น้อยไชยา
ท้าวสุนทรพจนกิจ (บุญมา สุคันธกูล)

บันทึกจาก เว็บบอร์ด"คำไทคำถิ่น"
โดย นู๋เองง่ะ - 10379353 [25 เม.ย. 2547 , 10:06:55 น.]

(ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของต้นฉบับอักษรล้านนาเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้)



น้อยไชยา- พวงดอกไม้เบ่งบานสลอน ฝูงภมรพู่เผิ้งสอดไซ้
ดอกภิคุลหองเพิ่นต้นใต้ ลมพัดไม้มาสู่บ้านตู
รู้แน่ซัดเข้าสอดสองหู ว่าสีชมพู ถูกปล้ำเค้าเนิ้ง
เค้ามันตายปลายมันเสิ้ง ลำกิ่งเนิ้ง ตายโค่นทวยแนว
ดอกภิคุล ค็ครืดอกแก้ว ไปเป็นของเพิ่น แล้วเนอ




แว่นแก้ว- เตมเค้าเนิ้ง กิ่งมันบ่ถอน บ่ไหวฅลอนเฟือนช่างหมั้นแท้เล้า
ตามคำลมเพิ่นพัดออกเข้า มีแต่เค้าไหวสั่นฅลอนเฟือน
กิ่งมันแท้บ่แส่เสลือน บ่เหมือนลมเชย รำเภิยค็ชนั้น
ใจคำยิงนี้หนิมเที่ยงหมั้น บ่เปนหองเพิ่นฅนใด
ยังเปนกจกแว่นแก้วเงาใส บ่ไหวข้อนเหงี่ยง ช้ายเนอ



น้อยไชยา- ตัวพี่น้อยจักขอถาม ตามคำลมเพิ่นมาเล่าอู้
ว่านายมีชู้ บ้านวังสิงห์ฅำ ฝ่ายทังพุ้นเพิ่นมาใส่มาจำ
บ้านวังสิงห์ฅำ เพิ่นมาหมั้นค็ไว้แล้ว
ทางฝ่ายปั้นตัวน้องนางแว่นแก้ว ค็ตกลงแล้วบ่ใช่คาหา
เพิ่นจะกินแขกแต่งการค็วิวาห์ เมื่อใดชาพี่น้อยใคร่รู้เค้า
ส่วนไชยาบ่สมเพิ่นเจ้า เพราะเขียมเข้าของเงินธอง
ฝ่ายทางนายบ่หมายเกี่ยวข้อง มาละหมองต่ำคล้อยเนอ




แว่นแก้ว- ตัวน้องนี้บ่หล่าใหลหลง การตกลงค็ยังบ่แล้ว
จิ่งเชิญตัวพี่มาห้วยแก้ว เพราะใคร่รู้คำอู้คำจา
จิ่งเชิญน้อยพี่มาเปิกสา จักว่าใดชาตัวน้องค็ใคร่รู้
การที่มาฟู่อู้ จะเอาเปนชู้คาว่าเอาเปนเมีย
ฤาจักลับล้างลืมลายหน่ายเสีย บ่เอาเปนเมียฤาจักธิ้งเสียแล้ว
ฤาเอาเปนเมียนางช้างแก้ว อยู่เปนคู่ข้างเทียมฅิง
ขอบอกนางหื้อแน่ใจจิง บ่อำพรางนาตน้องเนอ




น้อยไชยา- บ่จุหลอกน้องหื้อหม่นหมองหมาง บ่ล่อลวงพรางแม่นางร่างแฅ้ว
พี่หมายเอาเปน เมียนางช้างแก้ว บ่หื้อฅลาดแฅล้วเรื่องคำสีเนห์
หลอนแก้วน้องใจยังบ่เหว เที่ยงสมครเนเหมือนพี่คึดเล้า
หลอนพี่จุค็ยังล่ายเจ้า ขอหื้อฟ้าผ่าหัวแม่เมียตาย
ลูกแม่ยิง อู้เหล้นค็บ่ดาย ลูกพ่อชายอู้แท้ค็บ่พลั้ง
หลอนนางตายไปเปนไก่ตั้ง พี่น้อยจักตายเปนฅืน
ฟู่บ่ถูกวันพรูกค็บ่ขืน ฟู่เมื่อฅืนทึงบ่ขืนเมื่อเช้า
การรักกันหองข้ากับเจ้า เปรียบเหมือนเหล้ากับพาง
ปากคำใดพี่ค็ทึงอ้าง บ่ใช่จางจากน้องเนอ




