ร่าย

๑    ศรีสิทธิฤทธิไชย ไกรกรุงอดุงเดชฟุ้งฟ้า หล้ารรัว กลัวมหิมา รอาอานุภาพ ปราบทุกทิศ ฤทธิรุกราญ ผลาญ พระนคร รอนลาวกาวตาวตัดหัว ตัวกลิ้งกลาดดาษดวน ฝ่าย ข้างยวนแพ้พ่าย ฝ่ายข้างลาวประลัย ฝ่ายข้างไทยไชเยศ คืน ยังประเทศพิศาล สำราญราษฎร์สัมฤทธิ พิพิธราชสมบัติ พิพัฒนมงคล สรสกลีิมา ประชากรเกษมสุข สนุกทั่วธรณี พระนครศรีอโยธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมยศโยคยิ่งหล้า ฟ้าฟื้นฟึกบูรณ์

โคลง ๔

๒    บุญเจ้าจอมโลกเลี้ยง        โลกา
ระเรื่อยเกษมสุขพูล             ใช่น้อย
แสนสนุกศรีอโยธยา            ฤๅร่ำ ถึงเลย
ทุกประะเทศชมค้อยค้อย      กล่าวอ้างเยินยอ ฯ

๓     รู้มลักสรบศาสตร์ถ้วน        หญิงชาย
จักกล่าวกลอนพระลอ           เลิศผู้
ไพเราะเรียบบรรยาย             เพราะยิ่ง เพราะนา
สมปี่ลู้เสียงลู้                      ล่อเล้าโลมใจ ฯ

๔    สรวลเสียงขับอ่านอ้าง        ใดปาน
ฟังเสนาะใดปูน                    เปรียบได้
เกลากลอนกล่าวกลการ          กลกล่อม ใจนา
ถวายบำเรอท้าวไท้                ธิราชผู้มีบุญฯ


ร่าย

๕    กล่าวถึงขุนผู้ห้าว นามท่านท้ายแมนสรวง เปนพระยา หลวงผ่านเผ้า เจ้าเมืองสรวงมีศักดิ์ ธมีอัคเทพีพิลาส ชื่อนาง นาฎบุญเหลือ ล้วนเครือท้าวเครือพระยา สาวโสภาพระสนม ถ้วนทุกกรมกำนัล มนตรีคัลคับคั่ง ช้างม้ามั่งมหิมา โยธา เดียรดาษหล้า หมู่ทกล้าทหาร เฝ้าภูบาลนองเนือง เมืองออก มากมียศ ท้าวธมีเอารสราชโปดก ชื่อพระลอดิลกล่มฟ้า ทิศ ตะวันออกหล้า แหล่งไล้สีมา ท่านนาฯ

ร่าย

๖    มีพระยาหนึ่งใหญ่ ธไซร้ทรงนามกร พิมพิสาครราช พระบาทเจ้าเมืองสรวง สมบัติหลวงสองราชา มีมหิมาเสมอกัน ทิศตะวันตกไท้ท้าว อคร้าวครองครองยศ ท้าวธมีเอารสราช ฦๅไกร ชื่อท้าวพิไชยพิษณุกร ครั้นลูกภูธรธใหญ่ไซร้ ธก็ให้ ไปกล่าวไปถาม นางนามท้าวนามพระยา ชื่อเจ้าดาราวดี นาง มีศรีโสภา เปนนางพระยาแก่ลูกไท้ ลูกท้าวธได้เมียรัก ลำนัก เนตรเสนหา อยู่นานมามีบุตร สุดสวาทกษัตริย์สององค์ ทรง โฉมจันทรงามเงื่อน ชื่อท้าวเพื่อนท้าวแพง จักแถลงโฉมเลิศล้วน งามถี่พิศงามถ้วน แห่งต้องติดใจ บารนี ฯ

ท้าวแมนสรวงยกไปตีเมืองสรอง
ร่าย

๗    เมื่อนั้นไท้แมนสรวง พญาหลวงให้หา หัวเมืองมาริปอง ว่าเมืองสรองกษัตริย์กล้า อย่าช้าเราจะรบ ชิงพิภพเป็นเมืองออก เร่งบอกให้เรียบพล นายกคณชุมกัน ครันเทียบพลเศิกเสร็จ ท้าวธเสด็จพยุหบาตร ลีลาศจากพระนคร คลี่นิกรพลพยู่ห์ สู่แดนศึกบ่มิช้า เดียรดาษพลช้างม้า เพียบพื้นภูมิน ร่าย

ร่าย

๘    ส่วนนรินทรราชา พิมพสาครราช พระบาทครั้นได้ยิน ว่าภูมินทร์แมนสรวง ยกทัพหลวงมากระทั่ง ท้าวธก็สั่งพลออกรับ ตับตามกันเดียรดาษ พระบาทเสด็จบ่มิช้า พลหัวหน้าพะกัน แกว่งตาวฟันฉะฉาด แกว่งดาบฟาดฉะฉัด ซ้องหอกซัดยะยุ่ง ซ้องหอกพุ่งยะย้าย ข้างซ้ายรบบ่มิคลา ข้างขวารบบ่มิแคล้ว แกล้วแลแกล้วชิงข้า กล้าแลกล้าชิงขัน รุมกันพุ่งกันแทง เข้าต่อแย้งต่อยุทธื โห่อึงอุดเอาชัย เสียงปืนไฟกึกก้อง สะเทือนท้องพสุธา หน้าไม้ดาปืนดาษ ธนูสาดศรแผลง แขงต่อแขงง่าง้าง ช้างพะช้างชนกัน ม้าผกผันคลุกเคล้า เข้ารุกรวนทวนแทง ระแรงเร่งมาหนา ถึงพิมพิสาครราช พระบาดขาดคอช้าง ขุนพลคว้างขวางรบ กันพระศพกษัตริย์ หนีเมื้อเมืองท่านไธ้ ครั้นพระศพเข้าได้ลั่นเขื่อนให้หับทวาร ท่านนา

ร่าย

๙    งานรักษาพระนคร ท้าวพิชัยพิษณุกรกันเมืองได้ ไท้แมนสรวงเสด็จคืน ท้าวพิชัยยืนครองพิภพ ปลงพระศพราชบิดาแล้วไสร้ ธก็ให้สองพระงาหน่อเหน้า ไปอยู่ด้วยย่าเจ้าวังเดียว กับสองนางเฉลียวฉลาด พี่เลี้ยงราชธิดา โดยธตราชื่อชื่น ชื่อนางรื่นแลนางโรย โดยรักษาสองอ่อนท้าว สองสมเด็จเสด็จด้าว สู่ห้องเรือนหลวง ท่านแล

พระลอครองเมืองสรอง
ร่าย

๑๐    เมื่อนั้นไท้แมนสรวง พระยาหลวงผู้มีศักดิ์ ให้ไปกล่าว นางลักษณวดี นางมีศรีสวัสดิ์ลออ ให้แก่พระลอดิลก ยกเปน อัคมหิษี มีบริพารพระสนม ถ้วนทุกกรทกำนัล ประกอบสรรพ สมบูรณ์ จึงนเรนทร์สูรราชบิดา สวรรคาไลยแล้วเสด็จ พระลอ เสด็จเสวยราชย์ โฉมอภิลาสสระผม ดิสฟ้าชมบรู้ โฉม พระลอเลิศแก้ว กว่าท้าวแดนดิน แลนา ฯ


โคลง ๒

๑๑    รอยรูปอิินทร์หยาดฟ้า    มาอ่าองค์ในหล้า
แหล่งให้คนชม                    แลฤๅ ฯ

๑๒  พระองค์กลมกล้องแกล้ง เอวอ่อนอรอรรแถ้ง
ถ้วนแห่งเจ้ากูงาม                 บารนี ฯ
๑๓  โฉมผจญสามแผ่นแพ้      งามเลิศงามล้วนแล้
รูปต้องติดใจ                       บารนี ฯ
๑๔  ฦๅขจรในแหล่งหล้า        ทุกทั่วคนเที่ยวค้า
เล่าล้วนยอโฉม                    ท่านแล ฯ
๑๕  เดือนจรัสโพยมแจ่มฟ้า    ผิบได้เห็นหน้า
ลอราชไซร้ดูเดือน                 ดุจแล ฯ
๑๖  ตาเหมือนตามฤคมาศ      พิศคิ้วพระลอราช
ประดุจแก้วเกาทัณฑ์             ก่งนา ฯ
๑๗  พิศกรรณงามเพริศแพร้ว    กลกลีบบงกชแก้ว
อีกแก้มปรางทอง                   เทียบนา ฯ
๑๘  ทำนองนาสิกไท้             คือเทพนฤมิตไว้
เปรียบด้วย                           ขอกาม ฯ
๑๙  พระโอษฐ์งามยิ่งแต้ม        ศศิอยู่เยียวยะแย้ม
พระโอษฐ์โอ้งามตรู                บารนี ฯ


ร่าย

๒๐    พิศดูคางสระสม พิศศอกกลมกลกลึง สองไหล่พึงใจ กาม อกงามเงื่อนไกรสร พระกรกลงวงคช นิ้วสลวยชดเล็บ เลิศ ประเสริฐสรรพสรรพางค์ แต่บาทางค์สุดเกล้า พระเกศ งามล้วนเท้า พระบาทไท้งามสม สรรพนา ฯ


พระเพื่อนแพงรัญจวนถึงพระลอ
โคลง ๔

๒๑    ขับซอยอราชเที้ยร         ทุกเมือง
ฦๅเล่าพระลอเลืือง                 ทั่วหล้า
โฉมบาบพิตรเปลือง                ใจโลก
สาวหนุ่มฟังเปนบ้า                 อยู่เพี้ยงโหยหน ฯ

๒๒   เล่าฦๅโฉมท้าวทั่ว          เมืองสรอง
ขจรข่าวถึงหูสอง                   พี่น้อง
รทวยดุจวัลย์ทอง                  ครวญไคร่ เห็นนา
โหยลห้อยในห้อง                  อยู่เหยี้ยมฟังสาร ฯ

๒๓   พระแพงพระเพื่อนเพี้ยง    พิศวง
นับอยู่ในใจจง                      จอดไท้
มลักเห็นดอกกลหลง              ฉงนเงื่อน อยู่นา
อกอ่อนรทวยไหม้                  สรากหน้าตาหมอง ฯ

๒๔   นางโรยนางรื่นขึ้น           ไปเยือน
เห็นราชสองหมองเหมือน         ดั่งไข้
ทุกวันดุจดวงเดือน งามชื่น       ไส้นา
หมองดั่งนี้ข้าไหว้                   บอกข้าขอฟัง หนึ่งรา ฯ

๒๕   ผิวไข้พูลพยาธิไซร้          ยาหาย ง่ายนา
ไข้หลากทั้งหลายใคร             ช่วยได้
ไข้้ใจแต่จักตาย                     ดีกว่า ไสร้้นา
สองพี่นึกในไว้                       แต่ถ้าเผาเผือ ฯ

โคลง ๒

๒๖   ข้าฟังเหลือที่พร้อง        สองสมเด็จพระน้อง
กล่าวนี้กลใด ฯ
๒๗   ใดขัดใจแม่ ณ เกล้า     สองสมเด็จพระเจ้า
บอกไว้งานเผือ ฯ

ร่าย

๒๘   เจ็บเผือเหลือแผ่นดิน นะพี่ หลากระบิลในแหล่งหล้า นะพี่ บอกแล้วจะไว้หน้าแห่งใด นะพี่ ความอายใครช่วยได้ นะพี่ อายแก่คนไสร้ท่านหัว นะพี่ แหนงตัวตายดีกว่า นะพี่ สองพี่อย่าถามเผือ นะพี่ เจ็บเผือเหลือแห่งพร้อง โอ้เอนดูรักน้อง อย่าซ้ำจำตาย หนึ่งรา ฯ

ร่าย

๒๙   ข้าไหว้ถวายชีพิต เผือข้าชิดข้าเชื่อ เขือดังฤๅเหตุใด ธมิไว้ใจเท่าเผ้า สองแม่ ณ หัวเจ้า มิได้เอนดูเผือฤๅ ฯ


โคลง ๔

๓๐     เสียงฦาเสียงเล่าอ้าง    อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร            ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับไหล            ลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า                 อย่าได้ถามเผือ ฯ


๓๑   สิ่งนี้น้องแก้วอย่า        โศกา นะแม่
เผือจักขออาสา                  จุ่งได้
ฉันใดราชจักมา                 สมสู่ สองนา
จักสื่อสารถึงไท้                 หากรู้เปนกล

๓๒   ความคิดผิดรีตได้       ความอาย พี่เอย
หญิงสื่อชักชวนชาย           สู่หย้าว
เจ็บเผือว่าแหนงตาย           ดีกว่า ไสร้้นา
เผื่อหากรักท้าวท้าว            ไป่รู้จักเผือ ฯ

๓๓   ไป่ห่อนเหลือคิดข้า      คิดผิด แม่นา
คิดสิ่งเปนกลชิด                 ชอบแท้
มดหมอแห่งใดสิทธิ์             จักสู่ ธแม่
ให้ลอบลองท้าวแล้              อยู่ได้ฉันใด ฯ

นางพี่เลี้ยงเป็นคู่คิด
ร่าย

๓๔   ภายในสองนางขอบ ว่ามิชอบภายนอก ดอกห้ามว่า ผิดใหญ่ เขือคิดใช่ความดี มีผู้รู้น่ากลัว เสียตัวเผืือลูกไท้ จะ ไว้ผิดในแหล่งหล้า จะไว้หน้าแห่งหนใด ข้าเดาใจสองสบ พบกระแหน่สองศรี ใจกษัตรีมีเสียชอบ เราจะประกอบจงควร ซึ่งสองครวญจุ่งได้ ไว้ความร้ายแก่เรานา ข้าก็ว่าสองพงาอยู่ เกล้า สองท้าวเจ้าไป่รู้ ไว้เผือผู้อาสา ครานี้พี่ บ ผิด ความคิด สอง บได้ สองบพิตรจักไว้ สองพี่เลี้ยงเยียใด ฯ

ร่าย

๓๕  ข้าจะใช้ชาวในผู้สนิท ชิดชอบอัชฌาสัย ไปซื้อขาย วายล่อง แล้วให้ท่องเที่ยวเดิร สรรเสริญสองโฉมศรี ทั่วบุรี พระลอ ขับซอยอยศอ้าง ฦๅลูกกษัตริย์เจ้าช้าง ชื่นแท้ใคร เทียม เทียบนา ฯ



ยอโฉมเพื่อนแพง
โคลง ๔

๓๖  ทุกเมืองมีลูกท้าว        นับมี มากนา
บเปรียบสองกษัตรี            พี่น้อง
พระแพงแม่ศรี                  สวัสดิ์ยิ่ง คณนา
พระเพื่อนโฉมยงหย้อง       อยู่เพี้ยงดวงเดือน ฯ

๓๗  โฉมสองเหมือนหยาดฟ้า      ลงดิน
งามเงื่อนอัปสรอินทร์                 สู่หล้า
อย่าคิดอย่าควรถวิล                   ถึงยาก แลนา
ชมยะแย้มทั่วหน้า                      หน่อท้าวมีบุญ ฯ

๓๘  หมื่นขุนถ้วนหน้าส่ำ             หัวเมือง ก็ดี
อย่าใคร่อย่าคิดเคือง                   สวาทไหม้
สมภารส่งสองเรือง                     สองรุ่ง มานา
สองราชควรท้าวไท้                    ธิราชผู้มีบุญ ฯ

โคลง ๒

๓๙  ยอยศสองอ่อนท้าว           ฦๅทั่วทุกแดนด้าว
ลอราชได้ฟังสาร ฯ
๔๐  ฟังตระการอยู่เกล้า            ให้เร่งเบิกเขาเข้า
มาสู่โรงธาร ท่านแลฯ
๔๑  ฟังสารสองหนุ่มเหน้า        จอมราชครวญคิดอ้า
อคร้าวหัวใจ ท่านนา ฯ
๔๒  มลักนึกในคแคล้ว             ผิพี่มีบุญแก้ว
พี่เพี้ยงไปสม เจ้านา ฯ

ร่าย

๔๓  ชมข่าวสองพี่น้อง ต้องหฤทัยจอมราช พระบาทให้ รางวัล ปันผ้าเสื้อสนอบ ขอบใจสูเอาข่าว มากล่าวต้องติดใจ บารนี ฯ  

โคลง ๒

๔๔  ฉันใดกูจักได้             สมพระนุชน้องไท้
อ่อนท้าวทั้งสอง ฯ
๔๕ ท้าวธจำนองโคลงอ้าง   โคลงบพิตรเจ้าช้าง
ชื่อแท้ใดเทียม เทียบนา ฯ

โคลง ๔

๔๖   เรียมฟังสารอ่านอ้าง     อันผจง กล่าวนา
ถนัดดั่งเรียมเห็นองค์           อะเคื้อ
สองศรีสมบูรณ์บง               กชมาศ กูเอย
นอนแนบสองข้างเนื้อ          แนบเชื้อ ชมเชย ฯ

โคลง ๒

๔๗   พระกรเกยผากไท้        มือลูบทรวงไล้ไล้ ทำเล่ห์ให้เขาเห็น ฯ


นางพี่เลี้ยงใช้แม่มด
ร่าย

๔๘  เปนปฤศนาแล้วไส้ ธ ก็ให้เลี้ยงดูโดยขนาด เขาก็ลา พระบาทเมื้อเมือง หน้ารุ่งเรืองชมชื่น ไปบอกแก่นางรื่นนางโรย โดยยุบลทุกสึ่ง จึ่งสองนางพี่เลี้ยง ทูลแด่สองเนื้อเกลี้ยง ถี่ถ้วน สารแสดง ฯ

๔๙  จึ่งแสวงหายายมด ไปจรดผู้ยายำ จำเอาแต่ผู้สิทธิ์ รู้ชิดใช้กลคล่อง บอกทำนองทุกอัน ครัน ธ ช่วยลุไซร้้ ตูจะให้ ลาภจงครัน จะให้รางวัลจงพอ ครั้นะพระลอสมสองแล้ว อยู่ช่างยายมดแก้ว อะคร้าวใครปาน เปรียบเอย ฯ

โคลง ๓

๕๐ ยายฟังสารยายสั่นหัว               ยายเคยแต่ตัวชั่วตัวช้า
ยายจักลองเจ้าหล้า                      บ่ได้หลานเอย ฯ

โคลง ๒

๕๑ ยายเคยใครอย่าไส้                  ยายช่วยยายชักให้
ถ่องแท้จักไป สู่นา ฯ

ร่าย

๕๒ ยายว่าเยียกระใดเขาทุกผู้ ตูรู้จักเขาทั่วหน้า ย่อมชั่วช้ามิเปนกล เห็นแต่ตูสามคนแก่แม่มดเถ้า แก่่เจ้าแม่มดใหญ่ จะลองใครใครก็มา จะหาใครใครก็เต้า เว้นแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ธรู้ศิลป์รู้ศาสตร์ ธ มีอำนาจมีบุญ คุณตูไกลท่านไท้ สองราชนั้นฤๅได้ อาจยื้อฤๅถึง เลยนา ฯ

ร่าย

๕๓ ดังจึงตูจะรู้จัก หมอสิทธิศักดิ์สามคน รู้พระมนต์มีฤทธิ์ ลูกศิษย์ปู่สมิงพราย ยายก็นำไปบอก จึงจรอกหมอแล้วมา ข้าก็เข้าไปสู่ ปู่หมอเถ้าเจ้าหมอหลวง บำบวงบอกทุกประการ วาน ธ ช่วยกังวล หมอกล่าวกลยายมด ตูนี้ยศยังต่ำ ลองแต่ส่ำพอดี พอแรงผีแรงมนต์ เจ้าสากลผ่านหล้า หน้าผู้ใดจะลองลุ สนองนางทุทรฮู ว่า ธ เอนดูรู้จัก ผู้มีศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีฤทธิ์มีอำนาจ อาจลอง ธ มาได้ ตูจะให้ลาภจงเต็มกอง ตูจะให้ทองเต็มโกฎิ ทั้งผู้บอกโสดจะรางวัล เชิญบอกพลันอย่าช้า จงดูรู้จักหน้า ท่านให้เต็มใจ หนึ่งรา

ร่าย

๕๔ หมอว่าในใต้ฟ้า ทั่วแหล่งหล้าผู้ใด ใครจักเทียมจักคู่ ปู่เจ้าปู่สมิงพราย ธ ว่าให้ตายก็ตายทันเห็น ธว่าให้เปนก็เปนทันใจ จะลองใครใครก็มา จะหาใครใครก็ บ อยู่ จะไปสู่ท่านไส้ ไว้ตูจะนำไป เถ้าว่าทางไกลจรล่ำ วันนี้ค่ำสองนางเมือ พรุ่งนี้เช้าเขือเขียวมา สองนางลาสองเถ้า ไปบอกแก่สองเจ้า สองอ่อนท้าวยินดี ยิ่งนา ฯ



เพื่อนแพงอุบายป่วย
โคลง ๔

๕๕ สองศรีเสวภาคย์ได้            ฟังสาร
ถนัดดั่งพระภูบาล                    จักเต้า
คือสุริยส่องบัวบาน                  สรดร่อ กันนา
เกรงเกลือกเยียวความเร้า           รั่วรู้ฤๅดี ฯ

๕๖ สองกรกลเกียดเกี้ยว            กรรชิด
แสร้งใส่กลปกปิด                     เงื่อนไว้
ความขำซ่อนซอนมิด                งำแง่ งามนา
เอาชอบลอบปนให้                   แปลกร้ายเปนดี

๕๗ พี่เลี้ยงเห็นเล่ห์แล้ว             ยินฉงน อยู่นา
สองใส่กลเหนือกล                    ใช่น้อย
ไหว้พระย่ายังยล                       หลานราช ฤๅแม่
สองอยู่สองเศร้าสร้อย                 สรากหน้าตาหมอง ฯ

๕๘ หมอดูหมอว่าให้                  รับขวัญ
ขวัญอ่อนเขจรจรัล                     จิ่มฟ้า
ขวัญเที่ยวทั่วแดนบรร-                พตป่า ดงนา
ให้รับขวัญอย่าช้า                      พรุ่งเช้าวันดี ฯ

๕๙ ย่าเจ้าฟังข่าวร้อน                 อาดูร เดือดนา
เขือเร่งเร็วไปทูล                        แด่ไท้
พระภูบดินทร์สูรย์                       ปิิตุราช สองนา
ข้าพี่เลี้ยงไปไหว้                        บอกท้าวทุกอัน ฯ

๖๐ ครั้นฟังธิราชร้อน                     รนใจ อยู่นา
หมอจักเอาอันใด                         เร่งให้
ไปรักเรียกขวัญใน                        เขาปู่ พระเอย
หมอสั่งเขือข้าได้                         ชอบช้างตัวเร็ว ฯ

๖๑ เขือไปอุปกาศแล้ว                  เขือมา
ทูลแด่สองธิดา                            อยู่เกล้า
สองฟังหฤหรรษา                         ชมชื่น ใจนา
สองพี่เร็วไปเช้า                           ช่วยน้องจงพลัน ฯ

๖๒ เบิกเอาช้างต้นชื่อ                   เทียมลม ธพี่
กับพระพายุพลันสม                      ชื่อแท้
เทียมใจเลิศแลชม                        ฝีย่าง มันนา
เร็วเร่งเร็วนักแล้                            เลิศด้วยเดิรพลัน ฯ

โคลง ๒


๖๓ ไก่ขันเขียวผูกช้าง           มาเทียบทั้งสองข้าง
แนบข้างเกยนาง ฯ
๖๔ ไป่สันทางสั่งไท้             พระแต่งจงสรรพไว้
เยียวปู่เจ้าเรามา ฯ
๖๕ เผือจักลาแม่ ณ เกล้า       จักอยู่เยียวเจียนรุ่งเช้า
จักช้าทางไกล



นางพี่เลี้ยงไปหาหมอเฒ่า
ร่าย

๖๖ ขึ้นช้างไปผผ้าย มาคคล้ายโดยทาง ถับถึงกลางจรอกปู่ หมอเถ้าอยู่แลเห็น แสร้งแปรเปนโฉมมลาก เปนบ่าวภาค บ่าวงาม สองถึงถามหาปู่ ปู่หัวอยู่ยแย้ม ข้อยว่าสองแสล้ม มาแต่ด้าวแดนใด ฯ

โคลง ๒

๖๗ สองคนึงในใคร่รู้             ลูกหลานปู่ฤๅผู้
อื่นโอ้ไป่งาม บารนี ฯ
๖๘ กามกรรหายยั่วข้าง          คิดแต่จักช้าช้าง
ท่านไส้จักเป็น ป่วยนา ฯ

สู่สำนักปู่เจ้าสมิงพราย
ร่าย

๖๘ บนานเห็นเปนปู่ รูปเถ้าอยู่ดูหลาก สองประจากษ์ตก ใจ ใครจักปูนปู่ได้ ปู่ช่วยสองลูกไท้ แต่นี้ฤๅไป อื่นเลย ฯ

โคลง ๒

๗๐ เสียไฟเป่าหิ่งห้อย            แรงปู่นี้รู้น้อย
เผือไป่รู้เลยนอ ฯ

ร่าย


๗๑ เชิญปู่หมอขึ้นขี่ ขับช้างปรี่ปรึงตาม ทั้งสามไปรร่าย บ่ายหน้าสู่เขาเขียว เหลียวแลทางจรลิ่ว เหลียวแลทิวเทินป่า ฝ่าแฝกแขมแกมเลา ดงประเดาประดู่ หมู่ไม้ยางไม้ยูง ตเคียนสูงสุดหมอก พยอมดอกมุ่งเมฆ อเนกไม้หลายพรรณ มีวัลย์เวียนเกี้ยวกิ่ง ไม้แมกมิ่งใบรบัด ลมพานพัดรลอก ดอกดวงพวงเผล็ดช่อ กระพุ่มห่อเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการ กลิ่นหอมหื่น ชื่นซรุกลูกเหลืองล่อน ใบอ่อนต้นลำอ้วน กิ่งก้านแกมงาม ฯ

ร่าย

๗๒ ตามกันไป บ หึง ถึงตีนเขาแต่ล่าง แลลิงค่างบ่างชนี ผีผิวร้องน่ากลัว หัวหูพองอยู่คคร้าม เสือสางด้ามด้อมทาง แรดควายขวางขวัดอยู่ หมู่กระทิงเที่ยวป่า วัวลานล่าเลมไพร หมู่หมีไปคคล้าย นางช้าผ้้ายคคล่ำ บรู้กี่ส่ำตามสาร งูพพานพิษกล้า งูเหลือมคว้ารัดควาย เยียงผาผายปีนป่าย ฝ่ายช้างพังเซราซรึก สัตว์พันฦกพันลาย หมอมิกลัวกลายจระคล่าย เข้าป่าไปคลายคล้าย ด่วนดั้นโดยทาง ฯ

ร่าย

๗๓ เอนดูสองนางตกใจกลัว รรัวหัวอกสั่น ลั่นททึกททาว สราวตามหมอผะผ้ำ เห็นแนวน้ำบางบึง ชรทึงธาร ห้วยยหนอง จรเข้มองแฝงฝั่ง สรพรั่งหัวขึ้นขวักไขว่ ช้างน้ำไล่แทงเงา เงือกเอาคนใต้น้ำ กล่ำตากระเหลือก กระเกลือกกลอกตากลม ผมกระหวัดจำตาย ฝ่ายหนปลายไม้แมก ฟังเสียงแสรกเง้างูด ทิ้งทูดบ่นพพึมเสียง เค้ากู่เคียงคู่ร้อง ก้องดงดุจตระหวาด ผาดฟังตกใจกลัว หมอเถ้าหัวไปพลาง โลมสองนางอย่าตกใจ บเปนใดดอกนะแม่ กระแหน่นี้จะเจ้า พระปู่เราหากทำเอง หมอมิกลัวเกรงสักสิ่ง ขับช้างวิ่งขึ้นเขา เคร่ากันไปบหึง ถับถึงแต่ตีนเขา หมอเถ้าลงจากช้าง ไว้สองนางอยู่แต่ไกล หมอจึ่งเข้าไปสู่ ปู่เจ้าปู่สมิงพราย ถึงถวายกรกราบไห้ บอกว่าพระหลานไท้ เพื่อนท้าวแพงทอง ฯ

โคลง ๒

๗๔ ทำงนสองเท่าฟ้า              มาทำบวงให้ข้า
นำพี่เลี้ยงสองมา ฯ
๗๕ ปู่เจ้าว่าหมอไส้                ไปเรียกมาให้ใกล้
แทบนี้อย่าขาม ฯ
๗๖ หมอบอกความสองเจ้า       พระปู่ให้สองเข้า
ไปสู่แล้วเชิญเขือ ฯ
๗๗ สองเห็นเสือกราบเฝ้า        คร้ามกลัวก้มกรานเข้า
ไปกราบไหว้ทั้งสอง ฯ

ร่าย

๗๘ ตามองเสือพรับ เห็นเสือกลับเปนแมว แถวจราศศุภลักษณ์ มลักเห็นโฉมปู่เจ้า แปรรูปเถ้าหงอกสกาว คิ้วขาวขนตาเผือก กลับตระเลือกเปนบ่าว พึงมล่าวโฉมกล้องแกล้ง งามอรรแถ้งโถงเถง ทรงลักเลงเสสรวล สคราญครวญงามถนัด รบัดเปนกลางแก่ ตระแหน่รูปลักษณดี มีมารยาทเสี่ยมสาร สองถวายสการบาชา อันแต่งมาทุกสึ่ง จึ่งทูลสารสองไท้ สองราชก้มกราบไหว้ พระบาทเจ้ากูมา ฯ

ขอให้ปู่เจ้าช่วย
โคลง ๒

๗๙ ทุกขธิดาเท่าฟ้า          เห็นแต่พระเจ้าข้า
พระปู่เจ้าองค์เดียว
๘๐ ขับเขียวมาแต่เช้า        สองให้เชิญพระเจ้า โปรดเปลื้องทุกข์หลาน     ท่านเทอญ ฯ
๘๑ เชิญช่วยภารลุแล้ว      เงินแลทองกองแก้ว อเนกข้าขอถวาย
๘๒ กามกรรหายเหิ่มไหม้   พระช่วยพระชักให้ ลอราชพ้นความตาย

ร่าย

๘๓ ปู่ไป่ผายตอบถ้อย อยู่น่อยหนึ่งบมินาน ปู่ก็ธิญาณเล็งดู กูจะช่วยควรฤๅมิควร รู้ทั้งมวลทุกอัน ด้วยผลกรรม์เขาแต่ก่อน ทำหย่อนหย่อนตึงตึง ส่วนจะถึงบมิหยุด เท่าว่าจะพลัดสุดพลันม้วย ด้วยผลกรรมเขาเอง แต่เพรงเขาทั้งสอง ทำบุญปองจะไจ้ ขอได้พึ่งบุญตู ปู่ดูเสร็จจึ่งว่า สองนางอย่ากล่าวอ้าง ถึงสินจ้างสินบล ตนกูจักไปสู่ ถึงที่อยู่สองเจ้า เขือเข้าไปก่อนกล่าว ข่าวดังนี้ให้ฟัง กูจะไปภายหลังบช้า ผิมิวันนี้อ้า พรุ่งนี้กูถึง ฯ

ร่าย

๘๔ สองพึงใจคำปู่ ไหว้รับอยู่บมิวาง สองนางสนองคำ ตอบ ขอบคำพระปู่เจ้า เสมออำมฤตร้อยเต้า มาโสรจให้ สร่างสเบย ฯ

ร่าย

๘๕ พระเอยเขือข้ามา จักตายช้าตายมอด เนื้อนก หลอดหนทาง สางแสกทูดคูดเค้า ขอพึ่งบุญพระเจ้า จงพ้น ความกลัว ฯ

โคลง ๒

๘๖ ปู่หัวอยู่ยะแย้ม ข้อยว่าสองแสล้ม อย่าร้อนใจเขือ ฯ

โคลง ๓

๘๗ สองนางเมือเห็นวัน       จงทันออกปากป่า ไปว่าหลานแก้วถ้า              ถ้าท่านทูลสาร ฯ


ชมไพร
ร่าย

๘๘ มินานนางโรยนางรื่น ไหว้ปู่ชื่นชมลา กับหมอมา ขึ้นช้าง เลียบเดิรข้างตีนเขา คืนไต่เต้าตามทาง เหลียวหลัง พลางจะไจ้ ชมไม้ไหล้สอาด เหมือนปราสาทพิศาล คือ พิมานมนเทียร อาเกียรณ์แกมดอกแดง แสงดุจปัทมราค ภาคใบเขียวสรด คือมรกตรุ่งเรือง ดอกเหลืองเพียงทองสุก ขาวดุจมุกดาดาษ โอภาสพรรณพิจิตร พิพิธภูมิลำเนา งาม เอาใจใช่น้อย คล้อยลงถึงดินต่ำ เลงสบส่ำพฤกษา งามพอ ตาตาดู เพราะพอหูหูฟัง นกประนังกันร้อง เพราะไพรก้อง ป่าก้อง เพรียกพื้นพงพี ฯ

