ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน

Flower for Algernon

ผู้แต่ง : Daniel Keys 1959
ผู้แปล : ยงยุทธ์ ยุทธวงศ์ ๒๕๒๒


INDEX BOTTOM NEXT



แนะนำนักเขียน

               Daniel Keys นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน เกิดที่เมืองบรูคลีน เมื่อ ค.ศ.๑๙๒๗ เคยทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการผู้ช่วยให้นิตยสาร Marvel Stories เมื่อ ค.ศ.๑๙๕๐
               ผลงานด้าน ' นิยายวิทยาศาสตร์' ของเขามีไม่มากนัก ที่แฟน ๆ จำได้ก็มีเรื่องสั้นขนาดยาวชื่อ ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน หรือ Flower for Algernon ….. และแฟน ๆ หนังยังคงจำได้ว่า ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน เรื่องนี้ก็คือหนังเรื่อง Charly ที่ คลิฟ โรเบิร์ตสัน เล่นเป็นตัว ชาร์ลี จนได้รับรางวัลตุ๊กตาทองไปในฐานะผู้แสดงนำยอดเยี่ยม

               ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน ลงพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร The Magazine of Fantasy and Science Fiction เมื่อ ค.ศ. ๑๙๕๙ และได้รับรางวัล Hugo Award อันเปรียบเสมือนเป็น 'รางวัลโนเบล' สำหรับวงการนักเขียน 'นิยายวิทยาศาสตร์'

               ต่อมา Daniel Keys ได้นำ ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน ซึ่งครั้งแรกเขียนเป็นเรื่องสั้นขนาดยาว มาขยายให้ยาวเป็นนิยายชื่อเดียวกัน โดยพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.๑๙๖๖ ผลงานของเขา เท่าที่จำได้ ยังมีนิยายของเขาอีกเล่มหนึ่งชื่อ The Touch พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.๑๙๖๘ และหลังจากนั้นข่าวคราวของเขาก็เงียบหายไปจากวงการ …

               …ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน เมื่อตอนเป็นหนังเรื่อง Charly นอกจากรางวัลตุ๊กตาทองสำหรับผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมแล้ว หนังเรื่องนี้ซึ่งกำกับโดย ราล์ฟ เนลสัน ยังได้รับรางวัล Nebular Award ในฐานะ "หนังวิทยาศาสตร์"ยอดเยี่ยมประจำปี ๑๙๖๘ อีกด้วย

บางตอนจาก'แนะนำนักเขียน'
ใน ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน รวม 'นิยายวิทยาศาสตร์' ที่สรรแล้ว
คำนำโดย สุชาติ สวัสดิศรี ๒๕๒๒


 




ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน
Flower for Algernon



๕ มีนาคม ๑๙๖๕

               หมอสตราวบอกว่า ฉันควนเคียนอะไรกอได่ที่นึกได่ แลทุกย่างที่เกิดคึนกับฉันตังแตนี่ไป ฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาบอกว่ามันสำคันเพาะเขาจะตัดสินว่าจะเอาฉันไม ฉันวังไห่เขาเอา    คุนคินเนียนบอกว่าเขาอาดจะทำไห่ฉันเก่งได่ ฉันหยากเก่ง ฉันชือ ชาลี กอดอน ฉันอายุ ๓๗ แลเมื่อ ๒ อาทิดก่อนเปนวันเกิดฉัน ไม่มีอะไรจะเคียนแล่ว จะจบละ วันนี่…

 



๖ มีนาคม ๑๙๖๕

               วันนีฉันไปสอบ รู้สึกว่าจะตก แลฉันว่าเขาคงจะไม่เอาฉันละ คือว่ามีพูชายรูบล่อไนห้อง ถืกะดาดแขงขาวมีหมึกหกหยู่ เขาบอกชาลีเหนอะไรบนกะดาดนี่ไม ฉันตกใจกัวทังที่มีเคื่องรางในกะเป๋า เพาะตอนเปนเดก ฉันสอบตกไนโรงเรียนสะเมอ แลฉันทำหมึกหกด่วย

               ฉันบอกเขาว่าเหนรอยหมึก เขาบอกไช่ ฉันกอดีใจ นึกว่าจบแลว แต่พอลุกคึนเขาห่าม เขาบอกเดียวนั้งลงก่อนชาลี ยังไมจบ แลวฉันจำไมค้อยได่ แต่เขาหยากไห่ฉันบอกไนหมึกมีอะไร ฉันบอกไมเหนมีอะไร แต่เขาบอกมีรูบหยู่ คนอื่น ๆกอเหนรูบ ฉันไมเหนรูบอะไร ฉันพยามมองจิง ๆฉันถืกะดาดไก้ ๆแลกอไก ๆ แลวฉันบอกว่าถ่ามีแวนจะเหนดีกว่า ฉันไส่แวนดูหนังกะดูทีวีเทานั่น แต่ฉันบอกว่าแวนหยู่ไนห่องเกบของ ฉันไดแวนมาแลว ฉันบอกขอดูกะดาดอีกที พะนันกอได่ว่าที่นี่เหนรูบแน่

               ฉันพยามมากแต่กอยังไมเหนรูบอะไร เหนแต่หมึก ฉันบอกสงสัยต่องทำแวนไหม่แลวละ เขาเคียนบนกะดาดแลวฉันกัวจะสอบตก ฉันบอกเขาว่ารอยหมึกสวยดี มีจุด เลก ๆ รอบ ๆขอบ เขาดูผิดวังบอกว่าไมไช่ ฉันบอกขอลองอีกที ฉันจะนึกได่แน่ ขอเวลาอีกสองสามนาที เพาะบางทีฉันทำอะไรไมค้อยเรว ฉันอ่านนังสือช้าด่วย เวลาเรียนกับคุนคินเนียนไนชันสำรับพูไหย่ทีเรียนช้า แต่ฉันกอพยามมาก ๆ เขาไห่โอกาดฉันอีกที ไห่กะดาดแขงมาไหม่ มีหมึกหกหยู่สองหย่าง แดงกับนำเงิน

               เขาดีมากแลพูดช้า ๆเมือนคุนคินเนียน แลอทิบายว่ามันเปน รอชอก* เขาบอกว่าจะเหนรูบไนหมึก ฉันถามว่าไหน ๆ เขาบอกว่าคิดดี ๆซิ ฉันบอกว่าคิดเปนหมึกหยด แต่กอไมถูก เขาบอกว่ามันทำไห่คิดถึงอะไร นึกไห่เปนอะไรสักหย่าง ฉันลับตาตังนานจะนึกไห่เปนอะไร ฉันบอกว่านึกไห่เปนปากกาหมึกซึม มีหมึกไหลออกมาเปือนผ้าปูโตะ แลวเขาลุกคึ่น แลวเขาเดินออกไป ฉันคิดว่าคงไม่ผ่านสอบ รอชอก หรอก

