น้อยไชยา
: ดวง *
ดอกไม้เบ่งบานสลอน ฝูงภมรแม่เผิ้งสอดไซ้
ดอกพิกุลของเพิ่นต้นใต้ ลมพัดไม้มาสู่บ้านตู
รู้แน่ชัด เข้าโสตสองหู ว่าสีชมพูถูกปล้ำเค้าเนิ้ง
เค้ามันตายปลายมันเสิ้ง
ลำกิ่งเนิ้งไหวหวั่นทวยแนว
ดอกพิกุลก็คือดอกแก้ว ไปเป็นของเพิ่นแล้วกะหนอ
นางแว่นแก้ว
: เต็มเค้าเนิ้ง
กิ่งมันบ่ถอน บ่ไหวเฟือนคลอนกิ่งไปไหนเล่า
ตามคำลมที่พัดออกเข้า มีแต่เค้า ไหวหวั่นคลอนเฟือน
กิ่งมันแท้บ่แซเสลือน บ่เหมือนลมเชยรำเพยก็จะนั้น
ใจน้องญิงน้องหนิมเที่ยงหมั้น
บ่เป็นของเพิ่น ฅนใด
เปรียบเหมือนกระจกแว่นแก้วเงาใส บ่ไหวข้อนเหงี่ยง ช้ายเนอ
น้อยไชยา
: ตัวพี่น้อยจักขอถาม
ตามคำลมเพิ่นมาเล่าอู้
ว่านายมีชู้บ้านวังสิงห์ฅำ ฝ่ายทางพุ้นเพิ่นมาใส่ประจำ
บ้านวังสิงห์ฅำ เพิ่นมาหมั้นไว้แล้ว
ฝ่ายพ่อสาวน้องนางแว่นแก้ว ตกลงไว้แล้วบ่ใช่คาหา
เพิ่นจะกินแขกแต่งการวิวาห์ เมื่อใดชาพี่น้อยใคร่รู้เค้า
ส่วนไชยาบ่สมเพิงเจ้า
พี่เขียมเข้าของเงินทอง
ฝ่ายตัวนายบ่หมายเกี่ยวข้อง มาละหมองต่ำคล้อย
นางแว่นแก้ว
: ตัวน้องนี้บ่ล่าใหลหลง
การตกลงก็ยังบ่แล้ว
จิ่งเชิญตัวพี่มาห้วยแก้ว เพราะใคร่รู้คำฟู่คำจา
จิ่งเชิญน้อยพี่มาเปิกษา
จะว่าใดชาตัวน้องก็ใคร่รู้
จิ่งเชิญตัวพี่มาฟู่อู้ จะเอาเป็นชู้คาว่าจะเอาเป็นเมีย
ฤาจะลบล้างลืมลายหายเสีย บ่เอาเป็นเมีย ฤาจะทิ้งเสียแล้ว
ฤาจะเอาเป็นเมียนางช้างแก้ว
อยู่เป็นคู่เทียมฅิง
ขอบอกนายหื้อแน่ใจจริง อย่าอำพรางนาฏน้อง
น้อยไชยา
: ตัวพี่น้อยบ่จุหลอกน้อง
หื้อหม่นหมองหมาง
บ่ล่อลวงพราง แม่นางร่างแฅ้ว
พี่หมายเอาเป็นเมียนางช้างแก้ว
บ่หื้อคลาดแคล้วเรื่องคำสีเนห์
หลอนแก้วน้องใจยังบ่เหว เรื่องคำสีเนห์เหมือนพี่คึดแล้ว
หลอนพี่จุคายังล่ายเจ้า ขอหื้อฟ้าผ่าหัวแม่เมียตาย
ลูกแม่ญิงอู้เล่นบ่ดาย
ลูกพ่อชายอู้แท้ก็บ่ฟัง
หลอนนายตายไปเป็นไก่ตั้ง ตัวพี่น้อยจะตายเป็นฅืน
อู้บ่ถูกวันพรูกค่อยมาขืน อู้เมื่อฅืนค่อยมาขืนเมื่อเช้า
ตัวพ่อชายกับทึงเจ้า
เปรียบเหมือนเหล้ากับพาง
ปากคำใดพี่ก็ทึงอ้าง บ่ได้ใจจางจากน้อง....
(ขอขอบพระคุณ ต้นฉบับ จาก"คำฅมแห่งล้านนา" โดย
อำนวย กลำพัด)
*ลางแห่งว่า
"พวงดอกไม้"
กินแขก = แต่งงาน ไก่ตั้ง
=ไก่ต่อ ข้อนเหงี่ยง = ค่อนเอียง เกิ่งก้อย
=ครึ่งก้อย
แม่ยิง ญิง =ผู้หญิง พ่อชาย
=ผู้ชาย บ่ดาย =เปล่า ๆเฉย ๆ ขี้จุ
=ขี้โกหก สะเลียม =สะเดา
บเขือแช่ (น่าจะเป็น แจ้ คือมะเขือขื่น) เทา
=สาหร่ายเทา คล้ายเส้นผมมีสีเขียวใช้ทำเป็นอาหาร
คอน,คัน
= หากว่า จิ่ม =ด้วย คำสีเนห
์= ความสิเนหา เสน่หา
หลอน = แม้นว่า
จุ ล่าย
=โกหก หลอกลวง วันพรูก =วันพรุ่ง ขืน
=ในที่นี้หมายถึง คืนคำ อู้
=พูด
พาง =ขวด เขียม =ขาดแคลน หายาก ฟู่
=เจรจา คึด =คิด สับปหลี้
=สับปลับ
คู่เทียมฅิง
=คู่เทียมกาย ( ฅิง -ตัว กาย เช่น รู้ฅิง
=รู้ตัว ฟื้นฅิง =ฟื้นตัว คืนสติ)
เค้า
=โคน(ต้นไม้) ต้น(เหตุ) จะว่าใดชา =จะว่าอย่างไรฤา
ช้าย =บ่าย เบี่ยง คล้อย
ไชยา
=อ่าน ไจยา ส่วนใหญ่มักออกเสียงผิดเป็น"ไจ๋ยา"
น้อย = ใช้เรียกนำหน้าชื่อคนที่เคยบวชเณรมาก่อน ส่วนคนที่เคยบวชพระเรียก หนาน
เต็มว่า = แม้นว่า ทวย
=ด้วย เนิ้ง =โน้ม เอียง บ่ใช่คาหา
= ไม่ใช่หรือ ค็ = ก็
ปล้ำ
=โค่น เปิกษา =ปรึกษา เผิ้ง
=ผึ้ง พุ้น =นู้น โน้น เพิง
= พึง สม เหมาะสม
เพิ่น,เพื่อน =เขา เฟือน
=โยก คลอนแคลน เมื่อใดชา =เมื่อใดฤา ร่างแฅ้ว
=เอวบางร่างน้อย ( แฅ้ว =คอด กิ่ว) มักใช้ร่างแฅ้วแอวกลม
ล่าย =โกหก หลอกลวง วันพรูก
=(อ่าน วันพูก)วันพรุ่ง
เสิ้ง =เซ เอน ใส่ประจำ
=วางมัดจำ หนิม = นิ่ง หนิมเที่ยงหมั้น
=หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหว