห้มาพลางรันทด สลดฤทัยพระองค์ ทรุดนั่งลงแลพระพักตร์ พระลอลักษณดิลก
ทาบตีอกร้องไห้ มือทุ่มทรวงไล้ไล้ ลูกแก้วกับตน แม่เอย ฯ
โคลง ๔
๑๓๓
เจ้าไข้้ทุกข์แม่เพี้ยง ภูเขา
ลูกเฮย เจ้าเคลื่อนทุกข์บางเบา สว่างร้อน
มาเห็นพ่อเงียบเหงา หนักกว่า
ก่อนนา
ทุกข์เร่งซ้อนเหลือซ้อน ยิ่งฟ้าทับแด
ฯ
๑๓๔ หญิงชายเหลือแหล่งหล้า ฤๅยล ยากนา
เห็นแต่เราสองคน คู่ม้วย
ฉันใดพ่อกับตน เปนดั่ง
นี้นา
แม้พ่อตายตายด้วย พ่อแล้จอมใจ
แม่เอย ฯ
๑๓๕ นายขวัญนายแก้วเร่ง ขวนขวาย
หนึ่งรา
หาหมู่หมอทั้งหลาย ทั่วหน้า
มาเร็วเร่งยาสาย สมรแม่
เร็วรา
เดิรด่วนอย่าได้ช้า ช่วยด้วยหัวใจ
ฯ
๑๓๖ หาสิ้นสบส่ำถ้วน มดหมอ
ทั้งแผ่นดินฤๅหลอ
อยู่ได้
มาแก้พระเลืองลอ ฤๅเคลื่อน
คลายเลย
พระแม่ไท้เห็นไท้ ลูกท้าวพิศวง
ฯ
๑๓๗ ท่านไท้ชุมถ้วนมิ่ง มนตรี
ท่านนา
เผยม่านผายเสาวนีย์ี ท่านพร้อง
สมเด็จปิ่นภูมี ศวรราช
เรานา
ยา บหายไข้ข้อง สวาทแค้นคาใจ
ฯ
๑๓๘ ตรวจไตรหาหน้าหมู่ มดหมอ
ดีจะยังเหลือหลอ อยู่บ้าง
สิ่งใดจะพึงพอ คิดเร่ง
คิดนา
ใดชอบทำอย่าร้าง เร่งเทิ้ญเร็วทำ
ฯ
หมอชัยสิทธิแก้ได้
ร่าย
๑๓๙ มนตรีจำพระกฤษฎีกา
ตรวจหาหมอทุกผู้ จึงรู้ว่าหมอ สิทธิไชย นั้นออกไปอยู่ป่า รู้มลักกว่าทั้งหลาย คุรพันลาย
พันลึก ตรึกไตรศาสตราคม บันสมสิทธิสามรรค ชำงัดโดย คุณโดยฤทธิ์ ธประกาศิตเสร็จสรรพ
เขาเร่งรับปู่เข้ามา ปู่ตั้ง ลากูณฑ์พิธี พลีเทพผู้มีฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิมนตราคม บันสมทํ
โดยศาสตร์ ให้พระลอราชหายหลง ให้ท้าวธสรงอุทกมนต เจ้าสากลสว่างเสบย เสวยโอสถประสิทธิ์
อันมีฤทธิ์พิเศษ สระพระเกศพระสกนธ์ ตั้งมณฑลสามชั้น บั้นในไว้อารักษ์ กลางไว้ยักษ์บริบาล
ทวารนอกไว้ปิศาจ อากาศไว้ภูตคณา อยู่รักษาทุกแห่ง แล้วแต่งการเอิกเกริก เบิกสมโภชพิธีิ
เป็นบายศรีทำขวัญราช พระบาทให้รางวัล สรรพ์อุปโภคพิพิธ แก่หมอสิธิชัย หมอถัดไปโดยลำดับ
ให้สำรับเสื้อผ้า ให้แก่หมอถ้วนหน้า ผู้อยู่เฝ้ารักษา ท่านนา
โคลง ๔
๑๔๐
เอ็นดูสองราชไท้ ธิดาท่านนา
ท่าบ่เห็นโหยหา อกไหม้
พระลอราชจักมา ฤาไป่ีมาเลย
สองราชละห้อยไห้ แต่ถ้าภูบาล
๑๔๑ จึ่งใช้สองพี่เลี้ยง ไปพลัน
ถามปู่เป็นฉันใด ดั่งนี้
ข้าไปบังคมคัล พระปู่
แลนา
พระปู่เฮยยังกี้ เมื่อท้าวจักมา
๑๔๒ ปู่เล็งเห็นทั่วแล้ว ทุกอันนาแม่
บอกข่าวเขาแก้กัน แต่งเฝ้า
มดหมอจักเทียมทัน เขายากนักนา
ไว้ปู่จักกลอยเถ้า ต่อด้วยเข้าเอง
โคลง ๒
๑๔๓ เขืออย่าเกรงเกลืือกข้า
สองจักพลันเห็นหน้า พระบาทท้าวจักถึง แม่แล
ร่าย
๑๔๔ ปู่รำพึงถึงเทพดา หากันมาแต่ป่า
มาแต่ท่าแต่น้ำ มาแต่ถ้าคูหา ทุกทิศมานั่งเฝ้า พระปู่เจ้าทุกตำบล ตนบริพารทุกหมู่
ตรวจตราอยู่ทุกแห่ง ปู่แต่งพระพนัสบดี ศรีพรหมรักษ์ยักษกุมาร บริพารภูตปีศาจ ดาเดียรดาษมหิมา
นายกคนแลคน ตนเทพผู้ห้าวท้าวผู้หาญ เรืองฤทธิ์ชาญเหลือหลาย ตั้งเป็นนายเป็นมุล ตัวขุนให้ขี่ช้าง
บ้างขี่เสือขี่สีห์ บ้างขี่หมีขี่หมู บ้างขี่หมูขี่เงือก ขี่ม้าเผือกผันผาย บ้างขี่ความขี่แรด
แผดร้องก้องน่ากลัว ภูตแปรตัวหลายหลาก แปรเป็นกากภาษา เป็นหัวกาหัวแร้ง แสร้งเป็นหัวเสือหัวช้าง
เป็นหัวกวางหัวฉมัน ตัวต่างกันพันลึก ละคึกกุมอาวุธ เครื่องจะยุทธ์ยงยิ่ง เต้นโลดวิ่งระเบง
คุกเครงเสียงคะครื้น ฟื้นไม้ไหล้หินผา ดาดดากันผาดเผ้ง ระเร้งร้องก้องกู่เกรียง เสียงสะเทือนธรณี
เทียบพลผีเสร็จสรรพ ปู่ก็บังคับทุกประการ จึ่งบอกสารอันจะใช้ ให้ทั้งยามนตร์ดล บอกทั้งกลอันจะทำ
ให้ยายำเขาเผือด มนตราเหือดหายศักดิ์ ให้อารักษ์เขาหนี ผีเขาแพ้แล้วไซร้ กูจึ่งจะใช้สลาเหิร
เดิรเวหาไปสู่ เชิญพระภูธรท้าว ชักมาสู่สองหย้าว อย่าคล้าคำกู สั่งนี้ ฯ
ผีป่ายกทัพไปเมืองสรวง
โคลง ๔
๑๔๕ น่าดูพล
ปู่เจ้า จอมผา
อึงอึดอัมพรคลา คลาดเต้า
ผีผาภูตคณา นับโกฏิ เกรียงแฮ
ไคลคลี่พลคลาเต้า
ด่วนได้โดยโพยม ฯ
๑๔๖ พิศเพี้ยนผีพวกพ้อง เพียงพล
มารแฮ
เต็มป่าพฤกษ์ไพรสณฑ์ แหลกหลู้
บนานก็มาดล แดนราช
ผีฝ่ายแดนขุกรู้ เร่งเร้งเรียกกัน
ร่าย
๑๔๗ มากลากลาดกันแดน ผีแขกแค้นเข่นขุก
ผีแดนรุกรบพุ่ง แล่นไล่ยุ่งโลดเต้น บ้างหลบบ้างหลีกเร้น บได้ตอบตี ฯ
โคลง ๔
๑๔๘
ผียยุ่งรบกับด้วย ผีแขวง
แดนนา
ผีทุ่มผีไล่แทง ผาดผ้าย
ผันแผงแผดรบแรง ร้องเร่ง
พลนา
ผีแขกรุกราญร้าย รบเร้ารอนผลาญ
ฯ
ร่าย
๑๔๙ ผียยุ่งรบกัน ครรชิตฤทธิราวี
ผีทุ่มผีไล่แทง รบแรง ผันเผ็งแผด ผีเจ้าแจดจ้ายจ้าย ร้องเร่งพลคล่ำคล้าย ผาดผ้าย
รุกราญ
ผีป่าชนะเสื้อเมือง
ร่าย
๑๕๐
ผีบันดาลไฟคคลุ้ม ให้ควันกลุ้มเวหา ด้วยแรงยาแรง มนต์ ผีแดนทนทานยาก จึ่งฝากข่าวแก่ลม
กึกก้องอมพรมี่ ลัดพลัดปรี่ปรึงมา บอกแก่เทพดาเสื้อเมือง ฟ้าหล้าเหลือง อุบาทว์ อากาศคลุ้มเปนควัน
ฟ้าเครงครรชิตผ่า ใจเมืองบ้า ดังจะผก หัวอกเมืองดังจะพัง เทพดาฟังฟฟั่น ตกใจสั่นระรัว
กลัวฤทธิ์พระปู่ ผู้มีเดชเกรียงไกร หมอสิทธิไชยเล็งเห็น ทีนี้ เข็ญเกิดใหญ่ ปู่หมอใคร่ใจดู
ครูกูชี้ให้เห็น อันเปนนั้นปรต ยักษ์ ด้วยสิทธิศักดิ์ผีสาง จึ่งทูลแด่ออกนางนาฎชนนี
ฟังคดี อัศจรรย์ ว่าจะกันกันบได้ ให้มาเห็นเข็ญปลาด ทุกประ การนาฎพิลาป สองมิอทาบตีอกไห้
ใครจักช่วยเจ้าได้ ลูก แก้วกับตน แม่เฮย จอมใจแม่ฮา ฯ
โคลง ๔
๑๕๑
ปู่หมอใดดั่งนี้ อกกู
เชิญปู่เล็งแลดู ก่อนไส้
ปู่เอยเอนดูตู เชิญช่วย
ตูรา
ปู่ช่วยลุจักให้ กึ่งแล้เมืองหลวง
๑๕๒ ปู่ดูปู่ว่าพ้น แรงนัก
แม่ฮา
เทพดาสิทธิศักดิ์ ท่านใช้
ผีสางสุรารักษ์ เราพ่าย
หนีนา
ยาท่านเติมมาให้ เสื่อมข้างยาเรา
ฯ
๑๕๓ ที่สู้ดูที่สิ้น
จักกัน แลนา
ทุกเทพผีสางสรรพ์ พ่ายแพ้
ยังยาหยูกทุกอัน เราเสื่อม
ไปนา
มนต์แลยาจักแก้ ท่านได้ฉันใด
ฯ
๑๕๔ ปรานีออกท้าวราช มารดา
ท่านนา
ฟังเร่งแสนโศกา หมื่นไหม้
น้ำตาบ่เสบยตา แถวถั่ง
ลงนา
ไห้บ่รู้กี่ไห้ แหบแห้งหัวใจ
ฯ
พระลอปั่นป่วน
ร่าย +
๑๕๕
ผีภายในแล่นออก แลนา ผีภายนอกแล่นเข้า แลนา เทพดาปู่เจ้าสั่ง แลนา มาทำดั่งปู่สอน
แลนา ให้ย่อหย่อน ทุกสิ่ง แลนา จึ่งให้สารไปกล่าว แลนา จึ่งให้ข่าวไปถึง แลนา สมึงพรายผู้เถ้า
แลนา ปู่เจ้าฟังแล้วไส้ แลนา ปู่จึ่งใช้สลาเหิร แลนา เดิรเวหาไปสู่ แลนา ตกลงอยู่รคน
แลนา ปนหมากเสวยท่านไท้ แลนา ครั้นท่านได้หยิบเสวย แลนา บนานเลยลอราช แลนา ใจจะขาดรอนรอน
แลนา ถึงสาย สมรพี่น้อง คิดบลุเลยข้อง ขุ่นแค้นอาดูร ฯ
โคลง ๔
๑๕๖
ท้าวทูลธิราชไท้ ชนนี
ไหว้บาทบงกชศรี ใส่เกล้า
ข้าพระอยู่มามี ใจเหนื่อย
พระเอย
จักใคร่ลาพระเจ้า เที่ยวเหล้นพนาสนฑ์
ฯ
๑๕๗ ออกท้าวฟังลูกไท้ ทูลลา
ท่านนา
เจ้าแม่เปนใดนา ดั่งนี้
มดหมออยู่รักษา สงวนราช
นะพ่อ
สุดกำลังเขาชี้ ยากแท้ทุกอัน
ฯ
๑๕๘ ผีสางเขาส่งซ้ำ เติมมา
มากนา
มนตรมายายา หยูกซ้ำ
วันใดราชลีลา ยกย่าง
ไปนา
อกแม่ผอมไข้ขว้ำ หล่มหล้มพระองค์
ฯ
๑๕๙ พระลอลาบ่ได้ ทนทุกข์
อยู่นา
บัดนั่งบัดนอนลุก ละห้อย
ไอศวรรย์บ่เปนสุข เสวยโศก
ไส้นา
โหยคนึงเสน่ห์สร้อย บ่ได้สร่างเสบย
ฯ
๑๖๐ นางเมืองนั่งแนบเฝ้า จอมกษัตริย์
ถนอมบาทบงกชรัตน์ ใส่เกล้า
พระสนมรำเพยพัด ไกวแกว่ง
วีนา
พระราชชนนีเล้า ลูบไล้โลมขวัญ
ฯ
๑๖๑ พระลอบสร่างเศร้า ศรีหมอง
อยู่นา
หลับมเมอหาสอง หนุ่มหน้า
เคลิ้มไคล้หวาดใจปอง หองไป่
ลุเลย
คิดคนึงโอ้อ้า ใคร่กลั้นใจตาย
ฯ
๑๖๒ ตื่นขึ้นวอนว่าข้า จักไป
ประพาสชมไพรพลาง ไล่ช้าง
ชมพนมพนาไลย พลางไล่
มฤคนา
ชมป่าดงพงกว้าง เถื่อนถ้ำสระศรี
ฯ
๑๖๓ ออกท้าวฟังลูกไท้ ปรารมภ์
อยู่นา
ปากว่าจะไปชม ช่อไม้
ครั้นไปจะไปสม สองนาฎ
แลนา
ใส่เล่ห์วอนไจ้ไจ้ จักห้ามฉ้นใด
ฯ
๑๖๔ หาโหรหาถ้วนมิ่ง มนตรี
หาปู่สิทธิไชยลี ลาศเต้า
แถลงคำแก่นกษัตรีย์ ทุกสิ่ง
แลนา
โหรว่าจักห้ามเจ้า แผ่นหล้าฤๅฟัง
ฯ
๑๖๕ สิทธิไชยทูลแด่เจ้า จอมกษัตริย์
แม้นเทพมาทัดทัด
บ่ได้
มนตรีว่าเห็นขัด ทุกสิ่ง
แลนา
จักส่งสารถึงไท้ สืบสร้องกลความ
ฯ
มนตรีแนะนำ
โคลง ๓
๑๖๖ ธขอบคำความมนตรี
กลกล่าวดีชอบแท้
แก้อื่นบได้แก้ ดั่งนี้เห็นควร
ฯ
โคลง
๒
๑๖๗
จึ่งเสด็จยวรยาตรเต้า กล่าวแก่พระลอเจ้า
พ่อเฮ้ยปรานี แม่รา
ฯ
ร่าย
๑๖๘ แม่ฟังคำพ่อว่า ใคร่เล่นป่าชมเขา
แม่เดาใช่คำจรึง พ่อคำนึงอื่นไส้ พระบอกจงจริงให้ แม่รู้เต็มใจ หนึ่งรา ฯ
โคลง ๒
๑๖๙ ข้ารำพึงอื่นแท้ จะบอกความจริงแล้
พระห้ามขัดใจ ลูกนา
ฯ
๑๗๐ สิ่งใดพอใจแก้ว ยังห่อนฤๅให้แคล้ว
ขัดข้องใจขุน แม่นา
ฯ
๑๗๑ เปนตามความชอบแล้ว จ้กแต่งตามใจแก้ว
ก่ำพร้าฤๅขืน อื่นเลย
ฯ
พระลอขอไปหาเอง
โคลง ๒
๑๗๒ พระเอยหัวใจข้า
คิดใคร่ไปเห็นหน้า
เพื่อนไท้แพงทอง ฯ
๑๗๓ ความปองลูกบ่ได้ บ
ร้างเห็นหน้าไท้
ธิราชแล้นะหัว ลูกเอย
ฯ
๑๗๔ ลาบัวบาทเจ้าหล้า ไปสู่สองแล้วข้า
จึ่งผ้ายคืนมา ฯ
โคลง
๔
๑๗๕ เจ้าไปแล้วเจ้าจัก
คืนเมือ
ลูกเอย
เนื้อสู่เสือฤๅเสือ จักไว้
ฟังคำพ่อคิดเหลือ เหลือที่
คิดนา
คิดบ่ได้ล้วนได้ แต่ร้อนฤๅเสบย
ฯ
๑๗๖ โดย ธ คิดชอบถ้อย คลองความ
จักแต่งไปสู่ถาม พี่น้อง