ร่าย

๘๙ เสียงโนรีสาริกา สัตวาฝูงดุเหว่า แขกเต้าเคล้าคลิ้ง โคลง นกเอี้ยงโองคู่เคียง เสียงแซงแซวภูรโดก โคกม้า ม่ายนางนวล กระสาสรวลกระสันต์ กางเขนขันแผ่แพน แอ่น อกจอกจิบกด ขุนยูงชดขนฟ้อน กระหย้อนหางฟฟาย นาง ยูงรายรอบเฝ้า ทรายทองเคล้าคู่เคียง ระมั่งเมียงม่ายคู่ เกลื่อนกล่นอยู่คคล่ำ บรู้กี่ส่ำกี่สาร เห็นตระการสรนุก จริวจราวซุกจรจรัล บรู้กี่พรรค์ปูปลา นกหกดาดาษอยู่ หงส์เหิรสู่สระสรง เป็ดน้ำลงลอยล่อง ทุงทองท่องจรจรัล จากพรากพรรค์ูฟูมฟอง คับแคครองคู่หว้าย ดอกบัวผ้ายจับ บัว ภมรมัวเมาซราบ อาบลอองเกสร สลอนบุษบาบาน ตระการดอกบัวแดง แฝงบัวขาวคลี่คล้อย สร้อยสัตบรรณ บงกช รรวยรสกลิ่นจงกล นิโลตบลโกมุท อุบลบุษบัว เผื่อนฉลับ ป่ากลัวกลับกลายสรนุก สำราญสุขเปรมปรีดิ์ ช้างเร็วรี่ีผาดผัง ถึงวังใกล้ปราสาท รับขวัญราชธิดา ขวัญ สองมาสมสู่ อยู่กับองค์อ่อนไท้ ไฟแดดอย่ารู้ไหม้ ไข้อย่ารู้ถึง แม่เลย ฯ

โคลง ๒

๙๐ คำนึงใดอย่าแคล้ว          ลุลาภโดยใจแก้ว
อยู่เคล้าฤๅคลา                   หนึ่งเลย ฯ


ตั้งโรงพิธีรับปู่เจ้า
ร่าย

๙๑ ส่วนธิดาทั้งสอง ตั้งเตียงทองรองราชอาสน์ พิดาน ดาษดัดบน เทียบขนนเขนยตระสัก ม่านปักแพร้วแพรพรรณ สรรพของหอมหาได้ สรรพดอกไม้หาถ้วน ล้วนแก้วต่าง ข้าวตอก ช่อดอกไม้เงินทอง ของกินสรรพอาหาร ตระการ แกล้มเหล้าเข้า แต่งไว้รับปู่เจ้า ว่าแต่งไว้รับขวัญ ฯ

โคลง ๒

๙๒ ไป่ทันว่าจะแจ้ว             พระปู่เจ้ามาแล้ว
ก่อนแล้ถึงเรือน ฯ

ร่าย

๙๓ เห็นหาวเหมือนจรคลุ้ม ชรอุ้มบนเวหา สองสงกาจะไจ้ สองประนมมือไหว้ รอยปู่เจ้าเรามา ฯ

โคลง ๒

๙๔ แลหาสองพี่เลี้ยง           เห็นแต่ไกลมาเพี้ยง
ดั่งได้กินเมือง ฯ
๙๕ ประนังเนืองนั่งเฝ้า          ข้าจึ่งลงช้างเข้า มากราบไหว้สองนาง ฯ
๙๖ สองแลพลางสองไหว้      ใดดั่งนี้รอยไท้
ปู่เจ้าเราฤๅ ฯ
๙๗ เขาว่าคือท่านแท้           พระปู่เสด็จมาแล้
อย่าได้สงกา ฯ
๙๘ มาจะอาราธน์ปู่เจ้า         กรประนมตั้งเกล้า กราบไหว้ทั้งหลาย ฯ
๙๙ ปรายข้าวตอกดอกไม้      ถวายธูปเทียนทองไหว้ กราบเกล้าสดุดี ฯ
๑๐๐ พระมียศยิ่งฟ้า              ขอพระเอนดูข้า
ท่านให้เห็นองค์                   ท่านนา ฯ


ปู่เจ้าสำแดงตน
โคลง ๔

๑๐๑ สองผจงอาราธนไหว้           อารักษ์
ขอท่านแสดงสิทธิศักดิ์               อย่ากั้ง
ขอเปนที่พำนัก                         นิตยแด่ เผือนา
ขอพระปู่เจ้าตั้ง                         แต่งให้เปนตัว ฯ

๑๐๒ บัดเดี๋ยวพระปู่ให้                เห็นองค์ ท่านนา
งามรูปงามโฉมยง                      อะเคื้อ
บผอมบพีทรง                           บหนุ่ม งามนา
บแก่ผมผิวเนื้อ                          ปากคิ้วตาตรู ฯ

๑๐๓ สองเจ้าเห็นปู่เจ้า                สองชม ชื่นนา
สองกราบกรบังคม                      เคี่ยมไหว้
สองถวายเครื่องอุดม                   สบสิ่ง แลนา
ผจงแต่งบูชาไท้                        ปู่เจ้าจงเอา ฯ

๑๐๔ ปู่เห็นสองเจ้าเพ่ง               ภักดี อยู่นา
ใจปู่ปองปรานี                          หนุ่มเหน้า
ปู่เอากระยาศรี                          ผจงแต่ง ถวายนา
เห็นปู่รักสองเจ้า                       พี่น้องยินดี ฯ

๑๐๕ แล้วสองกราบไหว้บ่ำ           บวงสรวง ท่านนา ความยากแถลงทั้งปวง                ถี่ถ้อย
ขอพระช่วยชูทรวง                     ทุกข์เทวษ ไส้พ่อ
ลุลาภเขือข้าข้อย                      ท่าได้โดยจง ฯ

๑๐๖ จักถวายแก้วเก้าโกฏิ           เงินทอง
แลสิ่งแลเกวียนกอง                   ลาภให้
วัวควายเผือกเขาทอง                 หงส์ห่าน หมูนา
เป็ดไก่เหล้าเข้าไหว้                  ปู่เจ้าแทนคุณ ฯ