แว่นแก้ว- หลอนว่าแท้ เหมือนดั่งคำจา น้องขอสัญญากับตัวพี่น้อย
บ่ขอรักใผซักเท่าเกิ่งก้อย ขอรักพี่น้อยไชยานี้ค็ฅนเดียว
ฅนอื่นนับร้อยทึงบ่แลบ่เหลียว จะขอรักเดียวชายเดียวค็เท่านี้
หลอนว่าน้องจุฤาสับปหลี้ ขอหื้อฟ้าผ่าหัวพ่อผัวตาย
ลูกแม่ยิงบ่ใช่ว่าบ่ดาย ลูกพ่อชายขี้จุค็แท้ ๆ
กินค็ยังทึงแก่ สเลียมยำใส่แย้ บเขือแช่ยำใส่เทา
คอนพี่น้อยไชยารักแท้ข้าเจ้า ค็ยินดีจิ่มแท้เนอ ฯ


ความเห็น :

ในฉบับของ อำนวย กลำพัด ข้างล่างนี้เป็น
....ดอกภิคุลของ"พี่"ต้นใต้ ลมพัดไม้มาสู่บ้านตู
ซึ่งฟังดูแล้วบ่ใคร่ลงตัว
เพราะ "พี่" กับ "ตู" เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เหมือนกัน
ในขณะที่เนื้อความต้องการแสดงความแย้งกัน ดังนั้นฉบับข้างตันน่าจะถูกต้อง
....ดอกภิคุลของ "เพิ่น" ต้นใต้ ลมพัดไม้มาสู่บ้าน "ตู"
คือ ดอกพิกุลของ"เขา"ต้นทิศใต้ ลมพัดไม้มาสู่บ้าน"ฉัน" (ตู-ตูข้า)

อย่างไรก็ดี ผมชอบที่จะใช้คำว่า "ของ" แทนคำว่า "หอง"
หรือ "แถม" แทนคำว่า "แหม" ในภาษาเขียน
เพราะโดยรูปคำที่ถูกต้องแท้จริงน่าจะเป็นตัว "ข" และ "ถ" มากกว่า
เว้นแต่จะเป็นการออกเสียงแบบภาษาพูด ซึ่งอาจเพี้ยนไปบ้างตามลิ้นของพื้นถิ่น
(เช่น แหมคำ-อีกคำ อีกประเดี๋ยว , แหมเทื่อ-อีกครั้ง)

คำว่า ตู นั้น ปัจจุบันไม่พบว่า่มีใครใช้กันแล้ว
บางทีอาจจะคิดว่าไม่สุภาพ เหมือนคำว่า คิง-ฮา
ทั้ง ๆที่โดยความหมายแล้วน่ารักมาก คิง=ตัว ฮา=รา,เรา
หรือคำว่า "ข้า" คนสมัยก่อนจะใช้เมื่อพูดกับพระสงฆ์องคเจ้า
เป็นการแสดงความนอบน้อมว่าตนเองเปรียบเสมือนเป็น "ข้า"(ของพระเจ้า-ข้าพเจ้า)
แต่เดี๋ยวนี้คงไม่มีใครใช้กันแล้ว

คำว่า
"ทิ้ง" เหตุที่ใช้ตัว "ธ" ก็เพื่อรักษาเสียงตัว ท ตามสำเนียงภาคกลาง
โดยปกติแล้วภาษาล้านนา มักจะใช้
ขว้าง เช่น"ขว้างเรี่ย" คือ ทิ้งเรี่ยราด
ส่วน ทอดทิ้ง ใช้
"ทุมทอด"(ภาษาเก่า)
อีสานใช้
"ทิ่ม" ในความหมาย ทิ้ง ส่วนละทิ้ง ใช้ "ปา"