จักรับพงางาม สองสู่
พระนา
ได้ง่ายฤๅขัดข้อง เท่าเส้นยองใย
ฯ
๑๗๗ ดำริห์โดยราชนี้ เยียวนาน
เยียวพ่อสองเยาวมาลย์ ห่อนให้
ทางไกลเที่ยวทูลสาร ยลยาก
พระเอย
ข้าพระไปเองได้ ง่ายแท้ทุกอัน
ฯ
๑๗๘ พ่อไปแล้วนะเจ้า คืนมา
รอดฤๅ
บ รอดเลยราชา อย่าผ้าย
ยาอีกสิ่งมนตรา คมยิ่ง
ยานา
ผีก็ร้ายคนร้าย รอดได้กลใด
ฯ
๑๗๙ เมืองเราอุบาทว์ร้าย แรงนัก
ลูกเอย
เขาส่งผีสางศักดิ์ ข่มแล้ว
ฤๅบาปิ่นไตรจักร จักรอด
ฤๅพ่อ
หล้มแผ่นดินหล้มแก้ว แม่หล้มไอศวรรย์
ฯ
๑๘๐ รอยท้าวทูลบาทเบื้อง บุญขจร
พระปู่เขาเรารอน ขาดเกล้า
เขาคุมเคียดจักหลอน ทำโทษ
แทนนา
ฤๅพ่อจักไปเข้า สู่เงื้อมมือเข็ญ
ฯ
รำพันความทุกข์ยาก
โคลง ๒
๑๘๑ ถึงกรรมจักอยู่ได้
ฉันใด
พระเอย
กรรมบ่มีมีใคร ฆ่าข้า
กุศลส่งสนองไป ถึงที่
สุขนา
บาปส่งจำตกช้า ช่วยได้ฉันใด
ฯ
๑๘๒ ผิไปแล้วและ ถึงกรรม์
ก็ดี
ตกนรกแสนศัลย์ หมื่นไหม้
เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์ เพราะอยู่
ก็ดี
บ อยู่เลยลาไท้ ธิราชแล้วจักไป
ฯ
๑๘๓ ทาบตีอกไห้พ่าง เมือมรณ์
คำแม่สอนสุดสอน บ่ได้
รอยกรรมราชจักหลอน จักล่อ
พระฤๅ
รู้เท่ารู้เว้นไว้ กลัดกลุ้มมัวมน
ฯ
๑๘๔ จำศีลบท่อยถ้วน เจ็ดวัน
ลูกเอย
คลังคลี่ทานผลปัน เท่าฟ้า
ขอมีลูกใจธรรม์ ชายชอบ
ใจนา
แม่จึ่งได้เจ้าหล้า แม่แล้สุดใจ
แม่เอย ฯ
๑๘๕ สิบเดือนอุ้มท้องพระ ลอลักษณ์
สงวนบ่ลืมตนสัก หนึ่งน้อย
ตราบพระปิ่นไตรจักร
เสด็จคลอด มานา
ถนอมอาบอุ้มค้อยคอ้ย ลูบเลี้ยงรักษา
ฯ
๑๘๖ แลวันสามคาบป้อน เปนนิตย์
บมิให้ใครทำผิด แผกเจ้า
แสนสงวนคู่ชีวิต ฤๅใคร่
กลายเลย
เทียรผดุงคุ้งเท้า ตราบรู้เสวยเอง
ฯ
๑๘๗ บรรจงกับเข้าแต่ง ของเสวย
บ มิได้เลินเล่อเฉย หนึ่งน้อย
สรรพเครื่องพระลูกเฮย ไตรตรวจ
แต่งนา
บ วางใจกึ่งก้อย แก่ผู้ใดทำ
ฯ
๑๘๘ แต่น้อยแม่พร่ำเลี้ยง รักษา
พ่อนา
จนเจริญชนมา ตราบได้
สมบัติผ่านภูวดา ถวัลยราช
ฤๅพ่อจำจากให้ แม่นี้ตรอมตาย
ฯ
๑๘๙ คงชีพหวัดได้พึ่ง ภูมี
พ่อแล
ม้วยชีพหวังฝากผี พ่อได้
ดังฤๅพ่อจักลี ลาจาก
อกนา
ผีแม่ตายจักได้ ฝากให้ใครเผา
ฯ
๑๙๐ สุดใจสุดแม่ห้าม ภูธร
สอนบ่ฟังแม่สอน จักเต้า
หนักใจหนักอาวรณ์ ทุกข์ใหญ่
หลวงนา
แม่อยู่ตั้งแต่เศร้า โศกร้อนฤๅเสบย
ฯ
๑๙๑ ลูกเอยจากแม้โอ้ กรรมใด
นาพ่อ
ตั้งแต่คิดเด็จไป สู่สร้อย
แม่เดียวอยู่อาไลย ทนเทวษ
แลนา
มาแม่จะชมน้อย หนึ่งให้คลายใจ
ฯ
จุมพิตสั่ง
โคลง ๒
๑๙๒ ชมปรางชมผากเผ้า
ริมไร เกศนา
เชยปากตาตรูไตร
เพริศพริ้ง
ชมพักตรดั่งแขไข ขวัญเนตร
บพิตรพ่องามสิงคลิ้ง จูมแก้มเชยกรรณ
ฯ
๑๙๓ จูบนาสิกแก้วแม่ หอมใด
ดุจนา
จูบเคียงคางคอใจ จักขว้ำ
จูบเนื้อจูบนมใส เสาวภาคย์
พระเอย
จูบไหล่หลังอกซ้ำ จูบข้างเชยแขน
ฯ
๑๙๔ จักเชยพระลูกถ้วน สรรพางค์
พระลูกประนมกรพลาง จึ่งพร้อง
พระควรจูบแต่กลาง กระหม่อม
ไส้นา
แก้มเกศพระเจ้าต้อง สั่งข้าพระควร
ฯ
๑๙๕ ลูกรักแก้วแม่เอ้ย ปรานี
แม่รา
พระบาทบงกชศรี ใส่เกล้า
ฤๅบาปิ่นภูมี ทัดแม่