 



๗ มีนาคม ๑๙๖๕

               หมอสตราวแลหมอนีเมอบอกเรืองหยดหมึกไมเปนไรหรอก ฉันบอกเขาว่า ฉันไมได่ทำหมึกหกบนกะดาด แลไมเหนอะไรไนหมึก เขาบอกว่าคุนคินเนียนไมเคยสอนอะไรฉันหย่างนี มีแต่สะกดแลอ่าน เขาบอกคุนคินเนียนบอกว่าฉันเปนนักเรียนที่ดีทีสุดไนโรงเรียนพูไหย่กางคืน เพาะฉันพยามมากทีสุดแลฉันหยากเรียนจิง ๆ เขาบอกเธอไปโรงเรียนได่ยังไงคนเดียวนะชาลี เธอรูจักได่ยังไง ฉันบอกฉันถามพูคน แลมีคนบอกว่าจะไปหาทีเรียนอ่านแลสะกดดี ๆได่ทีไหน เขาถามหยากไปทำไม ฉันบอกเพาะฉันหยากฉะลาดมาสะเมอเลย ไม่หยากโง่ดอก แต่ฉะลาดได่ยาก เขาบอกเธอรู้ไมว่า มันจะชัวคราวเท่านั่น ฉันบอกรู้ คุนคินเนียนบอกแลว จะเจบฉันกอไมว่า

             ต่อมาฉันมีสอบแปก ๆอีก พูหยิงไจดีทีเปนคนสอบฉันบอกชื่อสอบ แลฉันถามวาสะกดยังไง จะได่เขียนไนไรงานถูก สอบจิตสำนึกตามแนว ฉันไมรู้จักสองคำหลัง แต่รู้ว่า สอบ แปว่าอะไร ต่องสอบไห่ผ่าน ไม่กอได่คะแนนต่ำ สอบคาวนี่ง่าย เพาะฉันมองเหนรูบได่ แต่คาวนี่เธอไม่ยักไห่ฉันบอกรูบเธอ ฉันเลยงงหยู่ ฉันบอกพูชายเมื่อวานไห่บอกว่าเหนอะไรไนหมึก เธอบอกไมสำคัน เธอบอกไห่แต่งเรื่องเกี่ยวกับคนไนรูบ ฉันถามว่าจะไห่เล่าเรื่องเกียวกับคนทียังไมเคยพบเคยเหนเลยได่ยังไงกัน ฉันบอกทำไมฉันต่องโกหกด่วย ฉันไมพูดโกหกอีกแลวนะ เพาะถูกจับได่ทุกที

              เธอบอกไอ้สอบนี่แลอีกอัน ไอ้ รอชอก นั่น มันทำไห่รู้ถึงลักสะนะของจิดไจ ฉันหัวรอเสียไหย่ บอกจะไปรู่ได่ยังไงจากหยดหมึกกะรูบถ่าย เธอชักเคืองแลเกบรูบไป ฉันไมเหนแค เรื่องบ้า ๆฉันว่าฉันกอคงสอบนี่ตกด่วย

               ทีหลังมีคนสวมเสื่อขาว ๆ มาพาฉันไปอีกแห่งนึงไนโรงยาบาน แลไห่ฉันเล่นเกมแบบแข่งกะหนูขาว ๆหนูนั่นชื่ออัลเจอนอน อัลเจอนอนหยู่ไนหีบมีทางลดเลี่ยวแยะ ๆ เหมือนกำแพงแยะ ๆ แลเขาไห่ดินสอกะกะดาดฉัน มีเส้นแลวงหยู่แยะ ๆ ทีด้านหนึงเขียนว่า เริ่ม แลอีกด้านหนึงเขียนว่า จบ เขาบอกว่านี่มัน วกวน แลอัลเจอนอนกะฉันมีของวกวนเมือนกันไห่ทำ ฉันไม่เหนว่ามันจะวกวนเมือนกันได่ยังไง ไนเมื่ออัลเจอนอนได่หีบ แลฉันได่กะดาด แต่ฉันกอไม่ได่ว่าอะไร แลกอไมมีเวลาด่วย เพาะเริ่มแข่งกันเลย

            มีคนหนึงที่นั่นมีนาลิกาหยู่ แต่แอบไว่จะไม่ไห่ฉันเหน ฉันเลยพยามไม่มอง เลยทำไห่ตื่นเต่น       สอบนั่นทำไห่ฉันรูสึกแย่กว่าสอบหย่างอื่น ๆทังหมด

เพาะเขาไห่สอบสิบที มีไอ้ วกวน ไหม่ไม่ซ้ำกัน แลอัลเจอนอนชะนะทุกที ฉันไม่ยักรู้มาก่อนว่าหนูจะฉะลาดหย่างนี่ คงอาดจะเพาะอัลเจอนอนเปนหนูขาวกอได่ หนูขาวนี่อาดจะฉะลาดกว่าหนูอื่น ๆนะ