(ส่วนทัดที่ว่า "บ่ไหว ฅลอนเฟือน ช่างหมั้นแท้เล้า
น่าจะเป็น "บ่ไหว เฟือนฅลอน ช่างหมั้นแท้เล้า"
เพราะสัมผัสคล้องจองกับประโยคแรกมากกว่า
ส่วน "แส่เสลือน" น่าจะเป็น "แซเสลือน" ซึ่งความหมายเท่ากับ แชเชือน
คือ ไถล ไม่ตรงไปตรงมา)

ขอขอบคุณสำหรับต้นฉบับอีกเทื่อนะครับ
โดย ลุงหนาน [29 เม.ย. 2547 , 08:04:55 น.]



ซอน้อยไชยากับนางแว่นแก้ว
(ทำนองพระลอ)

น้อยไชยา : ดวง * ดอกไม้เบ่งบานสลอน ฝูงภมรแม่เผิ้งสอดไซ้
ดอกพิกุลของเพิ่นต้นใต้ ลมพัดไม้มาสู่บ้านตู
รู้แน่ชัด เข้าโสตสองหู ว่าสีชมพูถูกปล้ำเค้าเนิ้ง
เค้ามันตายปลายมันเสิ้ง ลำกิ่งเนิ้งไหวหวั่นทวยแนว
ดอกพิกุลก็คือดอกแก้ว ไปเป็นของเพิ่นแล้วกะหนอ


นางแว่นแก้ว : เต็มเค้าเนิ้ง กิ่งมันบ่ถอน บ่ไหวเฟือนคลอนกิ่งไปไหนเล่า
ตามคำลมที่พัดออกเข้า มีแต่เค้า ไหวหวั่นคลอนเฟือน
กิ่งมันแท้บ่แซเสลือน บ่เหมือนลมเชยรำเพยก็จะนั้น
ใจน้องญิงน้องหนิมเที่ยงหมั้น บ่เป็นของเพิ่น ฅนใด
เปรียบเหมือนกระจกแว่นแก้วเงาใส บ่ไหวข้อนเหงี่ยง ช้ายเนอ

น้อยไชยา : ตัวพี่น้อยจักขอถาม ตามคำลมเพิ่นมาเล่าอู้
ว่านายมีชู้บ้านวังสิงห์ฅำ ฝ่ายทางพุ้นเพิ่นมาใส่ประจำ
บ้านวังสิงห์ฅำ เพิ่นมาหมั้นไว้แล้ว
ฝ่ายพ่อสาวน้องนางแว่นแก้ว ตกลงไว้แล้วบ่ใช่คาหา
เพิ่นจะกินแขกแต่งการวิวาห์ เมื่อใดชาพี่น้อยใคร่รู้เค้า
ส่วนไชยาบ่สมเพิงเจ้า พี่เขียมเข้าของเงินทอง
ฝ่ายตัวนายบ่หมายเกี่ยวข้อง มาละหมองต่ำคล้อย

นางแว่นแก้ว : ตัวน้องนี้บ่ล่าใหลหลง การตกลงก็ยังบ่แล้ว
จิ่งเชิญตัวพี่มาห้วยแก้ว เพราะใคร่รู้คำฟู่คำจา
จิ่งเชิญน้อยพี่มาเปิกษา จะว่าใดชาตัวน้องก็ใคร่รู้
จิ่งเชิญตัวพี่มาฟู่อู้ จะเอาเป็นชู้คาว่าจะเอาเป็นเมีย
ฤาจะลบล้างลืมลายหายเสีย บ่เอาเป็นเมีย ฤาจะทิ้งเสียแล้ว
ฤาจะเอาเป็นเมียนางช้างแก้ว อยู่เป็นคู่เทียมฅิง
ขอบอกนายหื้อแน่ใจจริง อย่าอำพรางนาฏน้อง

น้อยไชยา : ตัวพี่น้อยบ่จุหลอกน้อง หื้อหม่นหมองหมาง
บ่ล่อลวงพราง แม่นางร่างแฅ้ว
พี่หมายเอาเป็นเมียนางช้างแก้ว บ่หื้อคลาดแคล้วเรื่องคำสีเนห์
หลอนแก้วน้องใจยังบ่เหว เรื่องคำสีเนห์เหมือนพี่คึดแล้ว
หลอนพี่จุคายังล่ายเจ้า ขอหื้อฟ้าผ่าหัวแม่เมียตาย
ลูกแม่ญิงอู้เล่นบ่ดาย ลูกพ่อชายอู้แท้ก็บ่ฟัง
หลอนนายตายไปเป็นไก่ตั้ง ตัวพี่น้อยจะตายเป็นฅืน
อู้บ่ถูกวันพรูกค่อยมาขืน อู้เมื่อฅืนค่อยมาขืนเมื่อเช้า
ตัวพ่อชายกับทึงเจ้า เปรียบเหมือนเหล้ากับพาง
ปากคำใดพี่ก็ทึงอ้าง บ่ได้ใจจางจากน้อง....

(ขอขอบพระคุณ ต้นฉบับ จาก"คำฅมแห่งล้านนา" โดย อำนวย กลำพัด)

*ลางแห่งว่า "พวงดอกไม้"
กินแขก = แต่งงาน ไก่ตั้ง =ไก่ต่อ ข้อนเหงี่ยง = ค่อนเอียง เกิ่งก้อย =ครึ่งก้อย
แม่ยิง ญิง
=ผู้หญิง พ่อชาย =ผู้ชาย บ่ดาย =เปล่า ๆเฉย ๆ ขี้จุ =ขี้โกหก สะเลียม =สะเดา
บเขือแช่
(น่าจะเป็น แจ้ คือมะเขือขื่น) เทา =สาหร่ายเทา คล้ายเส้นผมมีสีเขียวใช้ทำเป็นอาหาร
คอน,คัน
= หากว่า จิ่ม =ด้วย คำสีเนห ์= ความสิเนหา เสน่หา หลอน = แม้นว่า
จุ ล่าย
=โกหก หลอกลวง วันพรูก =วันพรุ่ง ขืน =ในที่นี้หมายถึง คืนคำ อู้ =พูด
พาง
=ขวด เขียม =ขาดแคลน หายาก ฟู่ =เจรจา คึด =คิด สับปหลี้ =สับปลับ
คู่เทียมฅิง
=คู่เทียมกาย ( ฅิง -ตัว กาย เช่น รู้ฅิง =รู้ตัว ฟื้นฅิง =ฟื้นตัว คืนสติ)
เค้า =โคน(ต้นไม้) ต้น(เหตุ) จะว่าใดชา =จะว่าอย่างไรฤา ช้าย =บ่าย เบี่ยง คล้อย
ไชยา =อ่าน ไจยา ส่วนใหญ่มักออกเสียงผิดเป็น"ไจ๋ยา"
น้อย
= ใช้เรียกนำหน้าชื่อคนที่เคยบวชเณรมาก่อน ส่วนคนที่เคยบวชพระเรียก หนาน
เต็มว่า = แม้นว่า ทวย =ด้วย เนิ้ง =โน้ม เอียง บ่ใช่คาหา = ไม่ใช่หรือ ค็ = ก็
ปล้ำ =โค่น เปิกษา =ปรึกษา เผิ้ง =ผึ้ง พุ้น =นู้น โน้น เพิง = พึง สม เหมาะสม
เพิ่น,เพื่อน =เขา เฟือน =โยก คลอนแคลน เมื่อใดชา =เมื่อใดฤา ร่างแฅ้ว =เอวบางร่างน้อย ( แฅ้ว =คอด กิ่ว) มักใช้ร่างแฅ้วแอวกลม ล่าย =โกหก หลอกลวง วันพรูก =(อ่าน วันพูก)วันพรุ่ง
เสิ้ง =เซ เอน ใส่ประจำ =วางมัดจำ หนิม = นิ่ง หนิมเที่ยงหมั้น =หนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหว



home / ฅ่าว ๔ บท