๑๐๗ ปู่ฟังปู่ว่าอ้า                      อดสู บารนี
สองอย่าบนบานตู                     เกลียดจ้าง
ภักดีสิ่งเดียวดู                          ดียิ่ง ดีนา
ความโรคเขือจักร้าง                   อย่าร้อนใจเขือ ฯ

๑๐๘ ใช่กลผีไส้ขาด                 มเมอมา อยากนา
เร่ร่อนขวนขวายหา                    เตร่ต้อง
ขุกเท็จกล่าวมารษา                   จำท่าน บนนา
ทำบาปมาเลี้ยงท้อง                   ร่างร้ายฤๅอาย ฯ

๑๐๙ เรานี้เราเทพเจ้า                จอมผา ไส้นา
เขาใส่สมญาเรา                       ปู่เจ้า
แรงบุญส่งสนองมา                   พูนเพิ่ม แลแม่
เสวยพิภพล้านเข้า                    ชั่วฟ้าล่มกัลป์ ฯ

ปู่เจ้ากรุณา

๑๑๐ สิทธิฤทธิเรืองเดชน้อย       ผลบุญ ส่งนา
สร้างกุศลเปนทุน                      บ่ร้อน
สมบัติดั่งมีกุล                          ไหลหลั่ง มานา
สรรพพิภพช้าช้อน                    เลิศล้วนสมบูรณ์ ฯ

๑๑๑ ปู่เห็นสองเจ้าปู่                ปรานี นักนา
จักช่วยสองกษัตรีย์                  อย่าร้อน
จักเชิญพระลอลี                      ลาสู่ สองนา
สองแม่อย่าไข้ข้อน                  อยู่ถ้าฟังสาร ฯ

๑๑๒ สองไหว้สองกราบเกล้า     สองถาม
ยังเท่าใดขุนงาม                     จักเต้า
ปู่เฉลยใช่คนทราม                  คนชั่ว นะแม่
ขุนขี่เกล้าหน่อเจ้า                   แผ่นผู้มีบุญ ฯ

๑๑๓ หมอเถ้าหมอแก่แก้           คุณความ มากนา
จักกำหนดโดยถาม                 ไป่ได้
หลานเอยค่อยพยายาม             ฤๅรอด เราเลย
บร่างนานนักไท้                      ธิราชผ้ายถึงเรา ฯ

โคลง ๒

๑๑๔ สองนงเยาว์เคร่าถ้า          แม้ว่าเห็นพระช้า
จึ่งให้ไปเตือน                        ปู่เทอญ ฯ
๑๑๕ เตือนสองสระเกศแก้ว       พระประสิทธิ์ให้แล้ว ปู่เจ้าลาสอง ฯ
๑๑๖ มองตาเมิลปู่ผ้าย              หายบัดเดี๋ยวเห็นคล้าย คลาศเพี้ยงลมลิว ฯ

ร่าย

๑๑๗ เฉียวฉิวถึงที่อยู่ ปู่เอาไม้เลี้ยงไม้ไล่ ไม้ไผ่ไขว่ลูกลม เขียนพระตนกลมอยู่กลาง เขียนสองนางข้างแลองค์ สอง อนงค์กอดรูปท้าว โนมน้าวชักชวนมา ยันต์มายารายรอบ รายขอบทั้งสี่คู่ ปู่ชปณมนต์เมิลไม้ ยางใหญ่ได้เจ็ดอ้อม ปู่ปั่นมือตีค้อม ยอดตั้งติดดิน ฯ

ร่าย

๑๑๘ ครั้นยางยินคำปู่ ใจพระลออยู่บมิกลม ปู่เอาลูกลม ปักปลายยาง วางมือบัดเดี๋ยวดาย ปลายไม้ผายยยัน ใบไม้ ผันยย้าย คล้ายลุกตรงตระบัด ลมพัดลูกลมผัน กลกังหันคคว้าง ลอบพิตรเจ้าช้าง ปั้นเพี้ยงลมผัน ฯ

พระลอสุบิน
โคลง ๔

๑๑๙ ฝันเห็นพระเพื่อนไท้        แพงทอง
สองแนบนอนแนมสอง             ตราบไท้
สองศรีสอดกรตระกอง             กอดราช แลนา
ชวนชักไปไล้ไล้                    สู่บ้านเมืองสรอง ฯ

โคลง ๒

๑๒๐ พระทองผทมตื่นขึ้น สทึ่นเที้ยรสรอื้น ประหว่าโอ้โหยหา

ร่าย

๑๒๑ บ่คลาสมปฤดีบพิตร พระสนมสะกิดกันดู เห็นพระภูธร พิการ จึ่งเอาสารพิกล ดลแด่ภควดี ชนนีนาถรู้ข่าว ร้อน ผผ่าวหฤทัย ธไปยังลูกบพิตร ท้าวธเห็นผิดแก่ตา ธ ก็ว่า บาบงกชจอมใจ พ่อเปนใดแก่อกแม่ ท้าวก็ทูลแด่แม่ ณ หัว วันนี้ตัวขาสั่น ใจข้าปั่นผัดผัน คืนนี้ฝันเห็นถนัด ว่าสอง กษัตริย์เพื่อนแพงทอง นอนแนบสองข้างข้า หน้าแนบหน้า อิงอร สองสอดกรกอดเกื้อ โลมลูบเชื้อเชิญไป ใจข้า ไหวดังจะผก อกข้าปั่นดังจะคว่ำ ทุกข์บรู้กี่ส่ำ่ำแสนเศร้า จักใคร่เต้าไปหา เยียวลูกลาแม่ ณ เกล้า ขอบพิตรพระเจ้า ท่านท้าวเอนดู ลูกรา ฯ