๘ มีนาคม ๑๙๖๕

               เขาจะเอาฉันละ ฉันดีไจเหลือเกินจนแทบจะเขียนไม่ได่ ทีแรกหมอนีเมอ แลหมอสตราว เถียงกันเรื่องนี่ก่อน หมอนีเมอหยู่ไนห้องทำงานตอนหมอสตราวพาฉันเข่าไป หมอนีเมอไม่ค่อยสะบายไจนักที่จะเอาฉันนี่ แต่หมอสตราวบอกว่าคุนคินเนียนแนะนำว่าฉันดีทีสุดไนบันดานักเรียนของเธอ ฉันชอบคุนคินเนียนเพาะเธอเปนคูทีเก่งมาก แลเธอบอก นี่ชาลีนะ เธอมีโอกาดคั้งที่สอง ท่าเธอสมักไจร่วมกานทดลองนี่ เธออาดจะฉะลาดคื่น เขาไมรู้ว่าจะฉะลาดตะลอดไปหรือไม่ แต่กอมีทาง ฉันเลยบอกตกลงทังที่กัวเมือนกัน เพาะเธอบอกว่าตองมีกานพ่่าตัด เธอบอกหย่ากัวไปเลย ชาลี เธอทำได่มาตั่งเยอะแล่วทังที่มีขมองหยู่น้อย ฉันว่าเธอสมควนได่ความฉะลาดนี่มากที่สุด แลฉันตกไจที่เหนหมอนีเมอกับหมอสตราวมีเรืองทะเลาะกันนี่ หมอสตราวบอกฉันนี่มีอะไรดีมากหยู่ เขาบอกฉันมี แรงกะตุน ดี ฉันไมยักรู้ว่ามีไอ้แรงนี่ ฉันรู่สึกพูมไจตอนเขาบอกว่าคนที่ ไอคิ้ว ๖๘ ไมมีไอ้แรงนี่ทุกคนดอกนะ ฉันไมรู่ว่ามันเปนแรงอะไร หรือไปได่มันมาจากไหน แต่เขาบอกอัลเจอนอนกอมีเมือนกัน แรงกะตุน ของอัลเจอนอน คือเนยแขงที่เขาไส่ไว่ไนหีบ แต่คงไม่ไช่นะ เพาะฉันไม่ได่กินเนยแขงเลยอาทิดนี่ แลวเขาพูดอะไรกะหมอนีเมอกอไมรู้ ฉันไม่เข่าไจ ฉันเลยจดคำทีเขาพูดกันมา เขาว่าหมอนีเมอ ผมรู่น่าว่าชาลีไม่ไช่คนที่คุนหยากไห่เปนคนแรกไนบันดามะนุดกายะสิดปัน-(ฟังไม่ออก)รุ่นไหม่ของคุน แต่คนส่วนมากที่มีพูมปัน-ต่ำมักไม่ค่อยเปนมิด แลไม่ไห่ความร่วมมือ ส่วนมากมักซึม ไม่กะปี้-แลเข่าถึงกันได่ยาก แต่คนนี้มีทำมะชาดที่ดี มีความสนไจแลหยากเอาไจคน หมอนีเมอบอกจำไว่นะ เขาจะเปนมะนุดคนแรกที่มีกำลังสมองเพิ่มขึ่นเปนสามเท่าโดยกานพ่าตัด หมอสตราวบอกกองั้นซิ ดูซิ เขาได่เรียนอ่านแลเขียนได่ดีแคไหนเปนความสำ-อันยิงไหย่สำรับคนที่มีอายุปันยาต่ำหย่างเขา เมือนคุนกับผมเรียนทิดสะดี-พาบของไอสะไตโดยไม่มีคนช่วย นี่สะแดงว่าเขามีแรงกะตุนที่แขงมาก ท่าเปียบ-กันแลวกอเปนความสำ-อันมะโห-ผมว่าควนเอาชาลีนะ ฉันจับคำไม่ได่หมด แลเขาพูดกันเรวเกินไป แต่ค้ายกับวาหมอสตราวเข่าค่างฉันแลอีกคนไม่ แลวหมอนีเมอพะยักน่าบอกว่าตกลง คุนอาดถูกกอได่ เราจะเอาชาลี พอเขาพูดหย่างนั่นฉันดีไจมาก ฉันกะโดคึ่นจับมือเขาทีดีกะฉันเลือเกิน ฉันบอกขอบคุนมากคุนหมอ คุนจะไม่ต่องเสียไจดอกที่ไห่โอกาดคั้งทีสองกะผม แลฉันเชื่อหย่างนั้นจิง ๆ หลังกานพ่าตัดฉันจะพยามเปนคนฉะลาด ฉันจะพยามมากจิง ๆี

 



ไรง.๕ -๑๐ มีนา


               ฉันกัวจัง คนทำงานที่นีตังลายคน แลนางยาบาน แลคนที่สอบฉันมาหาฉัน เอาขนมมาไห่ แลขอไห่ฉันโชกดี ฉันกอหวังว่าจะโชกดี ฉันมีพวกเคื่องรางของขังหยู่เยอะแยะเลย แต่แย่มีแมวดำเดินผ่านตอนฉันมาที่โรงยาบาน หมอสตราวบอกหย่าเชื่อเรืองโชกลาง ชาลี นี่เปนวิดทะยาสาด แตยังไงฉันกอจะเก็บเคืองรางเอาไว่ละ ฉันถามหมอสตราวว่า หลังกานพ่าตัดแลวจะแข่งชะนะอัลเจอนอนไหม เขาบอกอาดจะชะนะ ถ่าการพ่าตัดได่ผน ฉันจะไห่ไอ้หนูนั่นรู้ซะว่าฉันกอเก่งเท่ามันได่ หรือเก่งกว่าด่วย แลวฉันจะอ่านได่ดีคึ่น สะกดคำดีแลรู่เรื่องแยะ ๆแลเมือนคนอื่น ๆซะที ฉันหยากเก่งเมือนคนอื่น ๆถ้าได่ผนตะลอดไป เขาจะทำไห้ทุกคนฉะลาดทั่วโลกนี่เลย เขาไมไห่ฉํนกินอะไรเลยเช่านี้ ฉันไม่รู่ว่ากานกินนี้มันเกี่ยวกับจะฉะลาดคึ่นได่ยังไง ฉันหิวจัง แลหมอนีเมอเอาก่องขนมฉันไป หมอนีเมอนี่เปนคนขี้บ่นจัง หมอสตราวบอกหลังพ่าตัดจึงจะได่คืน จะกินก่อนกานพ่าตัดไม่ได่……..

 




รายงานความก้าวหน้าที่ ๖

๑๕ มีนา

               กานพ่าตัดไม่ยักเจ็บ เขาทำกันตอนฉันหลับหยู่ มีคนเอาผ้าพันแผลออกจากตาแลหัวฉันวันนี้ ฉันจะได้เขียน รายงานความก้าวหน้า ได้ หมอนีเมอได้ดูที่ฉันเขียนมาแลวบ้าง แล้วบอกว่าฉันสะกด รายงาน ผิด แลบอกว่าเขียนถูกยังไง แล ความก้าวหน้า ด้วย ฉันต้องพยามจำไห้ได้ ฉันมีความจำแยมากเรืองสะกดนี่ หมอสตราวบอกดีแลว ที่เขียนบอกทุกหย่างทีเกิดคึ่นกับตัวฉัน แต่เขาบอกว่าไม่รู่จะคิดยังไง เขาบอกต้องพยามตะลอกเวลาที่ยังมีผ้าพันแผหยู่บนตา ฉันพยามคิด ไม่เหนเกิดอะไรคึ่นเลย ไม่รู่จะคิดเรื่องอะไร บางทีถ้าฉันลองถามเขาดู เขาจะบอกฉันได่ว่าคิดยังไง เพาะเดียวนี้ฉันควนจะฉะลาดคึ่นแลว คนฉะลาดเขาคิดเรื่องอะไรกันนะ เรืองคิด ๆฝัน ๆละมัง ฉันหยากรู้เรื่องคิด ๆฝัน มั่งจังเลย

 





รายงานความก้าวหน้าที่ ๗

๑๙ มีนา

               ไม่เหนมีอะไรเกิดขึ้นเลย ฉันมีสอบตังหลายครั้ง และมีเกมแข่งกับอัลเจอนอนหลายอย่าง เกลียดไอ้หนูนั่นจัง มันชะนะฉันทุกคั้งเลย หมอสตราวบอกฉันต้องเล่นเกมพวหนี้ แลบอกว่าอีกหน่อยจะต้องลองทดสอบที่เคยทำแล้วไปไหม่ ไอ้หยดหมึกนี่บ้าจัง และไอ้รูปพวกนั้นก็บ้าด้วย ฉันชอบวาดรูปผู้ชายและผูหญิง แต่ฉันจะไม่ยอมคิดฝันเรื่องอะไรที่มันไม่เป็นจริงนะ

               รู้สึกปวดหัว เพาะพยายามคิดมากเกินไป ทีแรกนึกว่าหมอสตราวจะคอยเป็นเพื่อนฉัน แต่เขาไม่เห็นช่วยอะไรฉันเลย เขาไม่เหนบอกว่าไห้คิดอะไรหรือว่าเมื่อไรฉันจะฉะลาด คุรคินเนียนก็ไม่เหนมาเยียมฉันเลย และฉันคิดว่าไอ้รายงานความก้าวหน้าอะไรนี่ก็บ้าด้วย

 




รายงานความก้าวหน้าที่ ๘

๒๓ มีนา

              ฉันจะกับไปทำงานที่โรงงานละ เขาบอกว่าฉันควนจะกับไปทำงานจะดีกว่า แต่ต้องไม่บอกใครว่าทำการพ่าตัดไปเพราะอะไร และฉันจะต้องกลับมาโรงยาบานทุกคืนหลังเลิกงานแล้วเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เขาจะจ่ายเงินไห้ฉันทุกเดือนเพื่อไห้เรียนไห้ฉะลาด

              ดีใจจังที่จะได้กับไปทำงานเพราะฉันคิดถึงงานแล้วละ และคิดถึงเพื่อน ๆและเรื่องสนุก ๆทั้งหลายที่นั่น

              หมอสตราวบอกว่าฉันควนจะเขียนต่อไปเรื่อย ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนทุกวัน เขียนเพียงวันที่คิดอะไรออกหรือมีอะไรพิเสดเกิดขึ้น เขาบอกว่าอย่าทอใจไปเลย เพราะมันจะกินเวลาและจะเกิดขึ้นช้า ๆ เขาบอกว่าก่อนที่อัลเจอนอนจะฉะลาดขึ้น ๓ เท่าก็ต้องกินเวลาตังนาน นั่นและอัลเจอนอนชนะฉันได้ก็เพราะได้รับกานพ่าตัดเหมือนกัน บอกอย่างนี้ทำไห้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้น ฉันอาดจะทำไอ้ วกวน นั่นเร็วกว่าหนูทำมะดาก็ได้ สักวันหนึ่งเถอะ ฉันอาดจะชนะอัลเจอนอนก็ได้ ถ้าเปนหย่างนั้นก็ยอดเลย แต่เท่าที่ผ่านมา ดูเหมือนอัลเจอนอนจะฉะลาดตะลอดไปนะ

 





๒๕ มีนา

                (ฉันไม่ต้องเขียนว่า รายงานความก้าวหน้า ข้างบนอีกต่อไปแล้ว เพียงส่งให้หมอนีเมออ่านครั้งละอาทิดก็พอ เพียงแต่ต้องไส่วันที่เท่านั้น ไม่เสียเวลาดี) ที่โรงงานวันนี้สนุกจังเลย โจคาปบอก เฮ้ยดูซิ ที่ชาลีไปพ่าตัดมา เขาทำอะไรกับแกหือชาลี ไส่สมองเข้าไปอีกน่อยหรือ ฉันเกือบเผลอบอกเขาไปแล้ว พอดีจำได้ว่าหมอสตราวห้ามไม่ไห้บอก แล้วแฟรงรายลีถามว่า ไปทำอะไรมาชาลี ลืมกุนแจหรือไง ต้องเอาหัวกะแทกเปิด ทำเอาฉันหัวร่อไหย่เลย พวกนี้เป็นเพื่อนแท้ของฉันและเขาชอบฉัน

                บางทีจะมีคนพูดทำนองว่า เฮ้ยดูโจ หรือ แฟรง หรือยอจ สิ มันทำเป็นชาลี กอดอนเลย ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาพูดกันหย่างนั้น แต่ก็จะหัวรอกันสเมอ เมื่อเช้านี้ เอมอส บอร์ก ที่เป็นหัวน่าคนงานที่ดอนเนแกน ก็ไช้ชื่อฉันเวลาที่ตะโกนไส่เออร์นี่เด็กส่งของ เออร์นี่ทำห้อของหายไปห้อหนึ่ง เขาบอกเออร์นี่ไห้ตายซิ แกพยายามจะเป็นชาลี กอดอนหรือไง ฉันไมเข้าใจว่าทำไมเขาพูดย่างนั้น ฉันไม่เคยทำห้อของหายเลย






๒๘ มีนา

               หมอสตราวเข้ามาในห้องฉันคืนนี้ เพื่อจะมาดูว่าทำไมฉันถึงไม่ได้ไปหาเขาอย่างที่ตกลงกันไว้ ฉันบอกว่าไม่อยากแข่งกับอัลเจอนอนอีกแล้วละ เขาบอกไม่ต้องแข่งไปอีกสักพักก่อนก็ได้ แต่ควนจะไปหาเขา เขามีของขวันไห้ฉัน แต่ไม่ไช่ของขวันจริง ๆหรอก ไห้ยืมเท่านั้น ฉันนึกว่าเป็นโทรทัดเล็ก ๆเสียอีก แต่ไม่ยักไช่ เขาบอกไห้ฉันเปิดมันเวลาจะเข้านอน ไครเคยได้ยินอะไรอย่างนี้บางไหม แต่เขาบอกถ้าฉันอยากฉะลาดก็ต้องทำอย่างที่เขาบอก ฉันบอกเขาว่าสงสัยจะไม่ฉะลาดขึ้นได้แล้ว และเขาก็เอามือมาวางบนไหล่ฉันและบอกว่า ชาลี คุนยังไม่รู้ตัวหรอก แต่คุนกำลังฉะลาดขึ้นตลอดเวลา คุนจะยังไม่สังเกตไปอีกสักพักหนึ่ง ฉันคิดว่าเขาพยายามปอบใจฉันไห้ฉันรู้สึกสะบายใจขึ้น เพราะฉันดูไม่เห็นฉะลาดขึ้นเลย

               อ้อ เกือบลืมไป ฉันถามเขาว่าเมื่อไรจึงจะกับไปเรียนที่โรงเรียนของคุนคินเนียนไหม่ได้ เขาบอกไม่ต้องไปอีกแล้ว เขาบอกอีกไม่นานคุนคินเนียนจะมาที่โรงยาบาน เพื่อเริ่มสอนพิเสดไห้ฉัน ฉันเคืองเธอทีเดียวที่ไม่มาหาฉันเมื่อตอนพ่าตัด แต่ฉันชอบเธอ เพราะชะนั้นเราคงกับเป็นเพื่อนกันไหม่

 





๒๙ มีนา


                ไอ้เจ้าทีวีบ้า ๆนั่นทำฉันไม่หลับตลอดคืนเลย ฉันจะหลับได้ยังไง มีอะไรบ้า ๆมาตะโกนกรอกหูอยู่ตลอดคืน แล้วก็ไอ้หนังบ้า ๆพวกนั้นด้วย แย่ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย แม้แต่ตอนตื่น แล้วจะไปรู้เรื่องได้ยังไงเวลาหลับอยู่

                หมอสตราวบอกว่าโอเค บอกว่าสมองของฉันกำลังเรียนเวลาหลับ และจะทำให้ฉันเรียนได้ง่ายขึ้นเวลาเริ่มเรียนกับคุนคินเ้นียนใหม่ที่โรงยาบาน (แต่ฉันเพิ่งได้รู้ความจริงว่าไม่ใช่โรงยาบาน แต่เป็นห้องปะติบัดกาน) ฉันว่าเรื่องนี้เหลวไหลทั้งเพ ถ้านอนหลับแล้วฉลาดขึ้นได้ ทำไมเราต้องไปโรงเรียนกันล่ะ ฉันว่าไอ้ทีวีนั่นจะไม่ได้ผนหลอก ฉันเคยดูทีวีจนดึกออกบ่อย ก็ไม่เห็นจะทำให้ฉลาดขึ้นเลย เออ แต่อาดจะต้องนอนหลับเวลาดูก็ได้นะี

 




รายงานความก้าวหน้าที่ ๙

๓ เมษายน

             หมอสตราวบอกให้ฉันปรับทีวีไม่ให้เสียงดังมากนัก จะได้หลับได้ ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย แล้วก็ยังไม่รู้ด้วยว่ามันพูดเรื่องอะไร บางทีฉันลองกลับมาเปิดมันใหม่ตอนเช้า จะดูซิว่าได้เรียนอะไรไปบ้างขณะที่นอนหลับอยู่ แล้วก็ไม่เห็นว่าจะได้เรื่องเลย คุณคินเนียนบอกอาจจะเป็นอีกพาสาหนึ่งก็ได้ แต่ส่วนมากฟังดูแล้วก็เหมือนกับพาสาเราทำมะดานี่เอง มันพูดเร็วจัง เร็วกว่าคุณโกลด์ ครูชั้น ป.๖ ของฉันเสียอีก และฉันจำได้ว่าครูนี่ก็พูดเร็วเสียจนเข้าใจตามไม่ได้อยู่แล้ว

               ฉันถามหมอสตราวว่าทำให้ฉันฉลาดตอนหลับจะดียังไง ฉันอยากฉลาดตอนตื่นนอนต่างหาก เขาบอกเหมือนกัน และฉันมีจิตสองชนิด มี จิตใต้สำนึก และ จิตสำนึก (สะกดอย่างนี้) และอันหนึ่งก็ไม่บอกอีกอันหนึ่งด้วยว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันไม่คุยกันด้วยซ้ำ นี่แหละเหตุผลที่ว่าทำไมถึงฝัน แล้วก็ฝันบ้าจังเสียด้วย ตั้งแต่มีไอ้มีวีกลางคืน-ไอ้รายการดึกแสนดึกนี่

                ลืมถามไปว่าไอ้ที่มีสองจิตนี่ มันฉันคนเดียวหรือคนอื่น ๆ ทุกคนด้วย (ฉันเพิ่งเปิดดูคำนี้ในปทานุกรมที่หมอสตราวให้ฉันมา คำว่า ใต้สำนึก เป็นคุณศัพท์แปลว่า ที่เป็นของการทำงานของจิตใจโดยเราไม่รู้ตัว เช่น การขัดแย้งกันใต้สำนึกของความปรารถนาสองอย่าง) มีคำอทิบายมากกว่านี้อีก แต่ฉันก็ยังไม่รู้ความหมายของมันอยู่ดี ปทานุกรมเล่มนี้ไม่เหมาะสำหรับคนโง่ ๆ อย่างฉันหรอก ยังไงก็ตาม ไอ้ที่ปวดหัวนี่เพราะไปกินเลี้ยงมา เพื่อน ๆฉันที่โรงงาน โจ คาป และ แฟรง รายลี ชวนฉันไปกินเล่าที่บาร์มักซี ฉันไม่ค่อยชอบดื่มนักหรอก แต่เขาบอกสนุกดี ฉันก็สนุกดี

               โจ คาป บอกให้ฉันสแดงวิทีเช็ดพื้นห้องน้ำในโรงงานให้พวกผู้หญิงดู แล้วก็เอาที่ถูพื้นมา ฉันก็สอดงให้ดูและทุกคนก็หัวรอเวลาฉันบอกว่า คุณดอนเนแกนบอกว่าฉันเป็นพารโรงที่ดีที่สุด เพราะฉันรักงานและทำได้ดี ไม่เคยมาสายหรือขาดสักวัน นอกจากตอนผ่าตัดเท่านั้น

                ฉันบอกว่าคุณคินเนียนพูดอยู่เสมอว่า ชาลีจงพูมใจในงานของเธอ เพราะเธอทำได้ดี ทุกคนหัวรอและเราสนุกกัน และพวกนั้นก็ให้เล่าฉันกินตั้งเยอะ และโจบอกว่าชาลีเป็นตัวกาตูนเวลาถูกหลอก ฉันไม่รู้ว่ามันมายความว่าอะไร แต่ทุกคนชอบฉัน และเราสนุกกันก็แล้วกัน อยากฉลาดเหมือนเพื่อนรักของฉัน โจคาป กับ แฟรง รายลี เร็ว ๆจังเลย

                จำไม่ได้ว่างานเลิกเมื่อไร แต่คิดว่าฉันออกไปซื้อหนังสือพิมกับกาแฟให้โจกับแฟรงแล้ว พอกลับมาก็หายไปกันหมด ฉันเที่ยวตามหาอยู่จนดึกเลย แล้วก็จำอะไรไม่ค่อยได้ แต่คิดว่าฉันง่วงหรือไม่สบายอะไรซักอย่าง ตำรวดใจดีพาฉันกลับมาบ้าน คุณนายฟลินเจ้าของบ้านเช่าเล่าให้ฉันฟังอย่างนี้

                 แต่ฉันปวดหัวและหัวโนเบ้อเร่อและฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัวเลย สงสัยว่าคงหกล้มมา แต่โจคาปบอกตำรวดตี ชอบตีคนเมา แต่ฉันว่าคงไม่มัง คุณคินเนียนบอกว่าตำรวดมีน่าที่ช่วยเหลือปะชาชน จะยังไงก็ตามฉันก็ปวดหัวมาก และไม่สบายและเจ็บไปทั้งตัว ทีนี้จะไม่กินเล่าอีกแล้วละ

 




๖ เมษายน

               ฉันเคี่ยนอัลเจอนอนได้แล้ว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเคี่ยนมันได้แล้วจนเบิตคนทดสอบบอกฉัน แล้วครั้งที่สองฉันแพ้เพราะตื่นเต้นเกินไปจนตกเก้าอี้ไปก่อนจบ แต่หลังจากนั้นฉันก็เคี่ยนเขาอีก ๘ ครั้ง ฉันคงจะต้องฉลาดขึ้นแล้วละถึงได้ชนะหนูฉลาดอย่างอัลเจอนอนได้ แต่ฉันไม่ยักรู้สึกฉลาดขึ้นแฮะ

         ฉันอยากจะแข่งกับอัลเจอนอนต่ออีก แต่เบิตบอกว่าวันนี้พอแล้ว เขายอมให้ฉันจับมันซักครู่หนึ่ง มันดีเหมือนกันนะ นุ่มยังกะปุยสำลีแน่ มันกะพิบตาและพอลืมตาก็สีดำ่ และมีขอบสีชมพู

ฉันบอกว่าขอให้อาหารมันได้ไหม เพราะรู้สึกสงสารที่เคี่ยนมัน และฉันอยากทำตัวเป็นมิต เบิตบอกไม่ได้ อัลเจอนอนเป็นหนูพิเสดได้รับกานผ่าตัดเหมือนกับฉันละ และมันเป็นสัตตัวแรกในหลายๆ ตัวที่ยังคงฉลาดอยู่ได้ตั้งนาน
               เขาบอกว่าอัลเจอนอนฉลาดมาก ต้องขบปัญหาให้ได้ทุกวันถึงจะได้อาหาร มันเป็นแบบกลอนประตูที่เปลี่ยนทุกทีที่อัลเจอนอนเข้าไปกินอาหาร ฉันรู้สึกสงสารเพราะถ้าเขาเรียนไม่ได้ก็จะต้องหิว ฉันว่าไม่ถูกหรอกที่จะต้องให้ทดสอบผ่านก่อนจึงจะได้กิน หมอนีเมอเองจะรู้สึกยังไงถ้าเขาต้องสอบอะไรให้ได้เสียก่อนทุกครั้งที่อยากกินข้าว ฉันคิดว่าฉันคงจะเป็นเพื่อนกับอัลเจอนอน

 




๙ เมษายน

              คืนนี้หลังงานเลิกแล้ว คุณคินเนียนอยู่ในห้องทดลอง เธอดูท่าจะดีใจที่เห็นฉัน แต่กลัวๆ ฉันบอกว่าอย่าเป็นห่วงเลยคุณคินเนียนฉันยังไม่ฉลาดหรอกและเธอก็หัวรอ เธอบอกว่าฉันเชื่อมั่นในเธอ ชาลี ดูจากการที่เธอพยายามมากที่จะอ่านและเขียนให้ดีกว่าคนอื่นๆ อย่างเลวที่สุดเธอก็จะได้ฉลาดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วเธอก็จะได้ทำอะไรให้เป็นประโยดกับวิดยาสาด

              เรากำลังอ่านหนังสือยากมากเล่มหนึ่ง ฉันไม่เคยอ่านหนังสือยากอย่างนี้มาก่อนเลยชื่อ โรบินสัน ครูโซ เกี่ยวกับคนที่ถูกปล่อยอยู่บนเกาะคนเดียว เขาเก่งมากและสามาดคิดอะไรออกทุกอย่างจนมีบ้านและหาอาหารได้และเขาว่ายน้ำเก่ง แต่ฉันรู้สึกเส้าเพราะเขาอยู่คนเดียวและไม่มีเพื่อนเลย แต่ฉันว่าคงต้องมีคนอื่นอยู่บนเกาะนี้อีก เพราะในรูบเห็นเขามีร่มแปลกๆ แล้วกำลังก้มดูรอยเท้าอยู่ ฉันหวังว่าเขาคงจะได้เพื่อนและไม่รู้สึกเหงาจนเกินไป

 




๑๐ เมษายน

คุณคินเนียนสอนให้ฉันสะกดดีขึ้น เธอบอกให้ดูคำทีละคำและหลับตา และพูดคำนั้นในใจซ้ำอยู่เรื่อยๆ จนจำได้ ฉันรู้สึกยากที่ต้องสะกดคำว่า ธาตุ และ ทาส ต่างกัน ที่เขียนว่า สามารถ แต่ไม่ยักอ่านว่า สา-มา-รด กลับต้องอ่านว่า สามาด ฉันเคยเขียนไอ้แบบหลังนี่ เมื่อก่อนที่จะเริ่มฉลาดขึ้น ฉันงงเหมือนกัน แต่คุณคินเนียนบอกว่าเรื่องสะกดเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตผล

 





๑๔ เมษายน

               อ่าน โรบินสัน ครูโซ จบแล้ว ฉันอยากรู้จังว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาต่อไปอีก แต่คุณคินเนียนบอกว่ามีอยู่แค่นั้น ทำไมนะ

 




๑๕ เมษายน

              คุณคินเนียนบอกว่าฉันกำลังเรียนได้เร็วมาก เธออ่านรายงานความก้าวหน้าไปบ้าง แล้วก็มองดูฉันอย่างแปลกๆ เธอบอกฉันเป็นคนดี และฉันจะได้ทำให้ทุกคนรู้หมดเลย ฉันถามว่าทำไม เธอบอกไม่เป็นไรแต่ฉันต้องไม่รู้สึกเสียใจถ้าพบว่าทุกคนไม่ดีอย่างที่ฉันคิดเอาไว้
              เธอบอกว่าสำหรับคนที่พระเจ้าปะทานพรมาให้น้อยอย่างฉันนี่ ฉันได้ทำอะไรๆ ไปมากกว่าคนอื่นที่มีสมองตั้งเยอะแต่กลับไม่เคยใช้เลย
               ฉันบอกว่าเพื่อนฉันทุกคนฉลาดและเป็นคนดี เขาชอบฉันกันทั้งนั้นและไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดี แล้วเธอมีอะไรเข้าตาก็ไม่รู้ และต้องวิ่งไปที่ห้องน้ำ

 