ใยพ่อ
ขอจูบบัวบาทเจ้า สั่งเจ้าจอมใจ
ฯ
๑๙๖ พระรักพระว่าไว้ เหนือหัว
ข้าบาทบงกชกลัว บาปได้
พระคุณโปรดเปนตัว สอนสั่ง
มานา
ข้าไป่แทนคุณไท้ เท่าเส้นใยยอง
ฯ
๑๙๗ รอยกรรมจักจากเจ้า จอมกษัตริย์
รอยบาปเพรงจำพลัด ออกท้าว
พระคุณไป่แทนขัด ใจดั่ง
นี้นา
ยาหยูกเขาโน้มน้าว ลูกให้ใหลหลง
โอวาท
ร่าย
๑๙๘ เมื่อนั้นอนงคเทพี
ชนนีนาฎราชรันทด สลดหฤทัย ดั่งจะหว่า ท้าว ธ ก็ว่าเจ้าลอลักษณ์ แม่รักเจ้าแม่นา รักยิ่ง
ตายิ่งตัว รักยิ่งหัวยิ่งชีพ แต่นี้จอมทวีปแม่จะจาก พรากแม่ม พรากพระบุรี ศรีกษัตริย์มีเจ็ดสิ่ง
พระมิ่งแม่จงจำ ยำคำแม่ อย่าคลา รีตท้าวพระยาอย่าคลาด อย่าประมาทลืมตน อย่า รคนคนเท็จ
ริรอบเสร็จจึ่งทำ คิดทุกคำจึ่งออกปาก อย่าให้ ยากแก่ใจไพร่ ไต่ความเมืองจงตรง ดำรงพิภพให้เย็น
ดับเข็ญ นอกเข็ญใน ส่องใจดูทุกกรม อย่างมชมความเท็จ ริรอบเสร็จ เกื้อทางธรรม์ ทีจะกันกันจงหมั้น
ทีจะคั้นคั้นจงเปนกล ส่องต้น หนคนใช้ เลือกหาใจอันสัตย์ ดัดมนตรีโดยยุกติ์ ปลุกใจคน
ให้หาญ ผลาญเพรียงไพร่เพรียงเมอืง อาญาเรื่องเรื้อยราษฎร์ กันนิกรอาจเกื้อไพรี ดับกลีอย่าให้ลุก
อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่า ล่ามม้าสองปาก อย่าลากพิษตามหลัง อย่าให้คนชังลักแช่ง แต่งคนให้คนรัก
ชักชวนคนสู่ฟ้า เบื้องหน้าเทพยอยศ จง ปรากฎชอบแล้ว อย่าได้แคล้วรำพึง คำนึงอย่ารู้มลาย
จงอย่า หายยศพ่อ ต่อม้วยฟ้าหล้าสวรรค์ กัลบปประลัยอย่ารู้ลาญ ภูบาลเจ้าจงจำ ตามคำแม่โอวาท
พ่อสุดสวาทแก่แม่เฮย จง สวัสดิ์แก่เจ้าเทอญ ฯ
อำนวยพร
โคลง ๔
๑๙๙
จงเจริญศรีสวัสดิ์เรื้อง เดชา
ทุกข์โศกโรคไภยา อย่าพ้อง
ศัตรูหมู่พาลา พาลพ่าย ฤทธิ์พ่อ
เสวยสุขอย่าเคืองข้อง ขุ่นแค้นอารมณ์
ฯ
๒๐๐ ขอลุสมสบสร้อย สองนาง
ขออย่าลุเล่ห์ทาง เสน่ห์นั้น
ขอคิดอย่าใจจาง คำแม่
สอนนา
ขอพ่อเร็วคืนกั้น ขอบแคว้นไกรกรุง
ฯ
๒๐๑ ขอฝากฝูงเทพไท้ ภูมินทร์
อากาศพฤกษาสินธุ์ ป่ากว้าง
อิศวรนรายณ์อินทร์ พรหเมศ
ก็ดี
ช่วยรักษาเจ้าช้าง อย่าให้มีไภย
ฯ
๒๐๒ ได้คืนชีพิตเจ้า จอมกษัตริย์
จักแต่งธงธวัชฉัตร เพริศแพร้ว
เทียนทองระย้ารัตน งามชื่น
ตาแฮ
เป็ดไก่บายศรีแก้ว แต่งแก้สบสถาน
ฯ
โคลง
๒
๒๐๓ ท้าวฟังสารท่านไท้
บังคมก้มกราบไหว้
รับถ้อยคำสอน ฯ
๒๐๔ รับพรใส่เศียรไว้ แก้เกศเช็ดบาทไท้
ท่านท้าวชนนี ท่านนา ฯ
๒๐๕ กรชลีเหนือเกล้า ลาสมเด็จท้าวเจ้า
สู่ท้องโรงธาร ฯ
ร่าย
๒๐๖ โองการสั่งมนตรี ผู้ภักดีต่างใจ
อยู่ระไวต่างองค์ ดำรงรั้งรักษา ภาราเราจงบำรุง ผดุงราษฎร์อย่าให้เคือง ศัตรู เมืองเร่งบำบัด
หนึ่งจอมกษัตริย์แก่นไท้ ถนอมบาทบงกชไว้ เหมือนเมื่อเที้ยรกูยัง ฯ
๒๐๗
แล้วตรัสสั่งขุนพล พวกพหลเหี้ยมหาญ เร่งเตรียม การพยุหบาตร จัตุรงคราชเรืองรบ ครบทุกหมู่ทุกหมวด
ตรวจ ให้สรรพโดยเขบ็จ จัดให้เสร็จโดยขบวร กูจักยวรยาตรเต้า ในวันรุ่งพรุ่งเช้า แต่งตั้งเตรียมพลัน
ฯ
ทัดทาน
โคลง ๒
๒๐๘