๑๖ เมษายน

               วันนี้, ฉันได้เรียน, ตัวลูกน้ำ, นี่คือตัวลูกน้ำ (,) คือ จุด, ที่มีหาง, คุณคินเนียน,บอกว่ามันสำคัน, เพราะว่า, มันทำให้การเขียน, ดีขึ้น, เธอบอกว่า, บางคน, ต้องเคยเสีย, เงินไปตั้งเยอะ, ถ้าตัวลูกน้ำ, ไม่อยู่, ใน,ที่ๆ ถูกต้อง, ฉันไม่มี, เงินเลย, และก็ไม่ยักเห็นว่า, ไอ้เจ้าลูกน้ำ, จะป้องกัน, ไม่ให้เสียเงินได้อย่างไร

               แต่เธอบอกว่า, ทุกคน, ต้องรู้จักใช้ลูกน้ำ, ชะนั้นฉันรจะใช้, มันด้วย,

 




๑๗ เมษายน


              ฉันใช้ตัวลูกน้ำผิดไป มันเป็นเครื่องหมายวรรคตอน คุณคินเนียนบอกให้ฉันเปิดดูคำยาวๆ ในปทานุกรมเพื่อเรียนสะกด ฉันบอกมันจะแปลกอะไรถ้าเราอ่านออกอยู่ดี เธอบอกมันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ฉันจะเปิดดูคำที่ฉันไม่แน่ใจว่าจะสะกดอย่างไรให้ทุกตัวเลย ทำอย่างนี่ทำให้เสียเวลาเขียนมาก แต่ฉันคิดว่าเดี๋ยวนี้ชักจำดีแล้ว เพียงแต่เปิดดูทีเดียวแล้วต่อจากนั้นก็จำได้ถูก ที่สะกดคำว่าเครื่องหมายวรรคตอน ได้ถูกต้องก็เพราะทำอย่างนี้ (เขียนอย่างนี้ในปทานุกรม)

                คุณคินเนียนบอกว่าตัวจุดก็เป็นเครื่องหมายวรรคตอนเหมือนกัน และมีเครื่องหมายอย่างอื่นต้องเรียนอีกเยอะ ฉันบอกเธอว่านึกว่าจุดทั้งหมดต้องมีหางด้วย แต่เธอบอกว่าไม่ใช่

               เราต้องผสมให้เครื่องหมายพวกนี้เข้าด้วยกัน, เธอสอน ? ฉัน"ให้รู้ว่า. ผสม ! มันอย่างไร (ไร,. แล้วทีนี้ ; ฉันจะสามารถ ! ผสมเครื่องหมายวรรคตอน" ทุกอย่าง, ใน!อะไรๆ ที่ฉันเขียน? มี, กฎต่างๆ ! ตั้งเยอะ? ที่ต้องเรียน : แต่ฉันชักจะเข้าใจแล้วละ

                มีอย่างหนึ่งที่ฉัน? ชอบเกี่ยวกับ, คุณคินเนียนที่เคารพ: (นี่เป็นวิธีเขียนแบบทางการ เผื่อฉันจะหันมาเอาดีทางทุระกิจบ้าง) คือเธอให้เหตุผล, ฉันได้เสมอ "เมื่อ - ฉันถามเธอเป็ฯอัดจริยะ ! ฉันอยาก ! เก่งมากๆ" อย่าง, เธอ,

(เครื่องหมายวรรคตอนนี่, สนุก; ดี !)

 

 




๑๘ เมษายน

               ฉันโง่อะไรอย่างนี้ ! ฉันไม่ได้เข้าใจที่เธอพูดเลย เมื่อคืนนี้ไปอ่านหนังสือไวยากรณ์ดูและได้คำอทิบายมาหมด แล้วถึงได้รู้ว่าเหมือนกับที่คุณคินเนียนพยายามบอก แต่ฉันไม่เข้าใจ ฉันตื่นขึ้นมากกลางดึก แล้วอยู่ๆ ก็เข้าใจหมดตอนนั้น
                คุณคินเนียนบอกเจ้าทีวีที่ทำงานตอนฉันหลับช่วยฉันไว้ เธอบอกว่าฉันขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว

                    หลังจากฉันได้คิดออกว่า ไอ้เครื่องหมายวรรคตอนนี่ใช้กันอย่างไรแล้ว ก็ลองอ่านรายงานความก้าวหน้าใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรก ไม่น่าเชื่อเลยว่าตัวสะกดและวรรคตอนของฉันจะชุ่ยอย่างนั้น !
                 ฉันบอกคุณคินเนียนว่าฉันควรจะแก้คำผิดต่างๆ หมดตั้งแต่หน้าแรกเลย แต่เธอบอก "ไม่ได้, ชาลี หมอนีเมอต้องการายงานอย่างที่เป็นอยู่นี้แหละ. เพราะอย่างนี้จึงได้อนุญาตให้เธอเก็บไว้หลังจากเอาไปถ่ายรูปอัดไว้แล้ว, เพื่อจะให้เธอเห็นความก้าวหน้าของตัวเอง. เธอกำลังก้าวหน้าเร็วมาก, ชาลี." พูดอย่างนั้นทำให้ฉันดีใจ
                   หลังจากเลิกเรียนแล้วฉันลงไปข้างล่าง เล่นกับอัลเจอนอน เดี๋ยวนี้เราไม่แข่งกันแล้วละ ี

 




๒๐ เมษายน

                 รู้สึกเจ็บข้างใน ไม่ใช่เจ็บแบบไปหาหมอ แต่มันรู้สึกโหวงเหวงในใจเหมือนถูกต่อยกับอาหารไม่ย่อยพร้อมๆ กัน

                  ตอนแรกไม่ได้จะเขียน แต่คงต้องเขียนเพราะมันสำคัญ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องหยุดงานอยู่กับบ้าน

                   เมื่อคืนนี้โจคาป และแฟรง รายลี ชวนฉันไปงานเลี้ยง สาวๆ เยอะแยะ แล้วก็มีผู้ชายจากโรงงานสามสี่คนฉันจำได้ว่าคราวที่แล้วกินเหล้ามากแล้วรู้สึกไม่สบายอย่างไร เลยบอกโจว่าไม่ต้องการกินเหล้า เขาเลยให้โคล่ามา รสมันเฝื่อนพิกล แต่คิดว่าเป็นรสเฝื่อนที่อยู่ที่ลิ้นฉันเองมากกว่า