เสร็จผายผันสู่ห้อง เรือนหลวงโลมลาน้อง
อยู่เจ้าจงดี แม่ฮา
ฯ
๒๐๙ เรียมจะลีลาศเต้า อยู่แม่อยู่อย่าเศร้า
ไป่ช้าคืนสม แม่แล
ฯ
๒๑๐ ลักษณวดีกรมทรวงสร้อง ทุกข์แทบเลือดตาย้อย
เนตรน้ำนองนูน ฯ
๒๑๑ นบนิ้วทูลเจ้าหล้า พระองค์อาจละข้า
บาทไว้ผู้เดียว พระเอย ฯ
๒๑๒ ทางไกลเปลี่ยวสัตว์ร้าย ผีคนองหลอนคล้าย
ทำเล่ห์ให้เห็นตัว ฯ
๒๑๓ กลัวศัตรูฝ่ายหน้า หลังพระเสียใจข้า
ดุจดับแก้วสองดวง ฯ
๒๑๔ ขอห้ามหวงเจ้าหล้า อยู่ปกเกศเกล้าข้า
พระบาทท้าวอย่าไป ฯ
โคลง
๔
๒๑๕
สิ่งใดในโลกล้วน อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง เที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรัง ตรึงแน่น
อยู่นา
ตามแต่บุญบาปแล้ ก่อเกื้อรักษา
ฯ
๒๑๖ จากนุชเรียมขุ่นไข้ อารมณ์
เรียมนา
จากที่สมไปสม เกลือกแคล้ว
ผิจักอยู่อกกรม เกรียมสวาท
นาแม่
จำพี่จำจากแก้ว ไป่ช้าคืนสม
ฯ
๒๑๗ พระไปแม้พระได้ สมสอง
ไหนจะคืนคงครอง ครอบเกล้า
อย่าคิดอย่าจงปอง สองปล่อย
มาฤๅ
สองจักลองโลมเล้า อยู่ว้าวังขัง
ฯ
๒๑๘ จำจากใช่จากด้วย ชังสมร
แม่นา
จากแม่รักฤๅรอญ ขาดได้
เด็จบัวแม่เด็จอร ยังเยื่อ
ใยนา
ไปบ่ลืมน้องไท้ อย่าร้อนรนทรวง
ฯ
(บทที่ ๒๑๘ ฉบับสมุดไทยเป็นดังนี้
จำจากจำราศสร้อย
สายสมรพี่นา
มนตรยายำจำจร ไต่เต้า
อยู่ฤาสมสุขอร ชาเยศ
เลยแม่
แม้มิตายจากเจ้า จักบ้า
เสียคน)
๒๑๙ สุดทานสุดทัดท้าว สุดบุญ
ทรงโศกพัตรซบซุน
ร่ำไห้
เหนือบาทยุคลขุน ครวญคร่ำ
ไปนา
สยายเกศเช็ดบาทไท้ ธิราชไว้เปนเฉลิม
ฯ
๒๒๐ เห็นโศกเพิ่มโศกท้าว กลอยนาง
พลางพระโลมนุชพลาง
ปลอบน้อง
อย่าโศกจะเปนลาง ในพฤกษ์
ไพรนา
ดับทุกข์ดับเทวษข้อง ขุ่นแค้นเสียโฉม
ต่างพิลาปร่ำรักกัน
๒๒๑ เสร็จโลมเสร็จสั่งเจ้า
จอมสนม
สนมอยู่อย่าเกรียมกรม
อกไหม้
ปวงนางรับคำคม บัวบาท
ท่านนา
ซบสอึกสอื้นไห้ แซร่ซร้องแรงโรย
ฯ
๒๒๒ เสียงโหยเสียงไห้มี่ เรือนหลวง
ขุนหมื่นมนตรีปวง
ป่วยซ้ำ
เรือนราษฎร์ร่ำตีทรวง ทุกข์ทั่ว
กันนา
เมืองจะเย็นเปนน้ำ ย่อมน้ำตาครวญ
ฯ
๒๒๓ เห็นไห้ทุกหมู่ถ้วน หญิงชาย
ใจสั่นรันทดกาย ท่านไท้
สูเอยอย่ากรรหาย เหิมโศก
นักนา
ทุกข์นักมักเกิดไข้ มักไข้พลันตาย
ฯ
ร่าย
๒๒๔ โศกเสื่อมคลายใจราช
เสร็จสั่งนาฎสั่งสนม ถ้วนทุก กรมกำนัล ท้าว ธ บ ทันไสยา แสงจันทราโอภาส ดาราดาษ ดารก
ตกต่ำคล้อยเจียนรุ่ง ผกายพรึกพุ่งอัมพรา ไก่ตื่นตา ปรบปรือ ปีกกระพือขันเร้า เสียงดุเหว่่าเกริ่นร้อง
เสด็จสู่ห้อง บังคน นางถวายชลเอางาน ภูบางสู่ที่สรง ชำระพระองค์ บ นาน ทรงสุคนธ์ธารกลิ่นลลุง
ปรุงปนทองธารทรง ผจงสนับเพลาบวร ภูษาภรณ์เลื่อมลาย รัดพัสตรพรายไพจิตร พิศชายไหวยยาบ
ชายแครงคาบเครือวัลย์ พิพิธพรรณเสื้อสนอบ รัดอุระรอบ เรืองรอง สังวาลตรองตาบประดับ
ทับทรวงแสงร่วงรุ้ง พลอย เพ็ชรพุ่งยรรยง ทรงทองกรจำรัส พาหุรัดรูปมังกรกลาย ธำมรงค์พรายเพริศแพร้ว
มกุฎแก้วแสงใส ทรงพิไชยอาวุธเสร็จ บพิตรเสค็จนวยนาด ดั่งพระยาราชไกรสร จากศิขรคูหารัตน์