                 งานสนุกอยู่พักหนึ่งทีเดียว โจบอกฉันควรเต้นรำกับเอลเลนแล้วเธอจะได้สอนจังหวะให้ ฉันหกล้มหลายครั้ง และฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงอย่างนั้นเพราะไม่เห็นมีใครเต้นรำอีกเลย นอกจากเอลเลนกับฉัน แล้วฉันก็ยังหกล้มตลอดเวลาเพราะมักจะไปสะดุดขาใครอยู่เสมอ แล้วพอลุกขึ้นมาเห็นสีหน้าของโจเลยรู้สึกปะลาดๆ ในท้อง "เขาตลกสิ้นดีเลย, มีสาวคนหนึ่งบอก ทุกๆ คนหัวเราะกันใหญ่ แฟรงบอก, "ฉันไม่เคยได้หัวร่ออย่างนี้มาก่อนเลยตั้งแต่วันที่เราใช้เขาไปซื้อหนังสือพิมพ์ที่มักซีเมื่อคืนนั้นแล้วหนีไปเลย"
                   "ดูซิ หน้าแดงใหญ่แล้ว"
                   "หน้าแดง ชาลีหน้าแดงละ"
                  "เอ๊ะ เอลเลนไปทำอะไรชาลีเข้านะ ไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างมาก่อนเลยนี่นา"


                ฉันไม่รู้จะทำอะไรหรือหันไปทางไหนดี ทุกๆ คนมองฉันเป็นตาเดียวและหัวเราะกัน และฉันก็รู้สึกเหมือนไม่ได้นุ่งผ้าอยู่ อยากแอบซ่อนที่ไหนจังเลย ฉันวิ่งออกไปที่ถนนข้างนอก แล้วอาเจียนออกมาจากนั้นเลยเดินกลับบ้าน ตลกดีที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโจและแฟรงและคนอื่นๆ ชอบให้ฉันอยู่ด้วยตลอดเวลา ก็เพื่อจะล้อเลียนนี่เอง


                ทีนี้รู้แล้วเวลาคนพูดว่า "ทำเป็นชาลี กอดอน" นั่นแปลว่าอะไร ขายหน้าจังเลย

 



รายงานความก้าวหน้าที่ ๑๑

๒๑ เมษายน

               ยังไม่ได้กลับโรงงานเลย ฉันบอกคุณนายฟลินเจ้าของบ้านเช่าให้โทไปบอกคุณดอนเนแกนว่าฉันป่วย คุณนายฟลินมองดูฉันด้วยสายตาแปลก ๆ หลัง ๆ นี้คล้าย ๆ กับกลัวฉันหรือยังก็ไม่รู้
                ฉันว่าดีเหมือนกันแหละที่รู้ว่าทุกคนหัวเราะเยาะฉันอย่างไร ฉันคิดถึงเรื่องนี้มากทีเดียว มันเป็นเพราะว่าฉันเซ่อและไม่รู้แม้กระทั่งว่ากำลังทำอะไรเซ่อ ๆ ผู้คนเห็นเป็นเรื่องตลกเวลาคนเซ่อทำอะไรอย่างคนอื่นๆ ไม่ได้
                 แต่ถึงยังไง ฉันก็รู้แล้วว่ากำลังฉลาดขึ้นทุกวัน ฉันรูจักเครื่องหมายวรรคตอนและสะกดได้ดี ฉันชอบเปิดดูคำยาก ๆ ในปทานุกรมแล้วจำไว้ ฉันอ่านหนังสือแยะเลย และคุณคินเนียนบอกว่าอ่านได้เร็วมาก บางทียังเข้าใจด้วยว่ากำลังอ่านเกี่ยวกับเรื่องอะไรอยู่ และก็จำได้มีหลายครั้งที่หลับตาแล้วคิดถึงหน้าหนังสือ แล้วจำได้หมดยังกับเห็นภาพถ่ายเลย

                 คุณคินเนียนบอกว่าฉันควรเริ่มเรียนภาษาต่างประเทศบ้าง นอกจากประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และคำนวณ หมอสตราวให้เทปฉันมากเปิดระหว่างนอนหลับเพิ่มขึ้นอีก ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าไอ้จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกทำอย่างไร แต่หมดสตราวบอกยังไม่ต้องห่วงหรอก เขาขอให้ฉันสัญญาว่า เวลาฉันเริ่มเรียนวิชาขั้นมหาวิทยาลัยอาทิตย์หน้า จะไม่อ่านหนังสือด้านจิตวิทยา---จนกว่าเขาจะให้อนุญาต

                   รู้สึกดีขึ้นมากเลยวันนี้ แต่คิดว่ายังโกรธหน่อยๆ ที่ตลอดมานี่ผู้คนหัวเราะเยาะและเห็นฉันเป็นตัวตลก เพราะไม่ฉลาดเท่า เวลาฉันฉลาดขึ้นเท่ากันที่หมดสตราวบอก คือมีไอ.คิว. เป็นสามเท่าของ ๖๘ ในขณะนี้ ฉันคงจะได้เหมือนคนอื่นๆ เสียที แล้วผู้คนคงจะชอบฉันและเป็นมิตรด้วย

                  ไม่ค่อยแน่ใจว่าไอ.คิว. คืออะไร หมอนีเมอบอกเป็นตัวที่วัดว่าฉลาดเท่าไร---เหมือนกับตาชั่งในร้านขายยา แต่หมอสตราวแย้งอย่างมาก และบอกว่าไอ.คิว ไม่ได้วัดความฉลาดเลย เขาบอกว่าไอ.คิว. เป็นตัวบอกว่าคนๆ นั้นจะสามารถฉลาดขึ้นมาเป็นเท่าใดเหมือนกับตัวเลขบนกระบอกตวง แต่ยังจะต้องเติมกระบอกนั้นให้เต็มอีก
                แต่แล้วพอถามเบิต คนที่ทดสอบสติปัญญาฉันและทำงานกับอัลเจอนอน เขากลับบอกว่าผิดทั้งคู่น่ะแหละ (หลังจากฉันได้สัญญาว่าจะไม่ฟ้องว่าเขาพูดอย่างนั้น) เบิตบอกว่าไอ.คิว.เป็นตัววัดอะไรตั้งเยอะแยะรวมทั้งสิ่งที่เรียนไปแล้ว และที่จริงแล้วไม่เห็นมีคุณค่าอะไรเลย

                เลยยังไม่รู้อยู่ดีว่าไอ.คิว.คืออะไรกันแน่ นอกจากรู้ว่าของฉันกำลังจะขึ้นเหนือ ๒๐๐ ในเร็วๆ นี้ ฉันไม่อยากจะโต้เถียงอะไรหรอกแต่ไม่เห็นเลยว่าถ้าคนยังไม่รู้ว่ามันเป็น อะไร หรืออยู่ ที่ไหน-ไม่เห็นว่าจะไปรู้ได้อย่างไรกันว่ามีเท่าไร

               หมอนี่เมอบอกว่าฉันจะต้องสอบ รอร์ชัค พรุ่งนี้ สงสัยจังว่า มันคืออะไร

 



INDEX TOP NEXT

HOME