บัดถึงเกยบมินาน ขุนช้างชาญควาญขับ ประทับเทียนเกยแก้ว ทรงคอคชสารแล้ว เคลื่อนแคล้วพลพฤน์ท
ฯ
โคลง
๒
๒๒๕
แตรสังข์พิณพาทย์ฆ้อง เสียงประโคมครื้นก้อง
แหล่งหล้ากรุงไกร ฯ
โคลง
๔
๒๒๖ พระยาไชยนุภาพล้ำ
เลิศเหลือ
ชาญชำนิเศิกเสือ ปราบแผ้ว
งามสรรพลักษณเจือ ใจราช
สงวนนา
ข่ายภู่รัตคนแพร้ว เพริศพร้อมดาวทอง
ฯ
๒๒๗ สองขอยอยศไท้ มหิมา
ดูดั่งองค์อมรา สู่หล้า
พาหนะดุจคเชนทรา จอมเทพ
เปรียบฤๅ
พลดั่งพลหยาดฟ้า แหล่งหล้าสรรเสริญ
ฯ
ยาตรา
ร่าย
๒๒๘
ธงหน้าเดินนำพล ธงโบกบนสัญญา เคลื่อนพลดา โดยด่วน ถ้วนทุกหมู่ทุกหมวด ขุนตำรวจสารวัด
จัดแจงเดิร คู่เคียง ม้าเดิรเรียงเดิรราย ขยายระยะโดยควร นายถือทวน หมายมาด ภู่แดงดาษปลิวปลาย
สพายแล่งศรมหิมา เครื่องอาชายรรยง งามบรรจงเพริศแพร้ว ล้วนแก้วก่องแกมมาศ อัศวชาติสินธพ
แลเลิศลบเผ่นผยอง ลองเชิงร้องเครงครืน สู้ศึก ยืนบ่มิพ่าย นายขี่ขับเข้มแขง ล้วนตำแหน่งยศเจ้าหล้า
ขุนม้า หมื่นม้าครัน พันม้านายม้ามาก พิศโสภาคย์โสภา มากดาษดา แต่งแง่ แผ่ตนตามเจ้าหล้า
แห่ไปหน้าก็มาก แห่หลังหลาก เหลือหลาย แห่ฝ่ายซ้ายดาษดา แห่ฝ่ายขวาดาษเดียร พิศ เพียนพร้อมงามสรรพ
คณนานับบมิถ้วน ล้วนม้าลักษณม้าเลิศ เฉกโฉมเฉิดแห่งหล้า พิศยิ่งงามถ้วนหน้า ยิ่งม้าเมืองบน
ฯ
กระบวนพล
ร่าย
๒๒๙ แลพวกพลยรรยง
ธงนำพลยยับ ดับกองร้อยกองพัน แห่กองทันกองแล่น แห่แหนแน่นขุนหมื่น ดูระรื่นมหิมา
คณนา ไปสล้าง พวกพลด้างพลดาบ พลกำซาบธนู ดูพลหอกพลห้าว ดูพลง้าวพลงาม พลเขนตามเสโลห์
โตมรสลอนปืนไฟ ย่อม พลไกรโอ่อ่า งามสง่าพรรณราย ไพร่เดิรนายเดิรดับ สำหรับ ถ้วนขุนหาญ
ขี่สารสูงแกล้วกล้า ดาบหน้าสลาบครุฑควร เดิร โดยขบวรแหนแห่ นายแวงแหล่เหลือหลาย นายแวงซ้ายแวงขวา
นายแวงหน้าแวงหลัง แวงจัตุลังคบาท รักษาราชนฤบดี นายแวงสี่ตีนช้าง ช้างพระคชกรรกง
แวงองครักษ์ตำรวจ กวด ขันแหนแห่ห้อม ล้อมพระคชสำหรับ ขับทวิรถรัตนาสน์ พล หน้าดาษดูยง
อลงกฎกุญชร บวรวิภูษา เครื่องราชาธิราช งามถึงขนาดเพริศพร้อม งามเครื่องงามพลห้อง
เสด็จไท้พระ บาท ท่านนา ฯ
ร่าย
๒๓๐ ดูดาษกลิ้งกลดพรรณราย
บดชุมสายพรายพรรณ มยุรฉัตรชั้นเพราพริ้งเพริศ กรรชิงเฉิดตรูตราโลก พัดโบก พัดจามร
พัดภูธรยยาบ สองตราบข้างยยับ ประดับกษัตริย์ กำนัล สรรพโภคพิพิธติดตาม คานหามเก้าอี้
บ รู้กี้หมู่สังกัด ขนัดนายพลแกล้วกล้า แห่หนหน้าเหลือแหล่ แห่หนหลังเหลือหลาย แห่หนซ้ายเหลือตรา
แห่หนขวาเหลือไตร นอกจากไปสองฝ่าย เปนข่ายขอบกรรกง ยรรยงศัพทไกรเกรียง เสียงแตร สังข์พาทย์ฆ้อง
กึกก้องเสทือนธรณิน ไท้ธิบดินทรลีลา มีมหิมา อาจอง ดูยรรยงกว่าชิ่นแล ฯ
โคลง ๔
๒๓๑
พระองค์โอภาสเพี้ยง ศศิธร
เสด็จดุจเดือนเขจร แจ่มฟ้า
ดวงดาวดาษอัมพร
เรียงเรียบ
ดูดุจพลเจ้าหล้า รอบล้อมเสด็จโดย
ฯ
๒๓๒ พระเลงแลราษฎร์รั้ว เรือกสวน
เรือกนา
พิศไร่นานึกอวร อ่อนไท้
ป่านี้รูปรอยครวญ ถึงพี่
อกอ่อนรทวยไหม้ คร่ำแค้นใครโลม
ฯ
๒๓๓ จักไปบใคร่แคล้ว เทพี
พี่เอย
จักใคร่คืนคิดศรี ฝ่ายหน้า
ไปดีอย่าไปดี ใดดั่ง
นี้นา
คิดเร่งอ้างว้างว้า ห่วงหน้าคิดหลัง
ฯ
๒๓๔
หนหลังเสาวภาคย์ล้วน ความรัก
ยาหยูกเขาขลังนัก ฝ่ายหน้า
จักคืนพระลอลักษ์ ฤๅใคร่
คืนเลย
ตัดฝ่ายคืนเจ้าหล้า แต่ตั้งจักไป
ฯ
ร่าย
๒๓๕ คลี่ไคลพลคล้ายคล้าย แลนา
เร่งฝ้ายเร่งคลาดคลา แลนา ล่วงแดนนาแดนไร่ แลนา ไต่ทางหลงทางหลาย แลนา กลายถิ่นฐานบ้านนอก
แลนา ต้นหนบอกตำบล แลนา ให้ หยุดพลเอาทับ แลนา ไพร่พรึบจับการจวน แลนา แต่งตาม ขบวนเขบ็จ
แลนา ท้าว ธ เสด็จพพลาทอง แลนา เสนานอง นั่งเฝ้า ลอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวมหิมา ฯ
ร่าย
๒๓๖ พี่เลี้ยงข้าถนอมบาท ชาวมหาดเปนกำนัล
เฝ้าคั่งคัล โดยกำหนด พระสุริยลดลงต่ำ จะใกล้ค่ำระเรื่อย ลมฉ่ำ เฉื่อยฉุนสมร พระภูธรคำนึง
ถึงพระราชเทพี ลักษณวดี เพื่อนภิรมย์ โฉมสนมหนุ่มหน้า มือลูบอกโอ้อ้า ด่วนร้าง เรียมตรอม
อยู่แลฯ
รัญจวนถึงชายา
โคลง ๔
๒๓๗
เห็นเดือนดุจดั่งหน้า เพาพงา
พี่เอย
เรียมเรียกนงนุชมา พี่ถ้า
เลงแลเหล่าเห็นตรา กต่าย
เปล่านา
เดือนยะแย้มแย้มหน้า ใคร่กลั้นใจตาย
ฯ
๒๓๘ เห็นดาวเดียรดาษห้อง เวหา
เหมือนหมู่สาวสนมมา ใฝ่เฝ้า
พิศดูย่อมดารา เรียงรอบ
ไปนา
โอ้อ่อนสาวสนมเหน้า หนุ่มร้างแรมสมร
ฯ
ปั่นป่วนใจ
โคลง ๒
๒๓๙
นอนเดียวเปลี่ยวอ้างว้าง กรกอดอกไห้ช้าง
จากชู้เมียไกล อกนา
ฯ
๒๔๐ พิศไพรเพยียรวดเร้า หอมกลิ่นกลกลิ่นเจ้า
พี่ฟุ้งหอมขจร บารนี
ฯ
๒๔๑ นกสมสมรปากป้อน ถนัดดั่งเจ้าเยียวอ้อน
อ่อนให้เรียมโลม ฯ
๒๔๒ คิดถึงโฉมอ่อนอ้า ถนัดดั่งจะเห็นหน้า
หนุ่มเหน้าสุดใจ พี่เอย
ฯ
๒๔๓ ฉันใดสองพี่เลี้ยง บปากสักคำเพี้ยง
ดั่งใบ้ฤๅควร นะพี่
ฯ
๒๔๔ วานช่วยสรวลแก้หน้า ชาวนอกฉันนี้อ้า
พี่เอ้ยวานดู หนึ่งรา
ฯ
โคลง
๔
๒๔๕ เห็นบ้าน บ ดุจบ้าน
เมืองเรา
พี่เอย
เรือนโรงรุกรุยเขา รูปร้าย
บ เ็ห็นที่จักเอา สักหยาด
เลยพี่
เห็นดั่งนี้สู้หม้าย อยู่แล้ฤๅแล
ฯ
๒๔๖ พระเอยอาบน้ำขุ่น เอาเย็น
ปลาผอกหมกเหม็นยาม อยากเคี้ยว
รุกรุยราคจำเปน ปางเมื่อ
แคลนนา
อดอยู่เยียวดิ้วเดี้ยว อยู่ได้ฉันใด
ฯ
๒๔๗ ยามไร้เด็ดดอกหญ้า แซมผม
พระเอย
หอมบ่หอมทัดดม
ดั่งบ้า
สุกกรมรำดวนชม เชยกลิ่น
พระเอย
หอมกลิ่นเรียมโอ้อ้า กลิ่นแก้วติดใจ
ฯ
๒๔๘ สองนายสนองนาถถ้อ ไปมา
พระหากเจรจาใจ จอดน้อง
หัวใจหนึ่งโหยหา สองเพื่อน
แพงนา
ใจหนึ่งนึกนางห้อง หนุ่มหน้าพระสนม
ฯ
โคลง
๒
๒๔๙ พระตนกลมแก่นไท้
กรกอดหมอนม่ายไหม้
สวาทว้าหัวใจ ฯ
๒๕๐ เดือนสุทธิใสส่องฟ้า ลอบพิตรเจ้าหล้า
ท่านท้าวเสด็จไป ฯ
ชมดง
ร่าย
๒๕๑
คลี่ไคลพลผาดผ้าย แลนา คลับคล้ายถึงท่งนา แลนา คลับคลาถึงท่งหญ้า แลนา หัวหน้าเข้าพงเลา
แลนา พลเทาถึงพงแฝก แลนา พงแขมแซกคาพง แลนา ถึงป่าดงป่าแดง แลนา เห็นระแหงแหล่งไหล้
แลนา เห็นหมู่ไม้หนั่นหนา แลนา ราชาชมชื่นชี้ แลนา คือไม้หมู่นี้นี้ ชื่อโอ้นามใด
แลนาฯ